ข้าวถุงออนไลน์ไม่เด่น...โมเดิร์นเทรด ยังคงเป็นตลาดหลัก


นายธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข่าวสารบรรจุถุงภายใต้แบรนด์ข้าวตราไก่แจ้ กล่าวในรายการ “เซียนเศรษฐกิจ” จัดขึ้นโดยกองบรรณาธิการ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ถึงการเข้ามาลงทุนในไทยของแจ็ค หม่า ว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ต่างชาติเข้ามาลงทุน มองว่าเป็นโอกาสที่ดีเพียงแต่ผู้ประกอบการต้องดูว่าจะสามารถเข้าร่วมไปกับกระแสตรงนี้ได้อย่างไร ในฐานะที่บริษัทเป็นผู้ผลิตและขายข้าวถุงไทยไม่ตกใจกับการมาของ “แจ็ค หม่า” เพราะต้องมองและประเมินในเชิงของธุรกิจว่าบริษัทเป็นผู้ผลิตข้าวถุงและได้ขายในออนไลน์ ซึ่งได้พยายามผลักดันให้ได้ แต่ก็มีหลากหลายช่องทางในการจำหน่ายข้าวถุงเพราะไม่ใช่เพียงแค่การขายในออนไลน์อย่างเดียว ส่วนตลาดออนไลน์สำหรับข้าวถุงถือว่ายังไม่ได้โดดเด่นมากเนื่องจากเป็นสินค้าที่หนักและยังเป็นสินค้าที่หาซื้อง่ายในทุกที่สำหรับตลาดในประเทศ อย่างการขนส่งยังเป็นแบบโดยตรงซื้อ 1 ถุงแถมส่งถึงบ้าน ค่าใช้จ่ายในการจัดส่งซึ่งบางทีอาจจะแพงกว่าราคาข้าว จึงต้องมองหาว่าจะทำอย่างไรในช่องทางโอกาสการทำธุรกิจร่วมกันกับอาลีบาบาตรงนี้ได้อย่างไร

ปัจจุบันการค้าข้าวออนไลน์ในไทยยังไม่เยอะมาก แต่เรื่องการตลาดมีหลายแบรนด์ที่เริ่มทำมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสร้างแบรนด์การรับรู้ ในส่วนของการทำออนไลน์โดยตรงกับผู้ซื้อถือว่ายังไม่มากเมื่อเทียบกับการขายในช่องทางโมเดิร์นเทรดที่มีกว่า 90% ช่องทางออนไลน์ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสินค้าข้าว ส่วนโอกาสของการค้าข้าวออนไลน์หากสามารถบริหารการจัดส่งได้อย่างการส่งไปในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบมาตรฐาน กำแพงภาษี ค่าจัดส่งที่สามารถบริหารจัดการได้สมเหตุสมผล คิดว่ามีโอกาสเกิดที่จะนำข้าวถุงไทยไปต่างประเทศได้ แต่ตลาดหลักยังคงเป็นการค้าขายแบบเดิมอย่างโมเดิร์นเทรดเนื่องจากค่าขนส่งมีค่าใช้จ่ายสูง

“โอกาสที่อาลีบาบาจะซื้อข้าวแล้วไปกระจายสินค้าตามลูกค้าจีนสั่งก็มีความเป็นไปได้ แต่สุดท้ายแล้วโลจิสติกส์ของอาลีบาบาจะคุ้มค่าหรือไม่ เพราะข้าวเป็นสินค้าที่กำไรน้อยมากเนื่องจากมีการแข่งขันสูง สามารถหาได้จากแม้กระทั่งในประเทศจีนก็สามารถเข้าถึงข้าวได้ ต้องมาดูว่าตรงนี้จะตอบโจทย์การแข่งขันตรงนั้นได้หรือไม่ ส่วนค่าเซอร์วิสชาร์จหรือมาร์เก็ตติ้งถือว่าไม่แพงมากแต่ก็ขึ้นอยู่กับสินค้า เนื่องจากสินค้าข้าวสารไม่ได้มียอดขายมากจึงยังไม่ทราบชัดเจน” นายธีรินทร์กล่าวและพูดถึงการร่วมมือกันระหว่างบริษัทกับอาลีบาบาว่า ตอนนี้เป็นเรื่องของการนำสินค้าของบริษัทเข้าไปขายในทางออนไลน์และอีกหลากหลายช่องทาง โดยมีการทำควบคู่กันแต่ยอดขายยังไม่ได้เติบโตมาก แต่ก็พยายามหาช่องทางที่สามารถร่วมกันได้และถ้าในอนาคตสามารถบริหารการจัดการโลจิสติกส์ได้ให้มีประสิทธิภาพหรือมีราคาที่ดีกว่านี้ มองว่าเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตอีกหนึ่งช่องทาง

“ขณะนี้มีข้าวถุงแบรนด์อื่นมีการนำสินค้าเข้าไปวางไว้ในอาลีบาบาหรือลาซาด้าแล้ว แต่มองว่ายังไม่ได้เป็นช่องทางหลักการขายในปัจจุบัน แต่ทุกรายก็ไม่อยากตกรถไฟขบวนนี้อย่างน้อยนำสินค้าขึ้นไปวางไว้เพื่อเป็นทางเลือกอีกช่องทางหนึ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องประชาสัมพันธ์หรือช่องทางการขายการฝากความหวังในเรื่อง E-Commerce กับยักษ์ใหญ่อย่างอาลีบาบา เราต้องดูว่าจะร่วมกับเขาได้อย่างไร ทุกวันนี้ไม่สามารถปฎิเสธเรื่องของโลกดิจิตอลได้ มองว่าผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวเร็วและเรียนรู้ที่จะทันกระแสไม่ตกเทรนด์ก็สามารถเติบโตร่วมกันไปได้”

75 views0 comments