บูติกโฮเต็ล ภูเก็ต เข้าไม่ถึงแหล่งเงิน..คาดอีกสองเดือนจะทยอยปิดตัวกว่า 50%


Interview : คุณมโนสิทธิ์ แจ้งจบ

ผู้ก่อตั้ง และ อดีตนายกสมาคมที่พักบูติคจังหวัดภูเก็ต


บูติกโฮเต็ล และโรงแรมแบบบ้านๆ ในภูเก็ตได้แต่บ่นอุบอิบ เข้าไม่ถึงแหล่งเงินและโครงการช่วยเหลือภาครัฐหลังวิกฤตโควิด-19 ถาโถม ต้องยืนหยัดขาตั้งสู้ด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มากถึง 90% ของธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ต เป็นเสน่ห์เป็นสีสันของการท่องเที่ยว เป็นแหล่งรายได้สำคัญของชุมชน แต่ถูกลืมเหมือนเป็นลูกเมียน้อย คาดอีกสองเดือนจะทยอยปิดตัวกว่า 50% ทำให้ภูเก็ตเป็นเสมือนเมืองร้าง หมดมนต์ขลังความเป็นไข่มุกของอันดามันแน่นอน


สถานการณ์ธุรกิจโรงแรมภูเก็ตโดยรวมในตอนนี้หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เป็นอย่างไร

ตั้งแต่เดือนมีนาคมทางภูเก็ตเริ่มประกาศปิดเกาะ ทุกคนก็ดูแลเข้มข้นเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด คนไทยหลายท่านยังเกร็งๆ กันอยู่ ข่าวไม่ดีหรือข่าวการติดเชื้อเยอะกว่าข่าวดีทั้งๆ ที่ภูเก็ตปลอดเชื้อมานานมาก และใครที่มาภูเก็ตจะเห็นว่าธรรมชาติสวยจริงๆ คนน้อย ทำให้สัมผัสกับธรรมชาติได้เต็มที่ อย่างผมเกิดและโตที่ภูเก็ต มีช่วงนึงมาทำงานที่กรุงเทพฯ 12 ปี ตอนหลังกลับมาใช้ชีวิตที่ภูเก็ต ผมหวนนึกถึงวัยเด็ก ปลาเล็กปลาน้อยขึ้นมาเต็ม ตอนนี้บางวันไปเดินทั้งหาดมีผมคนเดียว จึงเป็นความยากลำบากในเรื่องปากเรื่องท้องเนื่องจากเมืองภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวขาเดียว ทุกคนหัวอกเดียวกัน ไม่รู้ว่าจะปรึกษาใคร เสียงสะท้อนเราไปไม่ถึงส่วนกลาง รัฐบาลรู้แล้วรับฟังบ้าง แต่ไม่เจาะลึก

เสียงสะท้อนของภูเก็ตมีหลายเลเวล ภูเก็ตมีโรงแรมขนาดจิ๋วเริ่มตั้งแต่ 4 ห้องที่เป็นสมาชิกในสมาคมโรงแรมบูติก ส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้าน ข้าราชการเกษียณมาทำโรงแรมกัน ซึ่งมีเยอะกว่านักธุรกิจใหญ่ ทั้งเกาะมี 4,000 โรงแรม เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ 500-600 แห่งเท่านั้น อีกประมาณ 3,000 กว่าเป็นธุรกิจชาวบ้าน แต่เสียงสะท้อนของชาวบ้านยังไม่ได้รับการตอบรับ เพราะโครงการต่างๆ ที่รัฐอุดหนุนมา เช่น โครงการกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2% ยังไม่ถึงชาวบ้าน เวลาจะไปติดต่อกับภาครัฐเขาก็ถามว่ามีใบประกอบการไหม มีนิติบุคคลไหม ทั้งที่ชาวบ้านมีบ้านหลังเดียวที่ทำเป็นที่พัก แล้วภาษีเป็นบุคคลธรรมดา เวลาไปสรรพากรต้องเสียภาษีแบบบุคคลธรรมดา เขาเลยไม่เป็นผู้ประกอบการที่มีใบผู้ประกอบการแบบนิติบุคคล แต่เขาอยู่ ทำมาหากิน ด้วยท่องเที่ยว เงินกู้ 2% กลายเป็นแค่ตัวเลขที่แทบจะไม่ได้เลย พูดกันขำๆ ว่าเราได้เงินกู้ดอกเบี้ย 2% แต่ 2% ต่อเดือน พูดกันขำๆ ทั้งน้ำตา

