top of page
347550.jpg

หุ้นกู้ ช.การช่างสำเร็จเกินคาดยอด Bookbuild กว่า 5 เท่า


หุ้นกู้ ช.การช่างครั้งที่ 1/2562 สำเร็จเกินคาดยอด Bookbuild กว่า 5 เท่า บริษัทจะนำเงินไปใช้เพื่อชำระคืนหนี้เดิมและรองรับการลงทุนโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

ดร.สุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่างจำกัด (มหาชน) หรือ “CK” เปิดเผยว่าตามที่บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) มีแผนระดมทุนโดยการออกหุ้นกู้ ภายในเดือนมิถุนายน 2562 นี้เดิมบริษัทมีความต้องการออกหุ้นกู้ประมาณ 4,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตามจากผลการสำรวจความต้องการลงทุนในหุ้นกู้ (Bookbuild) เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2562 มีผู้ลงทุนแสดงความจำนงในการลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทมากกว่ามูลค่าที่บริษัทมีแผนเสนอขายเดิมรวมกว่า 5 เท่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อศักยภาพ ธุรกิจและผลการดำเนินงานของบริษัท ทางบริษัทจึงตัดสินใจเพิ่มจำนวนการออกหุ้นกู้รวมทั้งสิ้นเป็น 10,000 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชำระคืนหนี้เดิมและรองรับการลงทุนโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

ทั้งนี้หุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้มีจำนวน 3 ชุด ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.46% จำนวน 3,000 ล้านบาท หุ้นกู้อายุ 5 ปีอัตราดอกเบี้ย 2.90% จำนวน 3,500 ล้านบาทและหุ้นกู้อายุ 10 ปี ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด ตั้งแต่วันครบกำหนด 5 ปี นับจากวันออกหุ้นกู้ อัตราดอกเบี้ย 3.66% จำนวน 3,500ล้านบาท รวมมูลค่าเสนอขายหุ้นกู้ 3 ชุดรวมทั้งสิ้น 10,000 ล้านบาท โดยหุ้นกู้ทั้ง 3 ชุด ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “A” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2562 และบริษัทได้แต่งตั้งให้ ธนาคารกรุงเทพ และ ธนาคารกรุงไทย เป็นผู้จัดการการจำหน่ายหุ้นกู้ดังกล่าว

ทางบริษัทขอขอบพระคุณผู้ลงทุนทุกท่านที่ให้ความสนใจในการลงทุนหุ้นกู้ของบริษัทเป็นอย่างดี

ดร.สุภามาส กล่าวว่า ในการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ถือว่าบริษัทประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงโดยนับว่าเป็นการออกหุ้นกู้มูลค่าสูงที่สุดที่บริษัทเคยจัดออกมา และเป็นการออกหุ้นกู้ครั้งแรกที่จัดออกภายหลังจากที่บริษัทได้รับการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ A จากเดิมที่ระดับ A- เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา

การที่หุ้นกู้ของบริษัทได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนอย่างมากในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยผลประกอบการสิ้นปี 2561 มีรายได้รวม 29,499 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 2,487 ล้านบาทมีสินทรัพย์รวม 83,501 ล้านบาทและหนี้สินรวม 57,672 ล้านบาทรวมถึงการมองเห็นถึงศักยภาพของบริษัทในการลงทุนในธุรกิจสัมปทานโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ ที่มีความมั่นคง

และมีอนาคตที่ดี อาทิ บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) บริษัท ทีทีดับบลิวจำกัด (มหาชน) และบริษัท ซีเคพาวเวอร์จำกัด (มหาชน) โดยทั้ง 3 บริษัทดังกล่าวดำเนินงานที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆอาทิระบบขนส่งมวลชนและสาธารณูปโภคพื้นฐานซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานหรือสัญญาซื้อขายระยะยาว นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างชั้นนำในประเทศไทยตลอดจนความสามารถในการรับงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่และโครงการที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางรวมทั้งความแข็งแกร่งในการดำเนินโครงการและความยืดหยุ่นทางการเงินที่เกิดจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของบริษัท

14 views
bottom of page