top of page
533394.jpg

การเมืองแบบดราม่า...สไตล์การเมืองที่ทำให้ Trump ถูกพูดถึงไม่หยุด



การเมืองแบบดราม่า: ยิ่งแรงยิ่งดัง สูตรการเมืองแบบ Trump


ในยุคที่การเมืองไม่ได้แข่งกันแค่ “นโยบาย” แต่แข่งกันที่ความสนใจจากสาธารณชน ชื่อของ Donald Trump ยังคงถูกพูดถึงไม่หยุด ไม่ว่าจะในฐานะผู้นำ นักการเมือง หรือบุคคลที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับระบบการเมืองสหรัฐฯ และการเมืองโลก


สิ่งที่ทำให้ Trump แตกต่างจากนักการเมืองทั่วไป คือสไตล์การสื่อสารที่ดุดัน คาดเดาไม่ได้ และมักก่อให้เกิดกระแสถกเถียงอย่างรุนแรง หลายครั้งพฤติกรรมเหล่านี้ถูกมองว่าเกินกรอบการเมืองแบบดั้งเดิม แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารการเมือง นี่อาจไม่ใช่ความบังเอิญ หากเป็น “กลยุทธ์” ที่ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจ


ดราม่าในฐานะเครื่องมือทางการเมือง

Trump ใช้ความขัดแย้งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการครองพื้นที่สื่อ การแสดงท่าทีแข็งกร้าวหรือการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากกระแสหลัก ทำให้เขากลายเป็นประเด็นข่าวอยู่เสมอ ในโลกที่อัลกอริทึมของสื่อและโซเชียลมีเดียให้รางวัลกับคอนเทนต์ที่เร้าอารมณ์ ความแรงจึงแปลเป็นการมองเห็น และการมองเห็นก็คืออำนาจ


ภาพลักษณ์ "คนนอกระบบการเมือง"

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือการวางตัวเป็นคนนอกระบบการเมือง Trump มักสื่อสารว่าตนเองไม่ใช่นักการเมืองแบบเดิม ไม่ยึดติดกับมารยาทหรือภาษาทางการ ภาพลักษณ์นี้สอดคล้องกับความรู้สึกของประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ไว้วางใจชนชั้นนำ และมองว่าระบบการเมืองเดิมไม่ตอบโจทย์ชีวิตของพวกเขา


ยิ่งถูกต่อต้าน ยิ่งทรงพลัง

ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือ แม้ Trump จะถูกวิจารณ์อย่างหนักจากฝ่ายตรงข้ามหรือสื่อกระแสหลัก แต่แรงต้านเหล่านี้กลับยิ่งตอกย้ำฐานเสียงของเขา ผู้สนับสนุนจำนวนมากมองว่าการโจมตีคือหลักฐานว่าเขากำลังท้าทายระบบเดิม ส่งผลให้ผู้สนับสนุนมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น


การเมืองยุคใหม่ที่มากกว่านโยบาย

กรณีของ Trump สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองยุคใหม่ ไม่ได้วัดผลจากเนื้อหานโยบายเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเล่าเรื่อง การสร้างภาพจำ การครองพื้นที่ความสนใจของสังคม และดราม่าไม่ใช่เรื่องรอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของเกมอำนาจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


 
 
bottom of page