อย่าด่วนสรุปรัฐประหารพม่า...แนะนักลงทุนรอดูสถานการณ์


Interview : คุณพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา

อดีตกรรมการผู้จัดการ

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)


เชื่อ...การปฏิวัติในพม่าทำให้การค้าชายแดน การค้าระหว่างประเทศสะดุดแค่ชั่วครั้งชั่วคราว ขณะนี้การค้าเริ่มกลับมาเป็นปกติ มั่นใจ...แม้ทหารเข้ามายึดอำนาจการปกครอง แต่จะไม่มีการปิดประเทศ ไม่ออกมาตรการคุมเข้มที่ทำให้กระทบการค้าการลงทุน เพราะเข้าใจดีว่าพม่าต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศในทุกมิติ พร้อมแนะนักลงทุนไทยรอดูสถานการณ์ และจับจังหวะการเข้าไปลงทุนในพม่า เพราะพม่ามีแต่จะพัฒนามากขึ้นเช่นเดียวกับเวียดนามที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง


ตอนเป็นกรรมการผู้จัดการ มีการไปเปิดสำนักงานตัวแทนEXIM BANK ที่พม่า ตอนนั้นมองอย่างไร

เรามองว่าประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างไรก็ต้องอยู่ด้วยกัน และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ความสัมพันธ์ การค้าการขาย ก็ยังต้องคงอยู่ ทุกอย่างต้องอยู่ร่วมกัน วัฒนธรรมของพวกเราก็อยู่ร่วมกันมาตลอด ประเทศไทยก็ค้าขายกับประเทศรอบข้างมาตลอด แล้วก็ไม่เคยมีการปิด ไม่ว่าจะเป็นไทยปฏิวัติ พม่าปฏิวัติ ความสัมพันธ์ทางการค้าก็ยังอยู่เหมือนเดิม และเรามองระยะยาวว่าในระยะถัดไป อย่างไรพม่าก็ต้องเปิดประเทศ

ขณะเดียวกัน มองว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลปฏิวัติหรือจะเป็นรัฐบาลเลือกตั้ง เขาก็อยากเปิดประเทศ เพื่อให้มีเงินเข้ามาพัฒนาประเทศ เพื่อให้มีคนเข้ามาลงทุน ความเป็นอยู่เขาจะได้ดีขึ้น นั่นคือมุมมองตอนที่เราตัดสินใจไปเปิดสำนักงานตัวแทน ซึ่งเราเองก็สนับสนุนคนไทยไปลงทุน หรือไปทำมาค้าขายที่พม่าตั้ง 20 กว่าปีแล้ว


การที่ทหารพม่าทำปฏิวัติมา และมีหลายชาติจะคว่ำบาตร มองเรื่องนี้อย่างไร

ทหารพม่าก็ออกตัวว่าไม่ได้ปฏิวัติ แต่ขอยึดไว้ชั่วคราวก่อน อาจจะเพราะว่ามีข้ออ้างอะไรก็ตามในเรื่องการเมือง แต่อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์เขาเอง เขาไม่ได้อยากปิดประเทศ ยังอยากเปิดประเทศให้ทุกคนมาค้าขายได้ ฉะนั้นการให้คนมาค้าขายหรือมาลงทุน หรือว่าจะออกไปลงทุนต่างประเทศ หรือจะเข้ามาลงทุนในพม่า ก็ยังคงเหมือนเดิม

จะเห็นว่าทุกประเทศก็ยังคงค้าขายเหมือนเดิม ต่อจะให้มีกฎระเบียบอะไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้บอกว่าทำผิดกฎระเบียบ เขาเพียงแค่ขอไว้ชั่วคราว แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกประเทศก็อยากค้าขายกับพม่า เพียงแค่ว่าอาจจะมีบางช่วงที่ติดขัดล่าช้าเช่นเรื่องการขอใบอนุญาตทั้งหลาย อาจจะหยุดไปชั่วครั้งชั่วคราว ถ้าติดต่อกับรัฐบาล อาจจะหยุดนิ่ง แต่อาจจะไม่มากเท่าไหร่ จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองมา ทางรัฐบาลพม่าก็ได้บริหารเป็นประชาธิปไตยดีขึ้น มีการพัฒนา แนวโน้มทั้งหลายก็ดีขึ้น

พร้อมกันนั้น แม้ว่าจะเป็นรัฐบาลที่ทหารเข้ามาปกครอง แต่อย่าลืมว่าทหารเขายอมเปิดประเทศเอง ก็เลยได้มีการเลือกตั้งกันอย่างอิสรเสรี เพราะฉะนั้นเขามีความพร้อมที่จะยอมเปิดให้กับนักลงทุนเข้าไปลงทุน ดังนั้น ก็อยากแนะนำว่าอย่าไปกลัว ต้องมองระยะยาว อย่างไรพม่าก็ต้องเปิดประเทศ และกลุ่มคนส่วนใหญ่ในพม่าเขายังเป็นกลุ่มคนรุ่นหนุ่มสาว ฉะนั้นการเติบโตของพม่ายังจะคงมีต่อเนื่อง


