ลุ้นเงินเฟ้อ/ดอกเบี้ยขาขึ้น..."ทองคำ" รุ่ง 2 เดือนแรก


นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท MTS GOLD แม่ทองสุก ให้มุมมองถึงทิศทางตลาดทองคำในปี 2565 ว่าจะเป็นปีที่ยังคงมีความผันผวน ให้ตามติดและลุ้น 2 ปัจจัยเสี่ยงหลักๆ ที่เข้ามาทดสอบทองคำ ระบุปัจจัยลบยังไม่ออกฤทธิ์ใน 2 เดือนแรกของปีอาจจะเห็นทองขึ้นไปทดสอบที่ 1,850-1,900 เหรียญ จากนั้นเดือนมีนาคมคือจุดพลิกสำคัญและเสี่ยงสูง โดยมีภาวะเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดมากดดัน


ถ้าจะให้สรุปความนิยามปี 2564 ทั้งปีของทองคำ อย่างไรดี

ปี 2564 เป็นปีของความผันผวนของทองคำ แต่แน่นอนถึงจะมีความผันผวนก็เรียกว่าไม่ได้ผันผวนอันตราย หรือ แย่ลงไปมาก

จะเห็นได้ว่าต้นปี 2564 ช่วงหนึ่งราคาทองคำพุ่งขึ้นไปถึง 1,900-2,000 เหรียญ และค่อยๆ ปรับตัวลดลงมาในช่วงกลางปี จากนั้นปลายปีเป็นช่วงทรงตัวและเริ่มดีดกลับ

ทองคำโดยองค์รวมของปีนี้เรียกว่า เป็นการลงทุนที่มีความผันผวนตามตลาดหุ้นมากพอสมควรโดยเฉพาะอย่างยิ่งผันผวนตามค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งในช่วงต้นปีถึงปลายปีค่าเงินดอลลาร์ผันผวนมากเนื่องจากโควิด สภาวะการพิจารณาลด QE โดยในช่วงสุดท้ายของปีเมื่อ 15 ธันวาคม เฟดประกาศชัดเจนแล้วว่าน่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น เนื่องจากเงินเฟ้อที่สูงมากในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา

ในช่วงส่งท้ายปี ราคาทองคำสามารถยืนอยู่เหนือ 1,800 เหรียญได้ โดยประเมินว่าน่าจะปิดที่ 1,800 เหรียญบวกลบนิดหน่อย ซึ่งปิดวันส่งท้ายปี ทองคำปิดที่ 1,814 เหรียญ เป็นการลงทุนที่เบาบางไม่ได้หนาแน่นเพราะตลาดโดยส่วนใหญ่ปิด ขณะที่ข่าวร้ายๆ ของทองคำออกมาเกือบหมดแล้วในช่วงปลายปี 2564


ปีใหม่ 2565 ราคาทองคำจะเป็นอย่างไร

สำหรับปี 2565 เป็นปีที่มี 2 ปัจจัยเสี่ยงหลักๆ ที่เข้ามาทดสอบ

ปัจจัยที่ 1 คือเรื่องของเงินเฟ้อ ซึ่งเราทราบดีว่าเงินเฟ้อของสหรัฐ ตอนนี้สูงสุดในรอบเป็น 30 ปี ขึ้นไปถึง 5.6% ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อที่เฟดต้องการเห็นอยู่ที่ราวๆ 2% เท่านั้น ขึ้นเป็นเท่าตัวเลย และยังไม่มีทีท่าว่าเงินเฟ้อจะหยุด เฟดจึงจะเปลี่ยนนโยบาย จากการประชุมเมื่อเดือนธันวาคมก็แสดงความเห็นชัดเจนว่า 1.เงินเฟ้อไม่ได้ขึ้นชั่วคราวและเปลี่ยนเป็นเงินเฟ้อที่น่ากังวล และใช้นโยบายการเงินการคลังเข้ามาช่วย มีความเข้มงวดทางการเงินมากขึ้น ดึง QE ออกให้เร็วขึ้น และ 2.มีนโยบายว่าจะต้องขึ้นดอกเบี้ยให้เร็วขึ้นซึ่งเดิมทีการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดมองว่าจะเป็นปลายปี 2565 และขึ้นแค่ 1-2 ครั้ง แต่ตั้งแต่พฤศจิกายน 2564 เป็นต้น มามองว่าการขึ้นดอกเบี้ยน่าจะเร็วขึ้น บางคนบอกว่าอาจจะเร็วกว่าคือขึ้นเลยในเดือนมีนาคม 2565