ในส่วนของการสนับสนุนด้านอื่น เช่น โครงการเที่ยวด้วยกันมีงบมหาศาลอุดหนุนมา แต่ที่พักขนาดเล็กมีปัญหาคาราคาซังมานานเพราะกฎหมายของที่พักขนาดเล็กยังไม่ชัดเจน ไม่มีใครมาตรวจ ทั้งที่เราดำเนินการมานาน เรายกตัวอย่างของเวียดนาม ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ ทุกที่มีกฎหมายที่พักขนาดเล็กมาแล้ว 2-3 ปี ที่ไทยร่วมกันร่างมาแล้วแต่กฎหมายยังไม่เกิด ไม่ทราบด้วยกลไกอะไรจึงยังไม่เข้าสภาทั้งที่ร่างกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ทำให้เราไม่สามารถเข้าโครงการรัฐได้ไม่ว่าจะเป็น ททท.หรือเที่ยวด้วยกัน แต่เป็นโรงแรมใหญ่ที่เข้าได้หมดเลย เวลาจองมาโรงแรมของต่างชาติได้เกือบหมด แต่เม็ดเงินไม่ถึงโรงแรมคนไทยตัวเล็ก ซึ่งโรงแรมคนไทยตัวเล็กๆ อย่างผมเป็นโรงแรมในย่านเมืองเก่าและน้องๆ หลายคนที่ใช้บ้านทำ ค่าห้องพักโรงแรมตลอด 7-8 ปีที่ผ่านมาหัวนึงประมาณ 150-250 แค่นั้นเอง เราเป็นที่พักที่ราคาถูกมาก ในช่วงโควิดทุกคนลดราคากันจนไม่รู้ว่าจะลดอย่างไรแล้ว บางคนพยายามลดเหลือหัวละ 100 บาท

ตอนผมกลับมาภูเก็ตช่วงแรกมีเพื่อนหลายท่านมาเที่ยวภูเก็ต ทุกคนถามเลยว่าทำไมที่พักแพง ผมก็เลยตั้งโรงแรม Beehive Phuket Old Town 8 ปีที่แล้ว ตอนนั้นมีที่พักขนาดเล็ก 4 แห่ง ผมทำที่พักนี้ตั้งใจให้คนไทยมีโอกาสมาเที่ยวในราคาถูก เราโชคดีทำกับกลุ่มไทยมาตลอด ปัจจุบันมีคนไทยมาเที่ยวบ้างก็เสริมในตลาดต่างชาติที่ยังไม่กลับมา ทุกวันนี้ที่พักในภูเก็ตค่อนข้างเยอะเพราะทำการท่องเที่ยวอย่างเดียว เราเคยกินข้าวหม้อใหญ่ แต่ตอนนี้เหลือข้าวก้นหม้อ กินได้บ้างไม่ได้บ้าง คาดว่าอีกไม่เกิน 2 เดือนจะมีกิจการปิดมากกว่า 50% เพราะตอนนี้เริ่มคุยกันถึงการปิดขณะที่บางโรงแรมปิดไปแล้วค่อนข้างเยอะ ตอนนี้เปิดไม่ไหวจริงๆ ค่าจ่ายค่อนข้างสูง

ไม่มีรายได้มาดูแลลูกน้องใช่ไหม

ใช่ เนื่องจากเข้าไม่ถึงแหล่งเงินกู้ โครงการต่างๆ ที่รัฐบาลสนับสนุนเราเข้าไม่ถึงเช่นกัน เนื่องจากติดปัญหาใบอนุญาต

