top of page
533394.jpg

โครงสร้างล้าหลัง ฉุดเศรษฐกิจไทย โตต่ำเรื้อรังไม่พ้น 3%



ไทยติดกับดักโครงสร้างเศรษฐกิจ การผลิต การค้า ที่ล้าหลัง ทำให้ GDP ต่ำเตี้ยแค่ 2-3% ในทุกๆ ปี ขณะที่ความลุ่มๆ ดอนๆ ทางการเมืองทำให้มาตรการ-นโยบายทางเศรษฐกิจขาดความต่อเนื่อง ถ้าไม่แก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ คนไทยกลุ่มรากหญ้าและชนชั้นกลางจะอยู่ในวังวนความยากจนไปอีกยาวนาน...จากทุกปัญหาที่ถาโถมจะทำให้ปี 69 เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับประเทศไทยและคนไทยอย่างแน่นอน


สรุปเศรษฐกิจในปี 2568 ตลอดทั้งปีเป็นอย่างไร

 

สถานการณ์โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจอย่างเดียวมีแนวโน้มชะลอตัวมานานแล้ว เพราะเรามีปัญหาเชิงโครงสร้าง เนื่องจากว่าสินค้าไทยเป็นสินค้าที่ผลิตอย่างไรก็สู้กับหลายประเทศไม่ได้ และเราก็มีข้อจำกัดในการที่จะอัปเกรดสินค้าที่เราผลิตให้ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เพราะกระบวนการศึกษาเราไม่ได้ไปตามนั้น คือถ้าเราจะอัปเกรดอุตสาหกรรมมันต้องผลิตบุคลากรทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น แต่เราไม่ได้ทำ 

 

ดังนั้น ถึงจะดึงนักลงทุนจากต่างประเทศหรือให้นักลงทุนไทยใช้เทคโนโลยีมากขึ้นก็เป็นเรื่องยาก จะหาคนหาอะไรต่างๆ มันก็ไปได้ยาก ก็เป็นปัญหาโดยรวมทั่วไป ซึ่งไม่เป็นผลบวกกับเศรษฐกิจไทย ฉะนั้น เศรษฐกิจไทยก็โตได้ประมาณ 2-3% ทุกปี 

 

ขณะนี้ที่เรามีปัญหาหนักคือมีภาษีทรัมป์ มีปัญหาเกี่ยวกับขั้วของโลกที่แข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ต้นทุนการขนส่งต่อหน่วยก็แพงขึ้น ภาษีก็เพิ่มแล้วในสหรัฐอเมริกา รออยู่ว่าประเด็นอื่นจะเป็นปัญหาเพิ่มหรือเปล่า แต่ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณ ถ้าสถานการณ์ไม่เปลี่ยน หรือว่าถ้ามีการแก้รัฐธรรมนูญทำให้ โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดีรอบ 3 ได้ คิดว่าสถานการณ์ก็จะเปลี่ยนไป 

  เ

พราะฉะนั้น ถ้ามองในแง่นี้ คิดว่าหลายปัจจัยจะทำให้เศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับ 2% เศษๆ ขณะที่การเลือกตั้งหรือปัญหาการเมืองต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา มีส่วนกดเศรษฐกิจช่วงไตรมาสหลังๆ นิดหน่อย ดังนั้น เราก็น่าจะโตได้สัก 2% ในปี 2568  


ปี 2569 จะเป็นอย่างไร


สำหรับปี 2569 จะเห็นว่าหลังการยุบสภา กังวลกันไม่รู้ว่าจะสามารถเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญได้แค่ไหน ซึ่งในที่สุด กกต.ก็สามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้ ทุกอย่างเหล่านี้ เป็นปัจจัยเสี่ยงระดับหนึ่งซึ่งมองว่าไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็เป็นปัญหาระดับหนึ่งที่ทำให้มาตรการทางเศรษฐกิจขาดความต่อเนื่อง ฉะนั้นช่วงไตรมาสนี้หรือในช่วง 2 ไตรมาสข้างหน้า สภาพคล่องที่เข้ามาผ่านนโยบาย หรือโครงการกระตุ้นแบบง่ายๆ ถ้าเราไม่ต้องคิดเยอะ เอาเงินไปแจกๆ แล้วก็จบ ไม่ต้องคิดเยอะว่าดีหรือไม่ดี เมื่อถึงเวลาไปชี้แจงประชาชนว่าดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ หรือเปล่าก็ไม่รู้ ก็เข้าใจง่ายๆ ซึ่งราชการพูดง่ายๆ แบบนี้ มันจะเกิดยากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลอยู่ในช่วงของการเลือกตั้ง ก็ต้องรอรัฐบาลใหม่มา ถ้ามีรัฐบาลใหม่เข้ามาก็จะทำให้เศรษฐกิจไม่น่าจะมีแรงกระตุ้นแบบประเภทมั่วๆ ซั่วๆ ก็เป็นอะไรที่จะต้องเสียดสีบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นทุกคนก็จะคิดแต่มาตรการแบบคิดเองเออเอง ไม่ต้องใช้หลักวิชาการเลย และพอออกมาก็ทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจมันแผ่วไป 

 

ในขณะที่มาตรการที่เป็นมาตรการพื้นฐานก็เดินไม่ได้ เพราะไม่มีคนสนใจอยู่แล้ว GDP ก็จะได้แค่ 1.5% หรือ 1.6% อะไรประมาณนี้ ก็แย่เลย ดังนั้น GDP 2% หรือ 1.5-1.6% ถือว่าเป็นอะไรที่รองรับประชากรไม่ได้ ประชาชนจะต้องจนลงอย่างแน่นอน เพียงแต่จะจนในกลุ่มไหน ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มที่จนมากที่สุดคือกลุ่มชนชั้นกลาง เป็นชนชั้นที่ถูกเอาเปรียบมากที่สุด คือรายได้ไม่ถึงกับแย่สุดๆ แต่ก็ไม่ได้ดี พวกนี้กระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่ได้รับประโยชน์ และถ้าไม่กระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่ได้ประโยชน์ และก็ไม่ได้ประโยชน์มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว 


ดังนั้น คิดว่าในแง่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ อยู่ในระดับที่ไม่น่าพึงพอใจ คือไม่สามารถรองรับประชากรได้ 

 
 
 

Comments


bottom of page