top of page
542527.jpg

กลุ่มท่องเที่ยวของไทย ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

  • 11 hours ago
  • 1 min read


กลุ่มท่องเที่ยวของไทย แม้นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมีสัดส่วนเพียง 2.3% แต่ยังมีความเสี่ยงทางอ้อมจากผลกระทบต่อธุรกิจการบินและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวของไทยถูกเทขายมากเกินไป ราคาหุ้นปรับลง 8-17% เชื่อว่าสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางแล้ว  จึงคงนำแนะนำ Overweight  


ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 69 ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียด หลังสหรัฐฯและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศทั่วทั้งภูมิภาค หลายประเทศได้แก่ อิสราเอล, อิหร่าน, กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE) ประกาศปิดน่านฟ้าชั่วคราว ทำให้สายการบินต่างๆทั่วโลกต้องยกเลิกเที่ยวบินมายังประเทศในอ่าวเปอร์เซีย


ข้อมูลจาก Curium แสดงให้เห็นว่า มีการยกเลิกเที่ยวบินไปตะวันออกกลางประมาณ 24% เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 69 และฝ่ายวิเคราะห์ฯคาดว่า อัตราการยกเลิกเที่ยวบินจะพุ่งสูงขึ้นในเดือนมี.ค.69 หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อ ซึ่งมองว่าจะส่งผลกระทบสามด้าน ได้แก่ 1.สายการบินและสนามบินได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้าและการยกเลิกเที่ยวบิน อาจส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารลดลง 2.สายการบินมีความอ่อนไหวต่อราคาเชื้อเพลิงอากาศยานที่สูงขึ้น อาจกดดันมาร์จินหากน้ำมันยังมีราคาแพง 3.โรงแรมอาจมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ลดลง เพราะบรรยากาศการท่องเที่ยวทั่วโลกซบเซาลงและอัตราการเข้าพักของลูกค้าจากตะวันออกกลางลดลง


ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า สำหรับกลุ่มการบินนั้น มองว่าการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ (passenger traffic) อาจได้รับผลกระทบ หากสายการบินตะวันออกกลางลดความถี่ของเที่ยวบิน หลังมีการประกาศปิดน่านฟ้าและยกเลิกเที่ยวบินในภูมิภาค โดยแม้ว่านักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางจะมีสัดส่วนเพียง 2.3% ของสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของไทยในปี 68 แต่ประมาณ 9% ของการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศในปี 67 มาจากเส้นทางการบินไป/ กลับตะวันออกกลางตามข้อมูลของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ซึ่งรวมถึงผู้โดยสารที่แวะพักต่อเครื่องไป/กลับยุโรปและอเมริกาเหนือด้วย เนื่องจากมีเที่ยวบินระยะไกลที่บินตรงค่อนข้างจำกัด 


ฝ่ายวิเคราะห์ฯจึงคาดว่า การระงับเที่ยวบินไปยังศูนย์กลางทางการบินในตะวันออกกลาง อาจส่งผลต่อการเดินทางแบบต่อเครื่องมายังประเทศไทยเช่นกัน เนื่องจากทางเลือกที่เป็นเที่ยวบินตรงมีอยู่จำกัด ดังนั้น AOT จึงมีความเสี่ยงที่จำนวนผู้โดยสารจะลดลง ซึ่งจะกระทบทั้งรายได้จากกิจการการบินและรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ในปี 69 ส่วน THAI ไม่มีเที่ยวบินในเส้นทางบินไปตะวันออกกลาง แต่เชื่อว่าสายการบินยังมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งคิดเป็น 32% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในปี 68 


ส่วนผู้ประกอบการโรงแรมของไทย ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า MINT น่าจะมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ในปัจจุบันมากที่สุด เนื่องจาก MINT มีโรงแรมอยู่ในตะวันออกกลาง ประมาณ 12% ของโรงแรมในพอร์ตในเดือนธ.ค. 68 รวมทั้งมีโรงแรมในเครือจำนวนมากอยู่ในยุโรป ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่ เพิ่มขึ้นสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงาน ขณะที่ SHR จะได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จากการที่ความต้องการเดินทางมาไทยและมัลดีฟส์ลดลง เพราะรายได้รวมจากนักท่องเที่ยวที่มาจากตะวันออกกลางและยุโรปมีสัดส่วนประมาณ 20% ของรายได้รวมในปี 68 


ส่วน ERW น่าจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางและยุโรปมีสัดส่วนประมาณ 6% และ 13% ของรายได้รวมในปี 68 ตามลำดับ ขณะที่ CENTEL มีความเสี่ยงโดยตรงจากโรงแรมในดูไบและโรงแรมในมัลดีฟส์ รวมถึงไทยอาจได้รับผลกระทบบ้างเช่นกัน แต่เชื่อว่าความเสี่ยงโดยรวมของ CENTEL ยังน้อยกว่าคู่แข่ง เพราะมีฐานรายได้กระจายตัว เนื่องจากคาดว่าธุรกิจอาหารจะยังแข็งแกร่ง  


ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวของไทยถูกเทขายมากเกินไป ราคาหุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวลง 8-17% นับจากวันที่ 28 ก.พ.69 ขณะที่ตั้งสมมติฐานในกรณีที่ sentiment การเดินทางทั่วโลกค่อยๆฟื้นตัวช่วงสามเดือนข้างหน้า จึงเชื่อว่าการเทขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมา น่าจะสะท้อนความกังวลส่วนใหญ่ของนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่ออุปสงค์การท่องเที่ยวโลกแล้ว


ดังนั้น จึงคงคำแนะนำ Overweight กลุ่มท่องเที่ยว เนื่องจากมองว่าความเสี่ยง-ผลตอบแทนยังน่าสนใจ โดยเลือก ERW และ SHR เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม ทั้งนี้มองว่าปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มนี้คือ การที่อุปสงค์การเดินทางทั่วโลกกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็วและต้นทุนพลังงานลดลง ส่วน downside risk จะมาจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันมาร์จินของผู้ประกอบการ


 
 
 

Comments


bottom of page