Lockdown ทำราคาไข่ไก่พุ่ง...วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ


ยืนยัน...ยอดผลิตไข่ไก่ของไทยเฉลี่ยวันละ 38-42 ล้านฟองถือว่าเพียงพอต่อการบริโภคในภาวะปกติ แต่จากความตื่นตระหนกเรื่องการล็อกดาวน์ ทำให้ผู้ซื้อแห่ซื้อไข่ไก่สำรองในปริมาณมากเพื่อความอุ่นใจ ผลคือไข่ไก่ขาดตลาด หาซื้อยากและราคาแพงขึ้น ทั้งๆ ที่ราคาไข่ไก่หน้าเล้ายังอยู่ที่ราคาเดิมคือฟองละ 3 บาท การที่ราคาในตลาดสูงถึง 4-5 บาทต่อฟองถือว่าแพงเกินจริง หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปตรวจสอบ พร้อมแจง...ผู้เลี้ยงไก่ไข่ขาดทุนป่นปี้ใน 3-4 เดือนที่ผ่านมา แต่ในภาวะวิกฤตโควิด-19 ผู้เลี้ยงไก่ไข่พร้อมยืนเคียงข้างคนไทยในการผลิตไข่ไก่คุณภาพดี ราคาเป็นธรรม

Interview : คุณมาโนช ชูทับทิม

นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่


โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงไก่มากน้อยขนาดไหน

กระทบแน่ๆ คือเราเป็นคนไทยและเราเป็นผู้คนในสังคม อย่างน้อยๆ ก็มีความรู้สึกรับผิดชอบ ตื่นตัว ก็มีเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าโรคระบาดชนิดไหนมาลงกับคนหรือสัตว์ เราอยู่ในสถานะตรงนี้ เราเป็นคนไทย เราก็ต้องหวาดวิตกเป็นธรรมดา ยิ่งโรคโควิด-19 มันเป็นกันทั้งโลก ในปัจจุบันรู้สึกว่าจะควบคุมยาก จึงต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ


ราคาไข่ไก่ที่ช่วงนี้แพงขึ้น มาจากปัจจัยอะไร

ถ้าเทียบระบบการเลี้ยงในรอบ 3-10 ปี ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ราคานี้ยังไม่ใช่ราคาสูงสุด เมื่อปลายปี 2554 เคยเกิดน้ำท่วมใหญ่ รวมถึงปีที่แล้วเป็นช่วงสั้นๆ ไม่ถึง 1 เดือนคือช่วงมีนาคมและเมษายนเป็นภาวะไม่ปกติที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องน้ำท่วมเรื่องโรคระบาดเป็นเรื่องที่ไม่ปกติที่เกิดขึ้น และสภาพที่ตื่นตระหนกของผู้คน ผู้บริโภค ไม่ได้เกี่ยวเรื่องกักตุน เรื่องการโก่งราคา...ไม่ใช่ และไม่ได้เกี่ยวกับทางผู้เลี้ยงไก่ไข่


เห็นว่าราคาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และหาซื้อยากด้วย

ยังหาซื้อไม่ยาก ตอนนี้เข้าไปตลาด ตามในห้าง ตลาดสดทั่วไป ก็ยังเจอไข่ตลอด เพียงแต่ว่าบางทีเราทำตามการซื้อของผู้ซื้อทั้งหมดไม่ได้ เพราะในความตื่นตระหนก ตื่นกลัว ผู้ซื้อจะซื้อมากกว่าปกติ เพราะคิดว่าไข่จะขาด ไข่จะขึ้นราคา ก็ยอมรับว่าดีมานด์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ดีมานด์จริง เป็นดีมานด์เทียม คือเขาซื้อครั้งนึง 5-10 ถาดอย่างนี้ อย่างไรก็ต้องขาด แต่ว่าเอาไปเก็บไว้ไม่ได้เป็นประโยชน์กับตัวเอง แต่เขาก็มีความอุ่นใจว่าอย่างไรเขาก็มีไข่บริโภค และเก็บตุนได้ เป็นอาหารที่ค่อนข้างวิเศษจริงๆ ก็ต้องบริหารจัดการในเรื่องความรู้สึก การตื่นตัวของผู้คนให้อยู่ในระดับพอเหมาะพอดี