มีการกระซิบหรือพูดดังๆ บ้างไหมว่าโครงการต่างๆ นี้ไม่ถึงเรา

จริงๆ มี และในส่วนกลางเขาจะให้การช่วยเหลือโรงแรม คือเราไม่มีใบอนุญาตแต่เราลงทะเบียนยกเว้นตาม บล. 44 ซึ่งเราทำตามที่กฎหมายบอกมา ก็ได้แต่รอว่าเมื่อไหร่กฎหมายโรงแรมขนาดเล็กจะออก เราบอกไปแล้วว่างบประมาณที่ตั้งมานั้นเข้าถึงได้น้อยมาก ชาวบ้านจริงๆ เข้าไม่ถึง ผมบอกไปถึงหลายเวทีมาก แต่ยังไม่เป็นผลเท่าไหร่

แล้วโครงการที่เร่งระดมทำ Bubble ใช้ภูเก็ตโมเดลเพื่อให้ต่างชาติเข้ามา โรงแรมหรือที่พักขนาดเล็กจะได้ประโยชน์ตรงนี้ด้วยไหม

เรื่อง Bubble ที่ต้องมีการ Quarantine หรือกักตัวนักท่องเที่ยวนั้น โรงแรมใหญ่ๆ จะได้ประโยชน์มากกว่า เพราะโรงแรมเล็กๆ อย่างพวกเราไม่มีห้องอาหาร ครัว สระว่ายน้ำ การที่คนจะมาใช้ชีวิตมากักตัวในโรงแรมเล็กๆ จึงค่อนข้างยาก ผมคิดว่าโรงแรมเล็กน่าจะเข้าร่วมไม่ได้ ทั้งๆ ที่โรงแรมเล็กเป็นโรงแรมที่กระจายรายได้สู่ชุมชน เพราะร้านอาหารในโรงแรมก็ไม่มี เวลาผู้ที่มาพักหิวก็ไปหาแม่ค้าหมูปิ้ง แม่ค้าขายอาหารตามสั่ง ถ้าต้องถูกกักตัว ออกไปไม่ได้ก็อดตาย อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่า Traval Bubble เป็นเรื่องที่ดี แต่ผู้ประกอบการรายเล็กที่เสียภาษีทุกราย สรรพากรเดินมาเก็บภาษีถึงบ้าน แต่กลับไม่ได้ประโยชน์จากโครงการต่างๆ ของรัฐ

จากนี้โรงแรมขนาดเล็กจะทำธุรกิจต่อกันไปอย่างไร

โดยความเป็นจริงพวกผู้ประกอบการรายเล็กมีประมาณ 90% ของเกาะอีก 10% เป็นรายใหญ่ ซึ่งกลุ่มรายใหญ่ประมาณ 10% ของเกาะเข้าถึงการช่วยเหลือของรัฐ ขณะที่อีก 90% ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดเล็กไม่ได้รับ แต่ผลพวง ผมเชื่อว่าเป็นทางนึงที่ทำให้โรงแรมบางส่วนรอดบ้าง ไม่ถึงกับตายทั้งเกาะทีเดียว แต่ผู้ประกอบการรายเล็กรวมแล้วมีจำนวนเยอะเหมือนกัน ภาครัฐควรเหลียวมองบ้างว่าขณะที่บ้านมี 100 หลัง เปิดอยู่ 10 หลัง อีก 90 หลังเจ๊งหมด การเป็นเมืองร้างจะเป็นเมืองน่าเที่ยวในระยะยาวหรือไม่ ผมว่ามันจะขาดความน่าดูของเมืองไปเยอะ

