Search

นาทีนี้ต้อง 'ทองคำ'


Interview: นพ.กฤชรัตน์ หิรัญยศิริ

ประธานกรรมการ

กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก


หมอกฤชรัตน์ย้ำ...‘ทองคำ’ ดีสุดในภาวะนี้ ดีทั้งการลงทุนเพื่อทำกำไร ดีทั้งการเป็น Safe Haven ทองคำยังเป็นขาขึ้น ทำสถิติสูงสุดผ่าน 2,000 เหรียญเรียบร้อย ส่วนในไทยแตะ 30,000 บาทไปแล้ว มั่นใจ...จากนี้จะไม่เห็นราคาทองคำบ้านเราต่ำกว่าบาทละ 26,000 บาทอีกแล้ว แนะกลยุทธ์ลงทุนในทองคำต้องอย่าไล่ราคา ขายบ้างเพื่อทำกำไร ไม่สวนตลาดที่เป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน ไม่เปิด Short Position ถ้าไม่มีเวลา ไม่มีความเข้าใจดีพอห้ามลงทุน Gold Futures เด็ดขาด แต่ควรซื้อเป็นทองแท่งที่ระดับราคาบาทละ 28,800 บาทแทน สัดส่วนการลงทุนในทองคำน้อยสุดคือ 5% มากสุดคือ 20-50% ของพอร์ต ชี้...นาทีนี้คนไทยขายทองในมือไปแล้วกว่า 70% โดยทองคำส่วนใหญ่อยู่ในมือนักลงทุนและสถาบันลงทุน

ทิศทางทองคำจะเป็นอย่างไรต่อไป มาถึงตอนนี้มีการทำนิวไฮ จากนี้จะขึ้นไปตลอด หรือจะลงมาให้ซื้อกันบ้างไหม

ทองคำได้รับอานิสงส์จากภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่จากโควิด-19 แล้วนำมาสู่การลดดอกเบี้ยลง รวมทั้งมีการอัดฉัดเม็ดเงิน QE จำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นปัจจัยของการที่ราคาทองคำสูงขึ้น มีอีก 2 เหตุผลตามมาคือค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว และเรื่องสภาพคล่องล้นระบบเข้ามาเนื่องจากการอัดฉีดเงิน สรุปแล้วทองคำในปีนี้ขึ้นมาแล้ว 25% ระหว่างทางที่ขึ้นก็เห็นการปรับตัวเป็นครั้งคราว แต่เนื่องจากแนวโน้มหลักเป็นขาขึ้นอย่างรุนแรง เหตุผลเพราะการเข้าซื้อของกองทุน SPDR รวมทั้งธนาคารกลางของบางประเทศก็เข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง เนื่องจากทุกคนเห็นว่าเงินดอลลาร์เป็นเรื่องที่ความน่าไว้วางใจลดลงเนื่องจากการอัดฉีด QE 7 ล้านล้านเหรียญในเวลา 7 เดือน ซึ่งสูงมากเป็นประวัติการณ์

ถึงตรงนี้คิดว่าโอกาสราคาทองคำเป็นขาขึ้นอยู่ เพียงแต่จะขึ้นไปโดยไม่หยุดบ้างหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าถ้าติดตามในหลายช่วงที่มีการปรับตัวลดลงมา เป็นการปรับตัวลดลงมาแค่ครึ่งวันและก็กลับขึ้นไปเลย เรียกว่าลงไม่เยอะ ลงไม่นาน กล่าวโดยสรุปคือ ราคาทองคำน่าจะเป็นขาขึ้น ล่าสุดทดสอบที่กว่า 2,020 เหรียญ และทองไทยก็ทะลุ 30,000 บาทไปแล้ว มีคนถามจะเกิน 30,000-40,000 ไหม ก็อยากบอกว่ายังเป็นขาขึ้น แต่อยากให้มองเป็นช่วงๆ การลงทุนตอนนี้ให้เข้าซื้อและขายเป็นช่วงๆ ไป