ราคาที่แพงขึ้น ทางฝั่งผู้เลี้ยงไก่ไข่ได้เงินมากขึ้นตามไปด้วยหรือไม่

ยอมรับว่า ก็ดีกว่า 3-4 เดือนที่แล้ว ช่วงนั้นเราขาดทุนป่นปี้เลย รู้ไหมว่า 8 ปีที่แล้วผู้เลี้ยงไก่ไข่ขาดทุนป่นปี้ แล้วขอบอกว่าเรื่องของต้นทุนในรอบที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด กากถั่วเหลือง ที่เราซื้อมาเลี้ยงไก่ ราคาขึ้นไปมโหฬารเลย ตลาดโลกมันขาดแคลน ทำให้แพง และเราเป็นสังคมตลาดโลก เลยต้องทานของแพงไปด้วย ซึ่งทางผู้เลี้ยงก็ฝืนทนตรงนี้พอสมควร แต่ในกลุ่มคนเลี้ยงด้วยกันก็พยายามพูดคุยกันว่าในสังคมประเทศชาติเราโรคโควิด-19 มันระบาด สังคมกำลังเดือดร้อน เรามีกำไรพอสมควรแล้ว อย่าเอากำไรมากมายนัก เพราะคนในสังคมตกทุกข์ได้ยาก เมื่ออยู่ด้วยกันเราก็มีความทุกข์เหมือนกัน เพราะคนในชาติ รวมทั้งญาติพี่น้องอยู่ไม่สุขเลย เดือดร้อนกันไปหมด

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถามคือ คนเลี้ยงได้กำไร ได้เงินเพิ่มจริงไหม เรื่องจริงคือมันไปเอากำไรกันเกินควรในระหว่างพ่อค้าคนกลางในแต่ละช่วง ผู้บริโภคถึงต้องซื้อแพงเกินเหตุ ตรงนี้คือประเด็น เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับคนเลี้ยงเลย เพราะคนเลี้ยงยังยืนหน้าฟาร์มอยู่ที่ 3 บาท ตรงนี้คือไข่คละ ซึ่งหน้าที่ตรงนี้ ทางราชการที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ส่วนตัวแล้วมองว่าในกระบวนการอย่างนี้ค่อนข้างเห็นใจและเข้าใจผู้ค้าด้วย เพราะต้นทุนเขาก็เพิ่ม เพราะฉะนั้น ในเมื่อสินค้าดูเหมือนขาด แล้วเขาขายได้แพงขึ้น และมีการปรับราคาปลายทางขึ้น เขาก็ต้องปรับ เพื่อให้คุ้มกับต้นทุนที่สูงขึ้น ส่วนตัวมองแบบใจเป็นธรรมทุกฝ่าย ตรงนี้ต้องเข้าใจ แต่ส่วนที่เวอร์ แพงมากเกินไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดูว่ามันมากเกินไปหรือไม่ ออกจากฟาร์ม 3 บาท ไปขาย 4-5 บาทอย่างนี้ใช่หรือเปล่า


