top of page
347550.jpg

ตลาดหุ้นไทยขึ้นยาก ถ้ายังคุมโควิดไม่ได้


ตลาดหุ้นโลกยังขาขึ้น !

โดยรวมของตลาดหุ้นโลกยังคงอยู่แนวโน้มขาขึ้น โดยที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนี MSCI ACWI ของตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้น 0.95% โดยตลาดหุ้นที่ Outperform ได้แก่ตลาดหุ้นสหรัฐ, ยุโรป และญี่ปุ่น ที่ปรับตัวขึ้น 1.18%, 1.60% และ 1.21% ตามลำดับ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียโดยเฉลี่ยปรับตัวลดลงสวนทาง โดยที่ตลาดหุ้นสหรัฐได้รับปัจจัยหนุนจาก ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด พร้อมเดินหน้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อย่างน้อย 120,000 ล้านดอลลาร์/เดือน ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ Dollar Index อ่อนค่าระยะสั้น

ทั้งนี้ด้วยสถานการณ์โควิดระลอกใหม่สำหรับหลายๆ ประเทศที่สะท้อนถึงความเสี่ยงในระยะข้างหน้าทำให้นักลงทุนในตลาดมองว่าการที่เฟดจะส่งสัญญาณลดวงเงิน QE จะเป็นไปได้ยากในเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งการที่ Jerome Powell กล่าวว่า เฟดยังคงอยู่ห่างไกลจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เมื่อพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ โดยที่ล่าสุด Goldman Sachs ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ของสหรัฐ ใน 3Q64 ลงจากเดิมที่ขยายตัว 9.5% เป็น 8.5% และใน 4Q64 จากเดิมที่ขยายตัว 6.0% ลงมาอยู่ที่ระดับ 5.0% ทำให้การคาดการณ์ GDP ในปีนี้ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 6.6% จากเดิมซึ่งอยู่ที่ระดับ 7.6% ซึ่งอาจบอกนัยได้อีกว่า เฟดน่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

สอดคล้องกับการที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่าตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของสหรัฐขยายตัว 6.5% ซึ่งแม้ว่าดีกว่าในไตรมาส 1 ที่มีการขยายตัว 6.4% แต่ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ที่ 8.5% ทั้งนี้คาดว่านักลงทุนอาจรอดูสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมือง Jackson Hole ในวันที่ 26-28 ส.ค.นี้

ขณะที่ผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐจาก AAII ที่ระบุว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา สัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐในระยะ 6 เดือนข้างหน้ายังคงเป็นขาขึ้น หรือ Bullish เปลี่ยนแปลง +5.60% เมื่อเทียบจากสัปดาห์ที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 36.20% ขณะที่สัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐในระยะ 6 เดือนข้างหน้ากำลังกลับเป็นขาลง หรือ Bearish ที่เปลี่ยนแปลง -6.50% เมื่อเทียบจากสัปดาห์ที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 24.10%

ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มที่อ่อนแอ ! ในส่วนของตลาดหุ้นเอเชีย ปัจจัยหลักเกิดจากแรงกดดันที่ต่อเนื่องมาจากสถานการณ์ในตลาดหุ้นจีน จากประเด็นสงครามดิจิทัลกับสหรัฐ หลังจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) กล่าวว่าบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐจะต้องเปิดเผยความเสี่ยงที่บ่งชี้ว่ารัฐบาลจีนจะเข้าแทรกแซงธุรกิจของบริษัท โดยมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพันธกรณีที่บริษัทจีนจะต้องรายงานตามกฎระเบียบ

นอกจากนี้ตลาดหุ้นจีนยังถูกกดดันจากนโยบายความมั่นคงต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของรัฐบาลจีนเองด้วย ซึ่งสามารถจัดกลุ่มได้ 4 หมวดหลัก ได้แก่ 1. การต่อต้านการผูกขาด 2. FinTech และผลกระทบต่อตลาดทุน 3. ความเท่าเทียมและเป็นธรรมต่อสังคม 4. ความปลอดภัยของข้อมูล

ขณะที่ในส่วนของตลาดหุ้นอาเซียน แรงกดดันเพิ่มเติมจะมาจากแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอมากๆ โดยที่ล่าสุดเศรษฐกิจอาเซียนถูก IMF ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของ GDP มากที่สุด ถ้าไม่นับอินเดีย โดยล่าสุดเหลือเท่านั้น 4.3% ในปีนี้

สำหรับตลาดหุ้นไทยยังคงมีแนวโน้มแกว่งตัวไร้ทิศทางเพราะขาดปัจจัยหนุนด้วย หลังจากยังเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ไม่สามารถควบคุมได้ นอกจากนี้การใช้เงินเยียวยาหรือผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่ค่อนข้างสูง ทำให้รัฐบาลต้องเร่งกู้เงินตามงบ 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ขณะที่ Bloomberg รายงานว่าเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มจะย่ำแย่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะการระบาดของไวรัสในประเทศการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัว และปัญหาทางการเมืองที่กำลังก่อตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ

ในส่วนของกลยุทธ์ สำหรับการลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) ตราบใดที่ SET ยังคงไม่ลงไปปิดต่ำกว่า 1,550 จุดอีกครั้ง เน้น “เก็งกำไรระยะสั้น” โดยมี 1,550 จุดเป็นจุดหมุน และจุด Cut Loss ในหุ้น CPALL, BJC, BEM, CRC, AOT, GPSC, PTTGC, WHA และ BDMS อีกครั้ง สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ในลักษณะ Long-Only แนะนำ “คงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นมาอยู่ที่ระดับ 25% ของพอร์ต”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจลงทุนด้วยครับ สำหรับการพูดคุยกันระหว่างสัปดาห์นอกจากทาง Facebook ที่ www.facebook.com/wealthhuntersclub และ e-mail ที่ moobin.stockmania@gmail.com แล้ว แฟนๆ ยังสามารถติดตามมุมมองเกี่ยวกับการลงทุนจาก “นายหมูบิน” ได้ในรายการ “เซียนเศรษฐกิจ” ทาง FM 97 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 14.00-16.00 น.เช่นเดิมครับ

 

ภาพประกอบ : การวิเคราะห์ทิศทางตลาดหุ้นไทยในทางเทคนิครายวัน (Daily)


Source: Wealth Hunters Club



116 views

Commenti


bottom of page