top of page
552159.jpg
553309.jpg

สงครามอ่าวปะทุ เสี่ยงส่งออกไทย 3 แสนล้าน

  • 4 hours ago
  • 1 min read



เตือนผู้ประกอบการ “อย่าประมาท” รับมือต้นทุน-โลจิสติกส์ผันผวนหนัก

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อภาคการส่งออกของไทย โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางที่มีมูลค่าสูงถึง 300,000 ล้านบาท ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทั้งด้านต้นทุน การขนส่ง และการส่งมอบสินค้า


คุณชัยชาญ เจริญสุข ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และอดีตประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เตือนว่า ผู้ส่งออกไทยต้องยกระดับการบริหารความเสี่ยง “ขั้นสูงสุด” ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีตัวแปรจำนวนมากและยากต่อการคาดการณ์


ความเสี่ยงพุ่ง 3 ด้านหลัก: ต้นทุน–วัตถุดิบ–การส่งมอบ

ชัยชาญระบุว่า ราคาน้ำมันเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของผลกระทบ แต่ยังมีอีก 2 ปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องจับตา ได้แก่

  • ต้นทุนพลังงานพุ่ง ดันราคาการผลิตและขนส่งสูงขึ้น

  • วัตถุดิบขาดแคลน โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมีและเม็ดพลาสติก

  • ความล่าช้าในการส่งมอบ จากปัญหาโลจิสติกส์และเส้นทางขนส่ง


หลายบริษัทต้นน้ำเริ่มประกาศ “เหตุสุดวิสัย” ไม่สามารถรับประกันราคา ปริมาณ หรือกำหนดส่งมอบได้ ส่งผลให้ทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมเริ่มสั่นคลอน


โลจิสติกส์ตะวันออกกลางสะดุด

การขนส่งสินค้าไปตะวันออกกลางเผชิญข้อจำกัดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

  • ท่าเรือหลักอย่าง เจเบลอาลี (ดูไบ) ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

  • ต้องเปลี่ยนไปใช้ท่าเรืออื่นที่รองรับได้เพียง 1 ใน 3

  • ท่าเรือทางเลือก เช่น เจดดาห์ (ซาอุฯ) เริ่มแออัด


ขณะเดียวกัน การขนส่งทางอากาศก็ต้อง “บินอ้อม” ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและความสามารถในการขนส่งลดลง


ค่าระวาง-ประกันพุ่ง เสี่ยงส่งของไม่ทัน

ผลกระทบที่ตามมาคือ

  • ค่าระวางเรือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • ค่าประกันภัยขนส่งสูงขึ้น

  • ระยะเวลาขนส่งยาวนานขึ้น


ผู้ประกอบการที่มีออร์เดอร์เดิมจำเป็นต้อง “คำนวณต้นทุนใหม่ทั้งหมด” และเร่งเจรจากับคู่ค้าเพื่อขอปรับราคา มิฉะนั้นอาจเผชิญความเสี่ยงจากการส่งมอบล่าช้าและถูกปรับตามสัญญา


เตือนเลี่ยง “ออร์เดอร์ยาว” เสี่ยงขาดทุน

คุณชัยชาญแนะว่า ในภาวะที่ความไม่แน่นอนสูง ผู้ส่งออกควรหลีกเลี่ยงการรับคำสั่งซื้อระยะยาว และควรปรับรูปแบบเป็นการเจรจาระยะสั้นแทน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่มีอำนาจต่อรองต่ำ มีความเสี่ยงสูงหากไม่สามารถปรับราคาหรือส่งมอบสินค้าได้ตามสัญญา


ตลาดตะวันออกกลางยังสำคัญ แต่ต้อง “รอดก่อน”


แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะตึงเครียด แต่ตลาดตะวันออกกลางยังถือเป็นตลาดศักยภาพของไทย

  • มูลค่าส่งออกกว่า 300,000 ล้านบาท

  • เติบโตประมาณ 5% ในปีที่ผ่านมา

  • ความต้องการสินค้าจากไทยยังสูง โดยเฉพาะอาหาร

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่า “ต้องผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ก่อน” ก่อนจะกลับไปใช้โอกาสทางการค้าในระยะต่อไป


ข้อเสนอถึงรัฐ: พยุงพลังงาน-อัดซอฟต์โลน


ข้อเสนอสำคัญต่อภาครัฐ ได้แก่

  • บริหารราคาพลังงานอย่างสมดุล

  • ควบคุมราคาสินค้าและป้องกันการเก็งกำไร

  • จัดซอฟต์โลนช่วยผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME

  • เสริมความร่วมมือรัฐ-เอกชน เพื่อติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด


วิกฤตสงครามครั้งนี้ไม่ใช่เพียง “ต้นทุนเพิ่ม” แต่เป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่กระทบทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการส่งมอบสินค้า...ในวันที่ “ไม่มีคำตอบเดียว” สำหรับทุกปัญหา ผู้ประกอบการไทยจึงต้องปรับตัวแบบเรียลไทม์ บริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจยืดเยื้อกว่าที่คาด

 
 
 

Comments


bottom of page