ขยับกรอบการแกว่งตัว 1,600-1,650 จุดก่อน


เฟดจะไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย !

ตลาดหุ้นโลกยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องได้ โดยที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนี MSCI ACWI ของตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้น 1.68% โดยตลาดหุ้นที่ทำผลงานได้ดีกว่าตลาดหุ้นโลกโดยเฉลี่ย หรือ Outperform ได้แก่ตลาดหุ้นสหรัฐ, Asia Ex-Japan, ญี่ปุ่น รวมทั้งไทย ที่ปรับตัวขึ้น 1.46%, 2.67%, 2.01% และ 3.73% ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลจากการประชุม Jackson Hole Meeting ที่แม้ว่าประธานกลางสหรัฐ หรือเฟดจะออกมาส่งสัญญาณ การปรับลดขนาดของมาตรการ QE ภายในปี 2564 ซึ่งถือว่าเป็นไปตามคาดของนักลงทุนในตลาดหุ้นโลกอยู่แล้วว่าเฟดจะค่อยๆ ลดวงเงินในการเข้าซื้อพันธบัตร เนื่องจากการฟื้นตัวของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐชัดเจนมาก

ในทางตรงกันข้ามการที่เฟดระบุว่าไม่กังวลกับตัวเลขเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นมา เนื่องจากมองว่าเป็นผลจากขาดแคลนสินค้า หรือวัตถุดิบในภาคการผลิตของประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ หรือ Emerging Market จากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ดังนั้นเมื่อทุกอย่างคลี่คลายตัวเลขเงินเฟ้อน่าจะปรับตัวลง ซึ่งทำให้ Global Fund Manager คลายความกังวลเรื่องการปรับดอกเบี้ยขึ้นในระยะสั้นนี้ ซึ่งปัจจัยนี้ถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ Foreign Fund Flow ไหลกลับเข้ามาที่ตลาดหุ้นเอเชีย รวมทั้งตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้ Momentum ของตลาดหุ้นสหรัฐยังคงได้รับปัจจัยบวกจากการได้รับอนุมัติอย่างเต็มรูปเเบบขอไฟเซอร์ ส่งผลให้ภาคเอกชนสามารถสั่งซื้อวัคซีนได้จากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง ไม่ต้องผ่านหน่วยงานของรัฐ ซึ่งส่งผลบวกต่อการกระจายการฉีดวัคซีนให้เร็วขึ้น ขณะที่ดัชนี VIX Index ของตลาดหุ้นสหรัฐ, ยุโรป และฮ่องกงเปลี่ยนแปลง -11.05%, -13.26% และ -5.61% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อน Momentum ขาขึ้นของตลาดหุ้นโลกชัดเจน

สอดคล้องกับผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐจาก AAII ที่ระบุว่าสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐในระยะ 6 เดือนข้างหน้ายังคงเป็นขาขึ้น หรือ Bullish เปลี่ยนแปลง +6.40% เมื่อเทียบจากก่อนหน้าอยู่ที่ 39.6% ขณะที่สัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐในระยะ 6 เดือนข้างหน้ากำลังกลับเป็นขาลง หรือ Bearish ที่เปลี่ยนแปลง -2.10% เมื่อเทียบจากก่อนหน้ามาอยู่ที่ 33.00%

ลุ้นตลาดหุ้นไทยยืนเหนือ 1,600 จุดเพื่อไปต่อ ! ในส่วนของทิศทางของตลาดหุ้นไทยยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อไปได้ โดยขยับกรอบการเหวี่ยงตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1,600-1,650 จุดอีกครั้ง หลังจากแนวโน้มของนักลงทุนต่างชาติยังคงมีโอกาสซื้อสุทธิอีกอย่างต่อเนื่อง สะท้อนมาจากการที่ดัชนี Accumulated Foreign Fund Flow กลับมาทำสัญญาณ Buy Signal อีกครั้ง และตราบใดที่นักลงทุนต่างชาติไม่กลับมา ขายสุทธิ ต่อเนื่องอีกมากกว่า 2.0 หมื่นล้านบาท แนวโน้มดังกล่าวจะยังคงมีอยู่ต่อไป ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Foreign Fund Flow ไหลกลับเข้ามาที่ตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง หลักๆ เป็นประเด็นของการที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อ Covid-19 รายใหม่ของไทยที่ลดลง และการที่ ศบค. มีมติคลายล็อกดาวน์เริ่ม 1 กันยายน 2564 โดยอนุญาตให้เปิดห้างได้ถึง 2 ทุ่ม ทานอาหารในร้านได้ โดยถ้าเป็นร้านติดแอร์ นั่งทานได้ 50% ร้านไม่ติดแอร์นั่งทานได้ 75% สำหรับร้านตัดผม ร้านเสริมสวย คลินิกเสริมความงาม อนุญาตให้เปิดได้ แต่ใช้บริการได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง และสำหรับการเดินทางโดยเครื่องบิน และระบบขนส่งสาธารณะสามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้ แต่ยังคงเคอร์ฟิว 3 ทุ่มถึงตี 4 หลังจากนั้นจะดูผลและทำการประเมิน 14 วัน เพื่อให้เหมาะสมตามสถานการณ์ ซึ่งถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้นของการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากตัวเลขส่งออกของไทย เดือน ก.ค. 64 ที่ยังคงขยายตัว 20.27% โดย 7 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขส่งออกขยายตัวถึง 16.20% สูงกว่าที่กระทรวงพาณิชย์คาดใว้ที่ 4% ขณะที่ตัวเลขนำเข้าขยายตัว 45.94%

ขณะที่ในทางเทคนิคของตลาดหุ้นไทย หลังจากที่ในช่วง 2 สัปดาห์ SET Index สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นคาเฉลี่ย EMA 75 วัน หรือ 1,560 จุดได้ เป็นสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้มในระยะไม่เกิน 3 เดือนจาก “ลง” เป็น “ขึ้น” แล้ว ล่าสุดการที่ SET สามารถทะลุเป้าหมายการแกว่งตัวขึ้นในสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 1,600 จุดขึ้นมาได้ ทำให้บริเวณ 1,600 จุดจะทำหน้าที่เป็นแนวรับ และจุดหมุนที่สำคัญต่อไป

ในส่วนของกลยุทธ์ สำหรับการลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) “ซื้อเก็งกำไร” เมื่อ SET ปิดเหนือ 1,600 จุดได้ เน้น “เก็งกำไรระยะสั้น” โดยมี 1,600 จุดเป็นจุดหมุน และจุด Cut Loss ในหุ้น CPALL, BJC, BEM, CRC, AOT, GPSC, PTTGC, WHA และ BDMS อีกครั้ง สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ในลักษณะ Long-Only แนะนำ “เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นมาอยู่ที่ระดับ 50% ของพอร์ต”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจลงทุนด้วยครับ สำหรับการพูดคุยกันระหว่างสัปดาห์นอกจากทาง Facebook ที่ www.facebook.com/wealthhuntersclub และ e-mail ที่ moobin.stockmania@gmail.com แล้ว แฟนๆ ยังสามารถติดตามมุมมองเกี่ยวกับการลงทุนจาก “นายหมูบิน” ได้ในรายการ “เซียนเศรษฐกิจ” ทาง FM 97 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 14.00-16.00 น. เช่นเดิมครั


ภาพประกอบ : การวิเคราะห์ทิศทางตลาดหุ้นไทยในทางเทคนิครายวัน (Daily)


Source: Wealth Hunters Club



14 views0 comments