Search

หุ้นค้าปลีกผ่านจุดต่ำสุด...คาดครึ่งปีหลังฟื้นแต่ยังไม่ปกติ


กลุ่มค้าปลีกได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ คาดผลประกอบการไตรมาส 2/63 ต่ำสุดในรอบปี แล้วจะค่อยๆ ฟื้นตัวในไตรมาส 3/63 จากการคลายล็อกดาวน์ และมีการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น รวมทั้งการขายสินค้าออนไลน์ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง

ทีมวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า ความน่าสนใจในการลงทุนสำหรับหุ้นกลุ่มค้าปลีกในครึ่งปีหลัง 2563 โดยใช้ Scorecard ได้ผลสรุปว่าคะแนนใกล้เคียงกัน โดย CPALL ได้คะแนนมากที่สุด จากแนวโน้มฟื้นตัวของกำไรซึ่งยังไม่สะท้อนในราคาหุ้น ส่วน HMPRO ได้คะแนนน้อยสุดโดยหุ้นปรับตัวขึ้นมาแล้ว

“คาดผลประกอบการไตรมาส 2/63 ต่ำสุดของปี เนื่องจากการล็อกดาวน์ และยกเลิกวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ แม้กำไรน่าจะยังไม่กลับสู่ระดับปกติในไตรมาส 3/63 จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อลดลง แต่เราคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวชัดเจน เป็นผลจากการคลายล็อกดาวน์ การเปิดเทอม และการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศในช่วง 1 ก.ค.-31 ต.ค. (กำลังใจ-เราไปเที่ยวกัน-เที่ยวปันสุข) งบประมาณ 2.24 หมื่นล้านบาท

นอกจากนั้น Work from home ทำให้มี New Demand สำหรับสินค้าปรับปรุงตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ Home Office และ เครื่องครัว ธุรกิจออนไลน์เติบโตสูง และยังมีการขยายสาขา

การที่กลุ่มค้าปลีกต้องปิดสาขาส่วนหนึ่งชั่วคราว ทำให้การขายสินค้าออนไลน์เติบโตเร็วกว่าที่เคยคาด และกลายเป็นฐานรายได้ของกลุ่มค้าปลีกเพื่อสนับสนุนการเติบโตควบคู่ไปกับการขายผ่านทางสาขา แม้ปีนี้คาดว่าการเปิดสาขาใหม่จะชะลอไปบ้าง แต่การขยายสาขายังคงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ผลักดันการเติบโตระยะยาวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการใช้โอกาสในช่วงล็อกดาวน์ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรเพิ่มขึ้นในระยะยาว”

ทั้งนี้จากการทำ Scorecard หุ้นในกลุ่มค้าปลีกที่เราทำบทวิเคราะห์ เพื่อประเมินความน่าสนใจในการลงทุน โดยพิจารณาจากปัจจัยหลัก 6 ข้อ ในครึ่งปีหลัง 2563 เทียบกับ ครึ่งปีแรก และให้คะแนนระดับ 1-7 โดย 1 หมายถึง แย่ลงมากที่สุดเมื่อเทียบ HoH, 4 หมายถึง ไม่เปลี่ยนแปลง HoH และ 7 หมายถึง ดีขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบ HoH

“ได้ผลสรุปคะแนนใกล้เคียงกันที่ 27-30 คะแนน โดย CPALL ได้คะแนนสูงสุดที่ 30 คะแนน จากแนวโน้มการฟื้นตัวของ SSSG ซึ่งยังไม่สะท้อนในราคาหุ้น อีกทั้งได้ประโยชน์จากการที่แม็คโครเติบโตดีจากการกลับมาเปิดธุรกิจของกลุ่ม HORECA ส่วน HMPRO ได้คะแนนน้อยที่สุดที่ 27 คะแนน โดยราคาหุ้นได้สะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการแล้ว”

สำหรับความเสี่ยงของหุ้นกลุ่มค้าปลีกคือ การระบาดของโควิด-19 รอบ 2 ภัยแล้ง ค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาด การเปิดสาขาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

For advertising please call: 02-2534691