ปัจจัยที่ 2 ปัจจัยนี้เป็นทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบสำหรับทองคำ ปัจจัยบวก คือ ภาวะเงินเฟ้อถ้าเยอะ ทองคำต้องขึ้นแน่นอน ส่วนปัจจัยลบ คือการใช้นโยบายการเงินของเฟดที่ใช้ควบคุมเพื่อจัดการกับภาวะเงินเฟ้อให้ได้เพราะถ้าปล่อยให้เงินเฟ้อมากๆ จะเป็นปัญหาใหญ่ ตรงนี้ต้องดูว่าการที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยควบคุมเงินเฟ้อนั้นจะสู้กันไหวไหม ขึ้นแล้วหยุดเงินเฟ้อได้ไหม

อันนี้เป็นประเด็นที่จะต้องติดตาม ทั้ง 2 ประเด็นนี้จะทำให้เกิดการแกว่งของตลาดทองคำพอสมควร

อย่างไรก็ตามในช่วง 2 เดือนแรกของปีใหม่ 2565 มองว่าปัจจัยลบยังไม่เข้ามามาก มันน่าจะทำให้ราคาทองคำค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นได้ อาจจะขึ้นไปทดสอบที่ 1,850 หรือ 1,900 เหรียญได้ จากนั้นในช่วงเดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นไปปัจจัยลบจึ่งน่าจะเข้ามาแทรก เพราะตอนนี้เห็นหลายเรื่องที่เฟดใช้ลักษณะออกมาเตือนออกมาพูดเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเดือนมีนาคม อันนี้น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ หมายความว่าขึ้นดอกเบี้ย หลายคนคิดว่าการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดครั้งนี้เป้าหมายอาจจะไปถึง 2.5-3% ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 0% ตรงนี้จะเป็นประเด็นกดดันทำให้ราคาทองร่วงลงในไตรมาส 2/2565

และน่าจะเป็นความผันผวนทั้งขึ้นและลงสลับกันจากการต่อสู้ระหว่างเฟดกับภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกา


ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2565 จะไปถึง 1,900 เหรียญเลย แล้วถ้าถึงเดือนมีนาคมที่ปัจจัยลบจะเข้ามามีความชัดเจนเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยนั้นจะทำให้ทองลงไปได้ถึงไหน กรอบรอบสำคัญอยู่ตรงไหน

ในทิศทางการลงของราคาทองคำน่าจะลงได้ แต่ลงไม่ลึก

ทั้งนี้การจะลงลึกหรือไม่ขึ้นกับนโยบายของเฟด ถ้ามีนโยบายการขึ้นดอกเบี้ยที่เร็วและแรงอันนี้กระทบมากลงเยอะ แต่ผมคิดว่าโดยภาพรวมเท่าที่ผ่านมาในรอบ 10-15 ปี เฟดใช้ความเร็วในการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อมากกว่าใช้ความแรง ... ความเร็ว หมายถึงขึ้นที่ละ 0.25% แต่จะขึ้นทุกการประชุม 1-2 ครั้งแล้วขึ้นทีหนึ่ง อันนี้คือความเร็ว ส่วนความแรง คือขึ้นทีเดียว 0.50% เลยซึ่งขึ้นแรงแบบนี้ตลาดจะตกใจมาก

คือโดยภาพรวม บอกได้ว่าราคาทองคำยังมีโอกาสลง แต่น่าจะลงไม่ลึก


จังหวะที่ทองมีแนวโน้มขึ้น มีโอกาสหรือไม่ที่จะไปถึง 2,000 เหรียญ

ถามว่าโอกาสที่ราคาทองคำไปถึง 2,000 เหรียญในปี 2565 ไหม มันขึ้นอยู่กับนโยบายการสู้ระหว่างเฟดกับเงินเฟ้อ แต่หลายๆ คนรวมทั้ง MTS GOLD วิเคราะห์ว่าภาวะเงินเฟ้อน่าจะค่อยๆ อ่อนตัวลงในกลางปี 2565 แต่ไม่ได้ลงมาทีเดียว น่าจะค่อยๆ หยุด แล้วอ่อนตัวลง คล้ายๆ กับการปรับลงของสินค้าหลายตัวเริ่มลงแต่ไม่ได้กลับมาที่เก่า เช่น ทองแดงที่ปรับขึ้นไปเยอะ เหล็กปรับขึ้นไปเยอะตอนนี้เริ่มลงหรือทรงตัวและเริ่มลงทีละนิด