คนที่ขายทองคำไปแล้วทำอย่างไรดี

มี 2 อย่าง คนที่ขายไปแล้วถ้าอยากลงทุนก็รอจังหวะเข้าซื้อ เพราะการเข้าซื้อหรือลงทุนทองคำตอนนี้ถือเป็นสินทรัพย์ที่ดีที่สุดและดีกว่าเงินสดเพราะเงินสดตอนนี้ผลตอบแทนใกล้เคียงศูนย์ต่อปี ขณะที่ทองคำมีทิศทางแนวโน้มที่สดใส ถ้าสภาพเศรษฐกิจทั้งไทยและโลกไม่ดี ยังเป็นแบบนี้กันหมด ก็ทำให้ทองคำจะโดดเด่นในฐานะ Safe Haven

มีโอกาสที่ทองคำจะตกมาแรงๆ ไปอยู่ที่บาทละ 20,000 ต้นๆ ไหม

คิดว่าถ้าต่ำกว่า 26,000 น่าจะไม่เห็นอีกแล้ว ไม่ต้องพูดถึงต่ำกว่า 20,000 เหตุผลเพราะยากที่จะตกหรือการปรับลงมาแรงๆ ช่วงราคาทองคำขึ้นก็มีการปรับเป็นช่วงๆ ที่ผ่านมามีบางช่วงที่มีการปรับตัวลงถึง 60 เหรียญ แต่แค่ 2 ชั่วโมงก็ดีดกลับขึ้นไป ช่วงวันศุกร์ปลายเดือนกรกฎาคมมีเหมือนกันที่ขึ้นมาแรงๆ แล้วถูกแรงเทขายจนราคาลงมา แต่ก็ดีดกลับอีก หมายความว่าสภาพตลาดยังมีแรงซื้อขายค่อนข้างหนาแน่น โอกาสที่จะลงแรงๆ 200-300 เหรียญขณะนี้ยังไม่เห็น แม้จะมีเรื่องของวัคซีนโคโรนาไวรัสบ้าง แต่ทุกฝ่ายยืนยันว่าวัคซีนน่าจะมีใช้ได้ช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ตอนนี้ที่ทำวัคซีนต่างๆ ดูเหมือนจีนจะเป็นผู้นำด้วยซ้ำไปก็เข้าสู่เฟส 4 แล้ว ขณะที่การทดลองในคนเพิ่งเข้าสู่เฟส 3 หมายความว่ายังมีระยะทางอีกยาวไกลไม่น้อยกว่า 4-5 เดือนกว่าที่จะมีวัคซีนออกมา ซึ่งสิ่งสำคัญตอนนี้จะเห็นได้ว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอเมริกาและโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป จีน ญี่ปุ่น รวมถึงไทย ช่วงนี้จะกระทบทุกเดือนเพราะยังเปิดตลาดไม่ได้ จีนเปิดแล้วแต่คนอื่นไม่เปิดก็เหมือนไปได้ไม่เท่าไหร่ ทองคำจึงยังเป็น Safe Haven ที่ดีในฐานะการลงทุน