ช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา มีนักลงทุนมาติดต่อผ่าน EXIM BANK เพื่อเข้าไปลงทุนในพม่ากันคึกคักไหม

คึกคักมาก เพราะเราสนับสนุนคนไทยไปลงทุนที่พม่าตลอด ตั้งแต่ก่อนที่เขายังปิดประเทศอยู่ด้วยซ้ำ แล้วพอพม่าเปิดประเทศ เราก็ยังสนับสนุนคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ตอนหลังยังมีแบงก์พาณิชย์มาเริ่มช่วยบ้าง ก็ดีไป พม่าเขาก็ทยอยเปิดประเทศไปทีละนิดๆ เขาไม่รีบเหมือนบางประเทศ อย่างเวียดนามเขาเปิดอย่างดีเลย แต่ของพม่าเขาเปิดแบบทยอยเปิดไปทีละนิดๆ แล้วให้คนเข้าไปลงทุนได้ตลอด


ยังไม่ได้เห็นความเสียหายของลูกค้าที่ไปลงทุนในพม่า

ไม่มี คือมีแต่ว่าเขาเองก็อยากจะให้เกิดความมั่นใจ คนไทยทั้งหลายก็ยังอยากจะไปลงทุนเพิ่ม เพียงแค่รอจังหวะ ซึ่งจังหวะนี้อาจสะดุดไปชั่วคราว ก็รอหาจังหวะ ทุกคนอยากลงทุน และส่วนตัวเชื่อว่าพม่าเป็นประเทศที่มี Potential รองจากเวียดนาม เพราะเวียดนามเขาเปิดอย่างเต็มตัว และเวียดนามเขาปกครองอีกระบบหนึ่ง ดังนั้น เวลาพม่าเปิดประเทศเนื่องจากว่าเป็นระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นการเดินไปอาจจะไม่เด็ดขาดเหมือนกับเวียดนาม ต้องใช้กระบวนการตัดสินใจทั้งหลาย ต้องใช้เวลานิดนึง แต่ขอให้อดทนรอนิดนึง เพราะพม่ามีทรัพยากร มีคนรุ่นหนุ่มสาว และเขาพร้อมเปิดประเทศ

ขณะเดียวกัน พม่าเป็นทางผ่าน เวลาจีนจะขนของลงใต้ ถ้าไม่ผ่านไทยก็ต้องผ่านพม่า ถึงจะไปออกอีกอ่าวหนึ่งได้คืออ่าวเบงกอล ดังนั้นอย่างไรก็ตาม พม่ายังคงมีความมั่นคงและเจริญต่อเนื่องไป อาจสะดุดชั่วครั้งชั่วคราว เมื่อมีเหตุการณ์พวกนี้ขึ้นมา อย่างประเทศไทย พอมีอะไรก็สะดุดแป๊บเดียว หลังจากนั้น ตลาดหุ้นก็กลับมาเหมือนเดิม พม่าก็จะทำนองเดียวกัน แต่เพียงว่าช่วงนี้คนอาจจะยังไม่แน่ใจ อาจสะดุดบ้าง เป็นช่วงๆ


การทำธุรกิจของลูกค้าเท่าที่เห็น ช่วงไหนยากง่ายกว่ากัน

ช่วงเปิดประเทศดีขึ้นแน่นอน ส่วนตัวเชื่อว่าหลังปฏิวัติ ก็จะไม่ปิดประเทศหรือคุมเข้มอย่างรุนแรง จะเห็นได้ว่าการค้าขายของเรากับพม่ารอบชายแดนก็ยังคงเหมือนเดิม ตอนแรกเรากลัวว่าจะสะดุด แต่จริงๆ ไม่ เพราะกลุ่มรัฐบาลพม่าเองไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล อองซาน ซูจี หรือจะเป็นรัฐบาลของทหาร เขายังมองว่าเศรษฐกิจมีความสำคัญ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะปิดประเทศ แทบจะไม่มีเลย เพราะเขามองเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก มองเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก เขามองว่าทุกๆ อย่างยังต้องมีการพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศ ดังนั้น เขาจึงให้ความมั่นใจว่าเขายังไม่มีการควบคุมถึงขนาดรุนแรง หรือขั้นต้องปิดประเทศ


นักธุรกิจคนไทย ควรเปลี่ยนการถือสกุลเงินไหม

ก็มี คือปกติค้าขายกันเป็นเงินบาทกับเงินจ๊าด การแลกเปลี่ยนก็ยังต่างอยู่กันบ้างนิดหน่อย แล้วการแลกเปลี่ยน ก็เริ่มลำบากนิดนึง เพราะอาจจะมีการควบคุมเงินที่ไหลเข้าไหลออก ซึ่งขั้นตอนอาจจะใช้เวลานิดนึง แต่ทุกๆ อย่างยังคงเหมือนเดิม สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ปกติ ที่ผ่านมาเพิ่งได้คุยกับคนที่ค้าขายชายแดน ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังเป็นปกติ คือถ้ามีอะไรให้ติดต่อ EXIM BANK ได้เลย และสามารถคุยกับผู้แทนของเราที่พม่าได้เลย



29 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691