ในช่วงปี 2565 เป็นปีที่ตลาดการลงทุนทองคำ ยังถือว่าน่าสนใจมาก จากภาวะเงินเฟ้อโดยเฉพาะถ้าเฟดไม่สามารถควบคุมเงินเฟ้อได้ทองคำจะพุ่งได้สูง


ปัจจัยเรื่องโควิดคงจะไม่มีผลแล้วใช่ไหม

เรื่องโควิดต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันอยู่ แต่ต้องยอมรับว่าโควิดคงไม่หมดไปจากโลกเราต้องยอมรับว่าเรื่องไวรัสกลายพันธุ์เป็นเรื่องปกติมาก จะให้โควิดหายไปไม่มีทาง มีแต่เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้มากที่สุดจะสามารถลดความเสี่ยงสูงการเสียชีวิต ควบคุมตรงนี้ได้เป็นประเด็นสำคัญ

กล่าวโดยสรุปผมเชื่อว่าโควิดไม่น่าจะมากระทบภาวะเศรษฐกิจของเราอีกต่อไป จะเห็นว่านโยบายหลายๆ ประเทศตอนนี้เรื่องโควิดเขาพยายามไม่ปิดประเทศ พยายามไม่ล็อกดาวน์ เขาใช้วิธีฉีดวัคซีนให้เร็วและแรงมากขึ้นถี่มากขึ้น ให้คนยอมรับตรงนี้เพราะหลายๆ ฝ่ายทางการเงินวิเคราะห์ว่าการปิดประเทศไม่เป็นผลดีต่อสภาวะองค์รวมขณะนี้


เมื่อตอนต้นปี 2564 ราคาทองคำขึ้นไปเยอะหลังจากโควิดระบาดหนักทั่วโลก เดลตาออกฤทธิ์ คนตกใจไปซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง สภาพแบบนี้ไม่น่ามีแล้ว

ทองคำเป็น safe haven ทุกกรณี ตอนนี้แม้กระทั่งโควิดจบไม่ได้หมายความว่าการเป็น safe haven จะหายไป เพราะภาวะเงินเฟ้อยังมีอยู่ ภาวะที่ท่านอาจจะเห็นได้ในประเทศ emerging market ยกตัวอย่างเช่น ตุรกี ยังอยู่ในสภาวะที่บอบช้ำ เงินเฟ้อสูงมาก ประชาชนหันเข้าสู่ทองคำ ซื้อเพื่อเก็บเยอะมาก

ปี 2565 นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าอาจจะเป็นปีที่ยากลำบากกับประเทศ emerging market รวมถึงไทย เพราะประเทศเหล่านี้มีภาวะหนี้สาธารณะสูงและหนี้ครัวเรือนก็สูง และการบริหารประเทศในสภาวะที่ดอกเบี้ยกำลังเป็นขาขึ้นแบบนี้ประเทศ emerging market ต่างๆ ที่กำลังพัฒนาน่าจะเหนื่อยในปี2565 รวมทั้งไทยด้วย

ทองคำยังถือว่าเป็น safe haven ที่ดีเพราะค่าเงินสกุลต่างๆ ที่เป็น local currency มีโอกาสที่จะอ่อนตัว เราจะเห็นได้ว่าการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ในช่วงหลังยังแข็งค่าอย่างต่อเนื่องไม่ได้อ่อนลงมาเลยและมีโอกาสที่จะแข็งค่าต่อ ขณะที่ค่าเงินบาทยังมีโอกาสที่จะอ่อนค่าไปได้เยอะ บางฝ่ายวิเคราะห์มองว่าค่าเงินบาทปี 2565 มีโอกาสทะลุ 34 บาทขึ้นไป


21 views