ส่องธุรกิจประกันชีวิต...ฝ่าวิกฤตโควิด 5 เดือนแรกของปี '64


ยังคงเป็นสถานการณ์กล้ำกลืนที่ไม่ได้เอื้ออำนวยให้กับตลาดธุรกิจประกันชีวิตอีกเช่นเคย จากผลพวงโควิดที่แทบจะเขมือบทุกสิ่งอย่างในโลกมนุษย์ใบนี้ชนิดอ่วมอรทัยกันทั่วหน้า จึงไม่แปลกที่ยอดขายทั้งใหม่และต่ออายุ ไม่ค่อยดีมากนัก หลายค่ายต้องกัดฟันกินบุญเก่าที่สะสมกันมาตั้งแต่ยุครุ่นบุกเบิก

นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยผลดำเนินงานของธุรกิจประกันชีวิตช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-พ.ค. 64) มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 240,825.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.17% โดยแยกเป็นเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ 68,431.61 ล้านบาท เติบโต 10.82% ประกอบด้วยเบี้ยประกันรับปีแรก 37,784.93 ล้านบาท ลดลง 5.54% เบี้ยประกันภัยจ่ายครั้งเดียว 30,646.68 ล้านบาท เติบโต 40.94% และเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป 172,393.90 ล้านบาท เติบโต 0.42% คิดเป็นอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์เฉลี่ย 81%

ช่องทางตัวแทนประกันชีวิตยังคงเป็นช่องทางหลัก ด้วยเบี้ยประกันรับรวม 1.15 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.93% คิดเป็นสัดส่วน 47.97% รองลงมาเป็นการขายผ่านธนาคาร เบี้ยประกันรับรวม 1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.21% คิดเป็นสัดส่วน 41.9% ช่องทางนายหน้าประกันชีวิตเบี้ยประกันรับรวม 12,008.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.03% สัดส่วน 4.99% นอกนั้นเป็นช่องทางอื่นๆ

ส่วนภาพรวม พบว่ามีเบี้ยประกันรับรวม 6,165.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.06% คิดเป็นสัดส่วน 2.56% ช่องทางโทรศัพท์เบี้ยประกันรับรวม 5,937.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.19% สัดส่วน 2.47% ช่องทางดิจิทัลเบี้ยประกันรับรวม 262.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.64% สัดส่วน 0.11% และช่องทางไปรษณีย์ เบี้ยประกันรับรวม 16.41 ล้านบาท ลดลง 15.33% สัดส่วน 0.01%

ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ได้รับความนิยมและมีการเติบโตสูงเป็นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Universal Life และ Unit Linked) ซึ่งมีเบี้ยประกันรับรวม 17,250.63 ล้านบาท เติบโตที่ 97.52% ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง (Health & CI) มีเบี้ยประกันรับรวม 39,043 ล้านบาท เติบโต 7.21% และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญที่มีสัดส่วนยอดขายน้อยแต่เติบโตเพิ่มขึ้น 7.32%

จากการที่ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Universal Life และ Unit Linked) เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้เอาประกันได้ครบทุกช่วงวัยและยังให้อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นกว่าการฝากเงินธนาคาร ส่วนผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง (Health & CI) มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลมีทิศทางที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 8-12% ทุกปี รวมถึงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิดและสถานการณ์เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงอื่นๆ ทำให้ประชาชนต้องตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น

ขณะเดียวกันธุรกิจประกันภัยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงอย่างต่อเนื่อง ให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบทุกความต้องการและทุกกลุ่มเป้าหมายพร้อมมีการบริการหลังการขายแบบครบวงจรและมีการเชื่อมต่อกับระบบของโรงพยาบาลด้วย

“ในส่วนของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ที่สามารถเข้ามาช่วยในการบริหารรายรับรายจ่ายในระดับที่เพียงพอต่อความเป็นอยู่หลังเกษียณอายุได้เป็นอย่างดี เพื่อสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ทางสังคมในปัจจุบันด้วย อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจจะต้องร่วมมือกัน ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญให้สามารถตอบโจทย์เพื่อวัยเกษียณได้อย่างเหมาะสมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าว

นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจประกัน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค เปิดเผยว่าในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้สร้างทีมขาย เสริมความแข็งแกร่งของระบบงานขายและคิดแผนผลิตภัณฑ์เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มคนทั่วไป (Mass) รับมือกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564 ไทยพาณิชย์ โพรเทค พร้อมแล้วที่จะลุยฝ่าสถานการณ์โควิดที่ทุกคนกำลังเผชิญ เพื่อช่วยให้คนไทยได้รับความคุ้มครองที่ตรงกับความต้องการ และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปโดยเร่งด่วน ภายใต้ 5 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย

1. การสร้างระบบงานขายครบวงจรทั้งออนไลน์และออฟไลน์ 2. สวนกระแสรับสมัครทีมขายขยายการเข้าถึงลูกค้าทางออฟไลน์ 3. ขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ความต้องการในสถานการณ์ปัจจุบัน 4. ขยายตลาดผ่านพันธมิตรและลูกค้าองค์กรเร่งสร้างการเข้าถึง 5. ลุยช่องทางดิจิทัลเพิ่มการเข้าถึงตอบโจทย์ยุคเลือกเอง

บริษัทเดินหน้าสร้างระบบงานขายครบวงจร โดยเริ่มจากสร้างทีมขายประกันชีวิตทั้งแบบ Face-to-Face และเทเลเซลล์ จนถึงการวางระบบงานขายทางออนไลน์และพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องให้ครบทุกช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุดในสภาวะวิกฤตขณะนี้และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่กำลังมองหาประกันให้เหมาะกับความต้องการ

