top of page
327304.jpg

เงินคริปโตมั่นคงกว่าทองคำ ?


ยามที่ทั้งโลกกำลังหายใจเป็นทองคำ เหตุจากราคาพุ่งทำลายสถิติเก่าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ในเงาร่ม เงินคริปโตกลับไต่ระดับขึ้นมาเงียบๆ ด้วยความเชื่อมั่นว่าเป็นแหล่งปลอดภัยที่มั่นคงกว่าทองคำ

Bitcoin ไต่ระดับจาก 300,000 บาทเมื่อปลายกรกฎาคมมาอยู่เหนือ 350,000 เมื่อสิ้นเดือน และเปิดสัปดาห์ต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาด้วยราคา 373,223.73 บาท หรือ 11,956 ดอลลาร์

สัดส่วนราคาเพิ่ม +18.25% ต่อสัปดาห์ +19.81% ต่อเดือน +5.6% เฉลี่ยต่อวัน

กำลังไต่ระดับสู่สถิติสูงสุดตลอดกาล 19,665.39 ดอลล์สหรัฐ โดยเคลื่อนไหวช่วง 11,000-13,000 ดอลลาร์

ส่วนราคาทองคำ เปิดตลาดจันทร์ที่ 10 ส.ค. ด้วย ราคาเริ่มหักหัวลงแล้ว 2,033-2,035ดอลลาร์/ทรอยเอานซ์-1.20%

การเปลี่ยนแปลงราคาทองคำ 30 วัน +235.00 ดอลลาร์ (+13.07%)ระยะ 6 เดือน +29.38%

ดูแล้ว ราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าบิตคอยน์ แต่จากการหักหัวลงเป็นช่วงๆทำให้กังวลว่า ทองคำจะอ่อนแรงลงจนบิตคอยน์แซงขึ้นหน้า

อย่างไรก็ดี เหตุผลที่ทั้งบิตคอยน์และทองคำยังเป็นราคาขาขึ้นกันอยู่นั้นก็ด้วยความมั่นคงและปลอดภัย เพราะปัจจัยที่บั่นทอนค่าเงินกระดาษ โดยเฉพาะดอลลาร์สหรัฐก็คือ ความหวั่นไหวในเสถียรภาพของค่าเงิน

เท่าที่ผ่านมา สงคราม สถานการณ์บ้านเมืองปั่นป่วน ภาวะเงินเฟ้อสูงผิดปกติ เป็นเงื่อนไขที่ทำให้คนหันเข้าหาทองคำเพื่อเป็นแหล่งหลบภัย แต่ปัจจุบันนี้ มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมาคือการแพร่ระบาดของโควิด-19 การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และที่สำคัญที่สุดคือการคุกคามของจีน

แต่เหนือสิ่งใดอื่นใดก็คือ บรรดาธนาคารกลางพากันอัดเงินเข้าไปในระบบกันอย่างมโหฬาร ไม่ว่าจะเป็นเงิน QE ของสหรัฐ หรือญี่ปุ่น จีน ยุโรป และแม้แต่ไทย...เหตุจากการระบาดของไวรัส ทำให้ต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์กันไปทั่ว ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก

นอกจากส่วนบุคคลแล้ว ภาคธุรกิจเอกชน ต่างก็ได้รับผลกระทบรุนแรง บริษัทยักษ์ใหญ่อายุค่อนศตวรรษปิดกันระนาว

การพิมพ์ธนบัตรอัดเข้าไปในตลาดบอนด์ของสหรัฐ การลดอัตราดอกเบี้ยเฟดเหลือ 0-0.25% แต่โดยมูลค่าในตลาดเงินตราแล้ว คือ Negative Rate ยังผลให้ค่าดอลลาร์อ่อนยวบ

ทำให้พากันหวั่นไหวในค่าของดอลลาร์ แห่กันถ่ายเทดอลลาร์ไปสู่ทองคำและเงินคริปโตไม่ขาดสาย

กูรูการเงินมองว่า ดอลลาร์สหรัฐจะไม่อยู่ในฐานะสกุลเงินตราหลักในการแลกเปลี่ยนในตะกร้าเงินตราอีกต่อไป แต่จีนกลับไม่คิดคล้อยตาม จีนยังเชื่อว่าดอลลาร์สหรัฐจะยังคงเป็นสกุลเงินแกนกลางอัตราแลกเปลี่ยนอีกนาน...เหตุผลคือสหรัฐยังคงดำรงสำรองทองคำมากที่สุดในโลกอยู่ แม้ธนบัตรดอลลาร์ที่พิมพ์ออกมาจะไม่ได้อ้างอิงมูลค่าทองคำตาม

สำรองทองคำของ 10 ประเทศร่ำรวยทองคำที่สุดในโลกตัวเลขล่าสุดคือ


1. สหรัฐ 8,133.5 ตัน อยู่ที่ US Bullion Reservatoryที่ Fort Knox 4,583 ตัน สัดส่วนสำรอง(ทองคำ) ระหว่างประเทศที่ IMF 78.9%


2. เยอรมนี 3,363.6 ตัน สำรองทองคำระหว่างประเทศ 75.2 %

3. อิตาลี 2,451.8 ตัน

4. ฝรั่งเศส 2,436 ตัน

5. รัสเซีย 2,299.2 ตัน

6. จีน 1,948.3 ตัน สำรองระหว่างประเทศ 3.4%

7. สวิตเซอร์แลนด์ 1,040 ตัน

8. ญี่ปุ่น 765.2 ตัน

9. อินเดีย 654.9 ตัน

และ 10. เนเธอร์แลนด์ 612.5 ตัน

ถ้าเอาทองคำเป็นแหล่งพักพิงมูลค่าที่ปลอดภัยและเป็นแหล่งเก็บค่า (store of value) แล้ว ดอลลาร์ยังคงมั่นคงอยู่

และยิ่งมั่นคงยิ่งขึ้นเมื่อราคาทองคำสูงขึ้นไม่หยุดหย่อน

ว่ากันว่า ล่าสุด บริษัทค้าเงินค้าทองอเมริกัน กวาดทองคำไปเก็บรวมกันกว่า 700 ตัน

ถ้าหากมีการไล่ราคาขึ้นไปถึงริมๆ 3,000 แล้วทุบ...จะเกิดอะไรขึ้น?

นี่เองที่นักค้าเงินทองมองไปที่บิตคอยน์และคริปโตเคอเรนซีสกุลอื่นๆ หยั่งขาไว้ที่เงินคริปโตอีกข้างเพื่อความปลอดภัย

18 views

Comments


bottom of page