มีการพูดกันว่าจะมีการปั่นราคาทองคำจนกลายเป็นฟองสบู่

การที่จะมีฟองสบู่หรือไม่วิธีพิจารณาคือ ต้องเกิดสภาวะปั่นให้สูงเกินจริงแล้วดึงราคาให้กระชากขึ้นโดยไม่มีปัจจัยพื้นฐาน ตอนนี้ปัจจัยพื้นฐานมารองรับแล้ว โดยเฉพาะสถาบันการเงินระดับโลกไม่ว่าจะเป็น SPDR รวมทั้งธนาคารกลางของรัสเซียหรือตุรกีก็เข้าซื้อทองคำตลอด หมายความว่าไม่ใช่ฟองสบู่ แต่ราคามันขึ้นมาเยอะแล้วเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ ที่ตอนนี้แค่ทรงตัวก็เก่งแล้ว คำตอบคือยังไม่เป็นฟองสบู่ตราบใดที่ปัจจัยพื้นฐานยังรองรับ ยังคิดว่าค่อยๆ ไปได้ แต่การเข้าลงทุนอย่าไปไล่ราคามากเพราะตอนนี้เป็นช่วงที่คนขายแล้วซื้อกลับไม่ทัน ขายไป 25,500 ก็ดีใจแล้วว่าหลุดดอย ดอยยุคเก่าส่วนใหญ่คนติดบริเวณ 25,500 ปรากฏขายไปที่ 25,500 แต่อีก 2 วันขึ้นมา 500 อีก 3 วันขึ้นมาอีก 700 ก็เสียโอกาสไป ก็มีย้ำกับทุกคนว่าตอนนี้การขายเพื่อทำกำไรก็ควรจะทำบ้างและเข้าซื้อตอนราคาอ่อนตัว

คนไทยแห่ขายทองกันมากช่วงมีนาคม-เมษายน ขายจนร้านทองบอกว่าไม่มีสภาพคล่องเพราะส่งออกไม่ได้ ล่าสุดก็ไปยืนเข้าคิวขายทองเต็มเยาวราช บางคนบอกรอบสุดท้ายของฉันแล้ว ขายเพราะคิดว่าสูงสุดแล้ว ไม่คิดว่าจะสูงกว่านี้

จุดสูงสุดไม่มีใครตอบได้ว่าจะไปได้ถึงไหน เพียงแต่การขึ้นยังมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ทองคำจะต่างกว่าหุ้น การขึ้นของหุ้นจะดูว่าผลประกอบการเป็นอย่างไร P/E ประมาณเท่าไหร่ อุตสาหกรรมนี้เป็นอย่างไร ถ้าราคาหุ้นขึ้นเกินก็เป็นการปั่นเป็นฟองสบู่ แต่ถ้าในกรอบทองคำมันไม่ค่อยมีข่าวว่าจะขึ้น 10 เหรียญ หรือจะขึ้นอีก 50 เหรียญ มันเป็นสภาวะส่วนหนึ่งของการลงทุนและเปลี่ยนทิศทางของการกระจายการลงทุน ซึ่งตอนนี้นักลงทุนเกือบทั่วโลกย้ายการลงทุนส่วนหนึ่ง ไม่ได้ทั้งหมด อาจจะแค่ 3-20% มาที่ทองคำ ทำให้ราคาทองคำดีดตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นักลงทุนควรมี Position อย่างไรโดยเฉพาะคนเล่นทองคำ Futures

1. คนที่เล่นทองคำอยู่จะต้องไม่สวนตลาด หมายความว่าตลาดเป็นขาขึ้นก็เล่นตามทิศทางขาขึ้น หลายคนไปเล่นสวนตลาด คือคิดว่าขึ้นเยอะแล้วก็ขายล่วงหน้าไปทั้งที่ไม่มีของ ปรากฏว่าขายล่วงหน้าไป 26,000 เพราะคิดว่าขึ้นเยอะแล้ว พอขึ้น 27,000-28,000 ตอนนี้ขาดทุนยับเยิน หลักการแรกไม่เล่นสวนตลาดถ้าไม่มีของ

2. การเล่นตามแนวโน้มขาขึ้นในลักษณะขึ้นขายลงซื้อโดยไม่เปิด Short Position จะเป็นความเสี่ยงที่น้อยลง

3. การลงทุนในตลาด Gold Futures ใน TFEX จำเป็นอย่างยิ่งต้องใช้ความรู้ความเข้าใจในการลงทุน ถ้าเป็นชาวบ้านไม่มีความรู้ ไม่มีเวลาเฝ้า คำแนะนำสำคัญที่สุดคืออย่าลงทุนใน Gold Futures ท่านควรใช้เงินเย็นๆ ในการลงทุนแล้วซื้อเป็นทองคำแท่งเก็บในจังหวะที่ราคาอ่อนตัวลงมา คิดว่าราคาแถวไหนน่าจะซื้อได้ในระยะพอสมควร ก็ตอบว่าระยะประมาณ 28,800 บาท จะเห็นหรือเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจ แต่ถือเป็นราคาใกล้เคียงกับปัจจุบันที่สุดในแนวรับ