แต่ผมมีโมเดลทางรอดอยู่เหมือนกัน มองว่าเมืองภูเก็ตมีหลายเลเวล อยากสื่อสารในฐานะที่ทำ Budget Hotel ตั้งแต่แรก อยากให้คนไทยมาเที่ยวภูเก็ต อย่างโรงแรมผมเป็นโรงแรมขนาดเล็กแต่เราทำเองเหมือนอยู่บ้าน ผมมีสระว่ายน้ำเล็กๆ เพราะอยากให้เพื่อนมาแล้วประทับใจ หัวละ 150 -250 แล้วแต่ห้อง มา 2 คนเป็นห้องเดี่ยวติดสระก็มี โรงแรมบูติกสวยๆ ที่ภูเก็ตใช้บ้านเก่า 100 ปี ปรับปรุงเป็นโรงแรมเล็กๆ รับรองว่าห้องสวย สถานที่ดี มาโรงแรมบูติกเป็นอะไรที่อบอุ่น เวลามาโรงแรมบูติกท่านจะอยู่เหมือนบ้าน คือ ภูเก็ต เป็น World Gastronomy ได้รับรางวัล Unesco ด้วยอาหารที่หลากหลาย ถ้าคุณเข้ามาพักที่บูติกเหมือนไปนอนในชุมชน อย่าง Beehive ถ้าเข้าไปดูในเพจจะลงเรื่องการทำอาหารด้วย เพราะคุณแม่ชอบทำอาหาร มีครัวเล็กๆ ให้เรียนรู้การทำอาหารได้ หรือติดๆ กันก็เป็นย่านถนนของกิน มีร้านมิชลินใกล้ๆ หลายร้าน ซึ่งถ้าเป็นคนไทยมาทานไม่ครบร้านหากมา 2-3 วัน ยังมีร้านอร่อยอีกเยอะ

ตอนนี้มีผมและพี่ๆ ที่เล่นเซิร์ฟเป็นแชมป์โลก ในช่วงโควิดเราโดนงดไม่ให้เล่น พอหลังโควิดรัฐบาลให้ไปเล่นน้ำ ผมรีบไปหาด มีกิจกรรมที่ผมไม่เคยเล่นคือเซิร์ฟ หลังจากที่ผมได้ลองเล่นครั้งแรกก็ติดใจเพราะภูเก็ตน้ำใส เรามีบุคลากรที่เก่งมาก สามารถสอนเล่นให้เป็นได้ในวันแรก ผมก็เล่นเป็นเลยและคิดว่าถ้าเป็นวัยรุ่นมาพักโรงแรมบูติกสามารถไปเล่นเซิร์ฟ ซื้อเป็นแพ็กเกจราคาถูกระหว่างโรงแรมบูติกกับผู้ประกอบการซึ่งเป็นชาวบ้านที่สอนเล่นเซิร์ฟ ตอนนี้มีแพ็กเกจน่าสนใจ ก็อยากให้คนที่มาเที่ยวทะเลมีกิจกรรมอื่นๆ ด้วย และยังมี Sup Board (Stand up Paddle Board) คือเป็นเรือยืนพายในน้ำเบาๆ เรื่อยๆ ซึ่งใครที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการเล่นกีฬาทางน้ำต่างๆ ก็อยากเชิญ ลองมาเที่ยวชมมาสัมผัส

ช่วงนี้ธรรมชาติภูเก็ตสดมากๆ และสวยมากไม่ต้องแย่งกับใคร คนไทยสามารถมาเที่ยวภูเก็ตได้มากกว่า 1 ครั้งต่อปี ตั๋วเครื่องบินต่างๆ ก็ถูกมาก ไปกลับ 500 บาทก็มี ระบบขนส่งมวลชนอย่าง Airport Bus แค่ 100 บาท รถท้องถิ่นที่โรงแรม 20-30 บาท หรือเช่ารถ 500 บาท ผมสามารถหาให้ได้ ตอนนี้เชื่อว่ามีทั้งถูกและแพง ถูกก็มี ไม่อย่างนั้นคนท้องถิ่นที่เป็นชาวบ้านจริงๆ เขาไม่สามารถหากินได้หรอก เขาอยู่ไม่ได้แน่ จริงๆ แล้วในเมืองภูเก็ตทาวน์ข้าวผัดเริ่มต้น 40 บาท ขนมจีน 25 บาทก็มี โรตีแผ่นละ 10 บาท ลองไปดูในเพจ Beehive เราพยายามสื่อสารให้นักท่องเที่ยวได้ทราบข้อมูลที่มีหลายแบบ มียันระดับพรีเมียม ระดับโลกก็มี

Beehive สะกดอย่างไร

Beehive แปลว่ารังผึ้ง พอดีแฟนผมจบดอกเตอร์ด้านผึ้ง มาตั้งเป็นโรงแรมรังผึ้งอยู่ในย่านภูเก็ต โอลด์ทาวน์

24 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691