สำหรับการขยายทีมขายนั้น บริษัทสวนกระแสรับสมัคร “ที่ปรึกษาด้านความคุ้มครอง” (Protection Consultant : PC) เพื่อประจำอยู่ทั่วประเทศให้ได้ 2,000 คนภายในสิ้นปี ซึ่งนอกจากจะสร้างงานสร้างอาชีพแล้ว ทีมขายของบริษัทจะได้รับการอบรมพื้นฐานการเงินซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันให้สามารถออกไปช่วยคนไทยทุกคนสู้กับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในชีวิตได้ โดยวันเสาร์ที่ 24 ก.ค.นี้ บริษัทจะจัดงานแนะนำตำแหน่งงานทั้งหมดของทีมขายในรูปแบบ “มหกรรมออนไลน์เปิดบ้านรับทีมขาย” Virtual SCB Protect Open House Fair เพื่อสร้างทั้งงานและความสุขให้กับผู้สนใจในธุรกิจประกันทุกคนให้สมกับเป็นธุรกิจดาวรุ่งแห่งปี

สำหรับผู้สนใจร่วมงานกับบริษัท ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยในการทำงานเพราะปัจจุบันบริษัทได้ปรับเปลี่ยนทุกขั้นตอนการทำงานเป็นแบบออนไลน์ทั้งหมด ตั้งแต่สมัคร สัมภาษณ์ อบรมและทำงานและปัจจุบัน สำนักงาน คปภ. ได้อนุญาตให้นำเสนอการขายแบบ Digital Face-to-Face ผ่านทาง Video call ได้ ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและลดปัญหาการว่างงานที่อยู่ในอัตราที่สูงมากในปัจจุบัน

อีกทั้งด้วยการรักษาระยะห่างแต่ประชาชนก็ยังต้องการความคุ้มครองอยู่ ช่องทางการขายทางโทรศัพท์ “เทเลเซลล์” ซึ่ง ถือเป็นอีกช่องทางสำคัญของไทยพาณิชย์ โพรเทค จึงตอบโจทย์อย่างมาก โดยบริษัทมีแผนที่จะขยายเทเลเซลล์ให้ได้ 500 คนภายในสิ้นปีนี้

ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันทำให้คนมองหาประกันที่หลากหลายมากขึ้น ช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ บริษัทจะขยายพอร์ตประกันวินาศภัยและประกันกลุ่มสวัสดิการพนักงานเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าองค์กรที่ต้องการหาสวัสดิการดีๆ และคุ้มค่าให้กับพนักงานด้วย โดยผลิตภัณฑ์ไฮไลต์จะเป็นประกันสุขภาพแบบครบวงจร “คุ้มตลอดชีพพลัส” ที่ให้ความคุ้มครอง 3 ความเสี่ยงหลักของยุคนี้คือเรื่องสุขภาพ ชีวิตและโรคร้ายแรง

ส่วนประกันวินาศภัยที่คัดสรรมาร่วมในพอร์ต อาทิ ประกันบ้าน ประกันทรัพย์สินและประกันรถยนต์ บริษัทจะใช้ช่องทางเทเลเซลล์ในการนำเสนอเพื่ออำนวยความสะดวกในช่วงการรักษาระยะห่างเช่นนี้ นอกจากการมีผลิตภัณฑ์ความคุ้มครองที่หลากหลายและครบวงจรแล้ว จุดแข็งของไทยพาณิชย์ โพคเทค คือ รายการส่งเสริมการขายคุ้มๆ ที่เลือกสรรให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละช่องทาง โดยไฮไลต์จะอยู่ที่แผนประกันสุขภาพครบวงจร “คุ้มตลอดชีพพลัส” และ “คุ้มออมสุขเอ็กซ์ตร้า” ที่ลูกค้าจะได้รับเงินคืน 5% ของค่าเบี้ยประกัน โดยจะโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ซื้อกรมธรรม์และหากชำระผ่านบัตร SCB ยังสามารถผ่อนชำระเบี้ย 0% 6 เดือนได้อีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัทผนึกกำลังพันธมิตรและลูกค้าองค์กร นำเสนอความคุ้มครองที่เหมาะสมให้กับฐานลูกค้าจำนวนมากที่รอการเข้าถึง ซึ่งฐานลูกค้าของพันธมิตรและแต่ละองค์กรมีความต้องการที่แตกต่างกันไปอาทิ กลุ่มคนเดินทางที่ต้องการความคุ้มครองการชดเชยรายได้, กลุ่มอาชีพอิสระที่ต้องการความคุ้มครองสุขภาพหรือการวางแผนการเงิน กลุ่มคนรักชีวิตเอาต์ดอร์ที่ความคุ้มครองอุบัติเหตุเป็นสิ่งสำคัญ โดยบริษัทอยู่ระหว่างการหารือกับพันธมิตรหลายราย

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่จะเป็นเรือธงในการสร้างการเติบโตให้กับบริษัทในระยะข้างหน้า คือ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ซึ่งจะเป็นช่องทางที่ 3 ของบริษัท โดยจะใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนแพลตฟอร์มโบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์ แบบครบวงจร ซึ่งจะนำเสนอผลิตภัณฑ์คุ้มๆ เข้าใจง่าย ให้ลูกค้าเลือกซื้อได้เองตามสบาย โดยจะมีการเปิดตัวอีกครั้งในเร็วๆ นี้

“กลยุทธ์ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ไทยพาณิชย์ โพรเทค เชื่อมั่นว่าจะเป็นโบรกเกอร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มและจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ถึง 2.5 แสนรายภายในสิ้นปีนี้” นาวสาวปรมาศิริ กล่าว

28 views0 comments