ระวัง AI จุดชนวน ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
- 24 hours ago
- 1 min read

เตือนเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังเผชิญแรงกดดันรอบใหม่ สงครามตะวันออกกลางซ้ำเติมการฟื้นตัว ห่วง AI เร่งความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
AI สร้างผู้ชนะและผู้แพ้
ในอีกด้านหนึ่ง แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความไม่แน่นอน แต่กระแสการลงทุนด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์กลับเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หลายประเทศยังคงมีการลงทุนในระดับสูง โดยมองว่า ภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันกำลังสะท้อนความแตกต่างระหว่างผู้ได้รับประโยชน์และผู้ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน
ทั้งนี้กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่อยู่ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI ดาต้าเซ็นเตอร์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีขั้นสูง ยังคงได้รับอานิสงส์จากกระแสการลงทุนระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจด้านพลังงาน โรงกลั่น และปิโตรเลียม ยังได้รับประโยชน์จากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ตรงกันข้าม ธุรกิจขนาดเล็ก ผู้ประกอบการรายย่อย และแรงงานจำนวนมาก กลับไม่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวดังกล่าวอย่างเต็มที่
ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดภาวะที่เศรษฐกิจมหภาคเติบโต การส่งออกขยายตัว และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนดีขึ้น แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงรู้สึกว่าค่าครองชีพสูงขึ้น รายได้ไม่เพิ่มขึ้น และภาวะทางเศรษฐกิจยังคงตึงตัว
เตือน AI อาจเร่งความเหลื่อมล้ำ
ผศ.ดร.ภาวิน มองว่าการเข้ามาของ AI อาจยิ่งขยายช่องว่างทางเศรษฐกิจให้กว้างขึ้น สำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและขยายขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนแรงงานในสัดส่วนเดียวกับการเติบโตของธุรกิจ ส่วนธุรกิจที่ไม่ได้เติบโตมากนัก สามารถนำ AI มาใช้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มกำไรได้ ผ่านการลดการพึ่งพาแรงงานบางประเภท ผลที่ตามมาคือแรงงานระดับล่างและธุรกิจขนาดเล็กอาจเผชิญแรงกดดันมากขึ้น เนื่องจากขาดทรัพยากร ความรู้ และเงินทุนในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้นหากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสม ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจอาจเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต
“ในความเห็นส่วนตัว จริงๆ สถานการณ์ AI ที่มันเกิดขึ้น จะกระทบกลุ่มซึ่งแยกได้ 2 กลุ่ม คือจริงๆ เราเริ่มเห็นผลกระทบลักษณะนี้มาระยะหนึ่งแล้ว นั่นก็คือถ้าเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ หรือเป็นกลุ่มธุรกิจที่กำลังอยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต ยกตัวอย่างอยู่ในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ อยู่ใน AI อยู่ในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เรียกว่าน่าจะได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน...
อีกกลุ่มหนึ่งที่อาจจะได้รับผลพลอยได้จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น คือกลุ่มปิโตรเลียม กลุ่มโรงกลั่น กลุ่มน้ำมัน ที่ได้ผลพลอยได้จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น กลุ่มนี้ได้ประโยชน์ และน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในอนาคต ซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะหลังฟื้นตัวแบบไม่กระจาย เราเห็นการเติบโตของธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ว่ากลุ่มธุรกิจรายเล็กๆ รวมไปถึงแรงงานรายย่อยๆ เรารู้สึกว่าเราได้รับผลกระทบในเชิงลบ ก็คือเหมือนเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว ทั้งที่การส่งออกก็ดี กำไรของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ก็ดีขึ้น แต่เรารู้สึกว่าชีวิตเราทำไมมันยังฝืดเคือง ราคาสินค้าแพงขึ้น และรายได้ของเราไม่ปรับขึ้นเลย เหมือนกับผลกระทบมันแยกเป็น 2 กลุ่มอย่างชัดเจน...
ทีนี้การมาของ AI เชื่อว่าจะยิ่งซ้ำเติมแนวโน้มที่เกิดขึ้นลักษณะนี้ขึ้นไปอีก กลุ่มธุรกิจที่เป็นกลุ่มขนาดใหญ่หรือกลุ่มที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตจะได้ประโยชน์มากๆ จากการเข้ามาของ AI เพราะว่าเขาสามารถเอา AI ไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งการใช้ประโยชน์ของ AI มองง่ายๆ ว่ามีลักษณะหลักอยู่ 2 ลักษณะ นั่นก็คือถ้าเป็นธุรกิจที่กำลังเติบโต จ้างงานเท่าเดิม AI ก็ช่วยทำงานได้เพิ่มขึ้น จะทำให้ธุรกิจเขายิ่งเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ
แต่สำหรับธุรกิจที่อาจจะไม่ได้เติบโต การใช้ AI สามารถใช้การลดต้นทุนได้ พอลดต้นทุนหมายความว่าใช้ AI เอามาแทนคน ก็จะทำให้ธุรกิจที่มูลค่าไม่ได้ขยายตัวมากนักสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นได้ โดยการที่ปรับลดการจ้างงานของคน และใช้ AI เข้ามาทดแทน ทีนี้กลุ่มที่เป็นแรงงานและกลุ่มที่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งอาจจะมีแนวโน้มที่ไม่ค่อยดีอยู่แล้วในระยะหลัง ก็ได้รับผลกระทบในทางลบอีก เพราะกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กก็ไม่สามารถที่จะประยุกต์ใช้ AI เพื่อเอาไปแข่งขันได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เข้าถึงอาจจะยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่นัก และไม่ได้มีผู้เชี่ยวชาญอะไรขนาดนั้น...
ขณะที่กลุ่มแรงงานรายย่อย คิดว่าได้รับประโยชน์เชิงลบด้วยซ้ำจากการมาของ AI อันนี้อาจจะเป็นในระยะแรกที่แรงงานอาจจะไม่สามารถปรับตัวกับการพัฒนาของ AI อย่างรวดเร็วได้ทัน เพราะฉะนั้นก็เลยเกิดแนวโน้มที่กลุ่มระดับล่างได้รับผลกระทบในเชิงลบมากขึ้นไปอีก อันนี้ก็ต้องเป็นสิ่งที่รัฐบาลคำนึงถึงไว้ด้วย ต้องวางแผนในระดับโครงสร้างใหญ่ด้วย”






Comments