สรุปอีกครั้งว่าคนที่ขายทองไปแล้วควรทำอย่างไรดี

ถ้าขายไปแล้วมีกำไรก็แฮปปี้ ไม่ต้องกังวล เพราะการขาย ณ ขณะนี้เป็นราคา All Time High ต้องกำไรแน่ทุกคน กำไรมากกำไรน้อยก็อีกส่วน แต่ถ้าขายหมดแล้วจะทำอย่างไรดี ก็ใช้กลยุทธ์ว่าเราสามารถรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน ถ้ารับความเสี่ยงน้อยก็ควรซื้อเป็นทองคำแท่ง หาจังหวะราคาอ่อนตัวลงแล้วเข้าไปซื้อ ซึ่งหลายคนเฝ้าที่จะซื้อ ก็ปรากฏว่าขยับสูงขึ้นจาก 28,000 เป็น 29,000 ไปแล้ว ก็ต้องหาจังหวะเข้าที่คิดว่าสมน้ำสมเนื้อ มีความเสี่ยงไม่เยอะ

คนที่ทำธุรกิจร้านทองควรจะบริหารพอร์ต บริหารธุรกิจอย่างไร

ในลักษณะการซื้อขายร้านที่ทองบริหารโดยซื้อมาขายไป แบบนี้กำไรแน่นอน แต่กำไรจะน้อยหน่อย แล้วร้านทองจำเป็นต้องซื้อหรือไม่ซื้อได้ไหม บอกว่าไม่ซื้อก็ได้ เพราะการรับซื้อจากประชาชนเขาได้กำไร แต่กำไรไม่เยอะ บาทนึงกำไร 10-20 บาท ซึ่งเขาต้องจ่ายเงินล่วงหน้าไป 28,000-29,000 เขากำไร 10-20 สูงสุดไม่น่าเกิน 30 เขารับซื้อ แต่ถ้าหมดเงินก็คงไม่รับซื้อ การบริหารร้านทองเป็นลักษณะบริหารความเสี่ยง คือซื้อมาก็ขายเลย กำไรน้อยหน่อย แต่ไม่เสี่ยง

ร้านทองตามถนนปิดทำการไปเยอะ

ต้องบอกว่าโลกยุคปัจจุบันเป็นยุคใหม่ เป็นยุคโลกคอมพิวเตอร์ Digitization ในโลกยุคใหม่ถ้าร้านทองเก่ายังบริหารแบบเดิมๆ และยังเป็นการขายไม่ผ่านระบบออนไลน์ บอกตรงๆ จะอยู่ไม่ค่อยได้ กำไรจะน้อยลงไปเรื่อยๆ การค้ายุคใหม่นี้โลกมันเปลี่ยนไปพอสมควร ร้านทองที่เปลี่ยนตัวเองเท่านั้นถึงจะอยู่รอด แน่นอนการทำร้านทองแบบนี้ใช้ต้นทุนสูงเพราะทองสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่กำไรเท่าเดิม ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น การบริหารในโลกยุคใหม่ถ้าไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงก็จะมีบางส่วนที่ปิดไป แต่ก็ปิดแบบกำไรเพราะต้นทุนเดิมเขาไม่สูง เช่น บาทละ 15,000 หรือ 20,000 เขาปิดตอนนี้ก็ไม่ได้ขาดทุนอะไร

ปริมาณทองคำในประเทศหรือในมือประชาชนยังมีอยู่เยอะไหม หรือขายออกนอกประเทศไปเยอะแล้ว