ถ้าซื้อกันในจำนวนปกติ ผู้ผลิตก็ผลิตได้พอเพียง ไข่ไม่ขาดแคลนแน่นอน

ใช่ มันค่อนข้างปกติ เพราะปัจจุบันการเลี้ยงของเราตั้งแต่ไข้หวัดนกปี 2547 เป็นต้นมา การพัฒนาการเลี้ยงไปใช้ระบบปิดหมด โรงเรือนปิด ระบบปิดหมด การควบคุมดูแลเป็นอย่างดี ตรงนี้ก็เป็นส่วนสำคัญทำให้คุณภาพการเลี้ยงของเราค่อนข้างดี ส่วนปริมาณไข่ที่ออกมากับตัวไก่ยังปกติ ในวันหนึ่งเราผลิตไข่ได้ประมาณ 40 ล้านฟอง บวกลบนิดหน่อย บางช่วงก็อาจจะผลิตได้มากหน่อยอาจจะเป็น 41-42 ล้านฟอง บางช่วงก็อาจจะเหลือ 38-39 ล้านฟอง อยู่ที่ว่าจะให้คนเลี้ยงขาดทุนหรือไม่ เพราะถ้าคนเลี้ยงขาดทุน เขาก็จะเร่งปลดไก่ยืนกรงในเล้าเขา เมื่อแม่ไก่ไม่มียืนกรง ไข่ก็จะลดน้อยลงเป็นธรรมดา และในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาเขาขาดทุนแสนสาหัส กรมปศุสัตว์ก็บอกให้ปลดไก่ยืนกรงตามมาตรฐาน ตามระบบระเบียบ อายุไม่เกิน 75-78 สัปดาห์ ต้องปลด เมื่อทุกคนขาดทุนก็ต้องปลด อันนี้เป็นรอบที่สำคัญ

ถ้าให้พูดเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องยาว อยู่ๆ ไปเลี้ยงมันแล้วออกไข่เลยคงไม่ใช่ มันต้องใช้เวลาเป็นปีๆ ขอยืนยันให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปว่าไข่มีแน่นอน ไข่ไม่ขาด สำคัญก็คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราด้วย เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นต้องยอมรับว่าผู้บริโภคสามารถที่จะเลือกซื้ออาหารการกินในครัวเรือน อาหารประเภทไหนที่เขามองว่าคุ้มค่า ดีที่สุด ไข่ไก่แทบจะเลือกมาเป็นอันดับ 1 ที่ทุกครัวเรือนจะต้องมีติดเอาไว้

แต่ด้วยความร่วมมือของรัฐบาลในเรื่องของโรคระบาดก็ดี หรือเรื่องการควบคุมดูแลการบริโภคอาหารการกิน เรื่องราคาซื้อขาย ถือเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะช่วยกันดูแลอยู่แล้ว


การนำเข้าพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ในช่วงที่ผ่านมา มีปัญหาหรือไม่

ในช่วงโควิด-19 ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะมาตรการที่เกิดขึ้นเมื่อ 4-5 ปี ก่อน ไข่ไก่มันล้น ขายไม่ได้เลย เกษตรกรจะขายก็ถูกหรือขายไม่ได้ จึงมีการปรับปรุงในเรื่องการเลี้ยงกันขึ้น โดยมีมาตรฐานมาตรการต่างๆ ออกมาจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาช่วยดูแลเพื่อแก้ปัญหาเรื่องไข่ราคาถูก ในช่วงนั้นเกษตรกรขาดทุนกันยับเยินหมดเลย และมีการปรับตัวเลขกันตลอดเวลาในช่วงนั้น ถามว่าถ้าตอนนี้ ปริมาณไข่ที่ออกมาทุกวันนี้ดูเหมือนจะขาด ถ้าพูดอย่างนั้นก็ได้ แต่ถ้าเป็นภาวะปกติส่วนตัวว่าไม่ขาด


การขนส่งลำเลียงไข่มีปัญหาหรือไม่

ไม่มี ทางรัฐบาลโดยคำสั่งเรื่องล็อกดาวน์เขาก็มีมาตรการสนับสนุนอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา ดังนั้น ไม่ต้องห่วง ไข่ไม่ขาดแคลน และพวกเราผู้เลี้ยงจะยืนอยู่เคียงข้างผู้บริโภคทั้งในเรื่องคุณภาพและราคา

47 views0 comments