หลายๆ คนขายก้อนสุดท้ายไปแล้ว ขายไปแล้วกว่า 70% ตอนนี้ที่อยู่ในมือประชาชนทั่วไปคิดว่าไม่เยอะแล้ว แต่ที่อยู่ในมือนักลงทุน สถาบันลงทุน ยังมีอยู่มากพอสมควร จะเห็นว่ามีแรงขายเข้ามาตลอด มีการส่งออกเยอะในช่วงนี้เพราะยังมีทองอยู่เมื่อเทียบกับเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ถ้าราคาทองขึ้นแบบนี้ต้องถล่มทลายแบบนี้เป็น 10 วัน จะเห็นได้ว่าปีนี้คนขายมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว ขายกันมาเยอะ ตอนนี้มากกว่าครึ่งขายไปแล้ว แรงเทขายจะไม่สูงเท่ากับเมื่อช่วงมีนาคม-เมษายน

สภาพสังคมไทยขณะนี้ คนขายทองมากกว่าคนซื้อทองเก็บใช่ไหม

ใช่ เพราะทองขึ้น

ต่างกับจีน ถึงขนาดรัฐบาลออกมาคุมเข้ม ไม่ให้ประชาชนแห่ไปซื้อทอง

จีนเขาเศรษฐกิจดี ประชาชนเริ่มมีตังค์เก็บ แล้วคนทั่วไปวิเคราะห์ได้ว่าการเก็บเป็นเงินสดกับสินทรัพย์อื่นๆ มันสู้ทองคำไม่ได้ ระดับของคนจีนการซื้อที่ดินก็ซื้อไม่ได้เพราะที่ดินเป็นของหลวงหมด ส่วนใหญ่จึงเก็บเป็นรูปทองคำ เดิมทีซื้อเป็นหุ้น หุ้นกู้ บางคนมาลงทุนซื้ออสังหาฯในบ้านเรา แต่พอเจอปัญหาก็เริ่มหดลงไปเยอะ ตอนนี้ประชาชนจีนหันมาซื้อทองคำมากขึ้น ถือว่าเป็นความมั่งคั่งของประเทศส่วนนึง

ฝากอะไรถึงผู้ลงทุนทองคำหน่อย

ในช่วงยุคโควิดการลงทุนในทองคำเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุด ในขณะนี้แม้ราคาจะขึ้นเยอะแล้ว อยากให้ทุกคนมีพอร์ตการลงทุนในทองคำบ้างไม่มากก็น้อย น้อยสุดควรประมาณ 5% สูงสุด 20-50% ขึ้นอยู่กับมีความรู้หรือมีความเข้าใจการลงทุนขนาดไหน อย่าลืมว่าการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงแม้จะเป็นทองคำ นักลงทุนควรศึกษาทำความเข้าใจ ถ้าจะซื้อจะขายนั้นเก็งกำไรก็ต้องให้ถูกทาง ทำกำไรได้ก็จะได้ผลกำไรตามสมควร

ปรึกษา MTS Gold ได้ใช่ไหม

ยินดี MTS Gold แม่ทองสุกของเราเป็นบริษัทผู้ค้าทองคำครบวงจรสุดในประเทศไทย รวมทั้งมีการนำเข้าส่งออกทองคำใหญ่ที่สุดในประเทศในขณะนี้ ทั้งการรับซื้อจากร้านทองทั่วประเทศ เราไม่ได้รับซื้อจากแค่ประชาชนเท่านั้นเพราะส่วนใหญ่เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เรารับซื้อทั้งประชาชนและร้านค้าทองทั่วประเทศแล้วเอามาขาย รวมทั้งมีโรงงานผลิตทองของตัวเองเพื่อทำให้ทองคำทุกชิ้นที่ออกมาในนามแม่ทองสุกได้มาตรฐานทั้งของไทยและของโลก เราจึงสามารถส่งออกทองคำและได้การยอมรับที่ดีไม่ว่าจะเป็นตลาดสวิตเซอร์แลนด์ ฮ่องกง สิงคโปร์ ออสเตรเลีย

For advertising please call: 02-2534691