Search

กสิกรไทยอาศัยจังหวะราคาหุ้นอ่อนตัว เตรียมซื้อหุ้นคืน 23.93 ล้านหุ้น และจ่ายเงินปันผล

Updated: Feb 19




ราคาหุ้นแบงก์อ่อนตัว กสิกรไทยเตรียมนำสภาพคล่องส่วนเกินซื้อหุ้นคืน 23.93 ล้านหุ้น ไม่เกิน 4,600 ล้านบาท ชี้เงินกองทุนแข็งแกร่ง สภาพคล่องเพียงพอรองรับทำธุรกิจระยะยาว และประกาศเห็นชอบการจ่ายเงินปันผล สำหรับผลการดำเนินงานปี 2562 อัตราหุ้นละ 5.00 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่จ่ายในอัตราหุ้นละ 4.00 บาท


นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารมีมติอนุมัติให้ธนาคารดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน เพื่อบริหารสภาพคล่องทางการเงินของธนาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับธนาคารและผู้ถือหุ้น โดยจะซื้อหุ้นของธนาคารคืนในกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์ฯ สูงสุดไม่เกิน 23.93 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 1% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ในวงเงินไม่เกิน 4,600 ล้านบาท ช่วงระยะเวลาในการซื้อหุ้นคืน 10 วันทำการ ระหว่างวันที่ 14-27 กุมภาพันธ์ 2563 ราคาเสนอซื้อจะไม่เกินราคาปิดของหุ้นเฉลี่ย 5 วันทำการซื้อขายก่อนวันซื้อหุ้นคืน บวกด้วยจำนวน 15% ของราคาปิดเฉลี่ย โดยเงินที่ใช้ซื้อหุ้นคืนจะเป็นเงินสดจากสภาพคล่องภายในของธนาคาร


ในช่วงนี้ราคาหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงหุ้นของกลุ่มธนาคารพาณิชย์อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ธนาคารกสิกรไทยก็มีเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) สูงถึง 19.62% ซึ่งมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะสามารถรองรับการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์และธุรกิจของธนาคาร มาตรฐาน BASEL 4 และปัจจัยที่อาจจะเป็นผลกระทบในอนาคต รวมทั้งธนาคารยังคงมีสภาพคล่องทางการเงินอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะมีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรของธนาคารสูงถึง 299,217 ล้านบาท โดยโครงการซื้อหุ้นคืนจากตลาดหลักทรัพย์จะส่งผลให้ธนาคารมีสินทรัพย์สภาพคล่อง และมูลค่าทางบัญชีของส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง และสามารถบริหารสภาพคล่องส่วนเกินและเงินกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากธนาคารสามารถซื้อหุ้นคืนได้ครบตามวงเงินที่ตั้งไว้ จะทำให้ธนาคารมีสินทรัพย์สภาพคล่องและมูลค่าทางบัญชีของส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเป็นจำนวนเท่ากับวงเงินซื้อหุ้นคืนดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) สูงขึ้น


ทั้งนี้ หลังจากมีการซื้อหุ้นคืนแล้ว ในอนาคตคณะกรรมการธนาคารอาจพิจารณาขายหุ้นที่ซื้อคืนในตลาดหลักทรัพย์ หรือเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ภาวการณ์ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลานั้น โดยจะพิจารณาวิธีการจำหน่ายหุ้นและแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ทั้งนี้ กำหนดระยะเวลาการขายหุ้นคืนจะทำหลังจากที่ซื้อหุ้นมาแล้ว 6 เดือน แต่ไม่เกิน 3 ปี ซึ่งเป็นไปตามกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนั้น คณะกรรมการธนาคาร ยังมีมติเห็นชอบการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2562 แก่ ผู้ถือหุ้นสามัญในอัตราหุ้นละ 5.00 บาท และเนื่องจากธนาคารได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท จึงจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายอีกในอัตราหุ้นละ 4.50 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 10 เมษายน 2563 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 30 เมษายน 2563 โดยจะเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ต่อไป ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา ธนาคารจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 4.00 บาท



Amid its lower share price, KASIKORNBANK prepares to repurchase 23.93 million shares and pays the dividend.


With its lower share price, KASIKORNBANK (the Bank) prepares to use its excess liquidity to repurchase 23.93 million shares in the amount not exceeding Baht 4,600 million, assuring its strong capital fund and sufficient liquidity to support its long-term business, and announces its concurrence with the dividend payment from 2019 operating results at the rate of Baht 5.00 per share, up from that of the previous year at Baht 4.00 per share.


Mr. Banthoon Lamsam, Chairman of the Board of KASIKORNBANK revealed that the Board of Directors resolved to approve the share repurchase project in order to manage its liquidity for the utmost benefits of the Bank and its shareholders with the number of shares to be repurchased not exceeding 23.93 million shares or equal to the amount of not exceeding 1% of the total paid-up capital of the Bank and in the amount not exceeding Baht 4,600 million. The share repurchase will be conducted for a period of 10 consecutive business days, during February 14, 2020 to February 27, 2020. The repurchase price must not exceed the average closing price in the period of 5 consecutive business days prior to each repurchase date plus 15% of such average closing price. In this regard, the shares will be repurchased using the cash from the Bank's internal liquidity.


During this period, the price of the majority shares in the Stock Exchange of Thailand, including ones in the commercial banking sector, has fallen continuously. In the meantime, KASIKORNBANK also has a Capital Adequacy Ratio (CAR) at 19.62%, which is sufficiently sturdy to support the implementation of the Bank's strategic plans and businesses, BASEL IV, and factors with potential future impacts. Moreover, the Bank still has sufficient financial liquidity with unappropriated retained earnings of up to Baht 299,217 million. This share repurchase project will result in the decrease of the Bank's liquid assets and book value of the shareholder's equity, and enable the Bank to maximize the efficiency of its excess liquidity and capital management. At the end of the project where the Bank can repurchase all of the shares as specified, the Bank's liquid assets and book value of the shareholder's equity would be lowered by the amount equivalent to the repurchased amount, which will result in the increasing of the Return on Equity (ROE) ratio and the Earning per Share (EPS) ratio.


Nevertheless, after the repurchase of the shares, the Board of Directors may resell the repurchased shares through the Stock Exchange of Thailand or by conducting the Public Offering depending on the appropriateness of the situation during that time, where the Board of Directors will determine the procedures and inform investors later. In this regard, the period for the resale of shares will be after 6 months from the completion date of share repurchase and not later than 3 years from such completion in accordance with relevant rules and regulations.


Moreover, the Board of Directors resolved to concur with the dividend payment from 2019 operating results to its ordinary shareholders at the rate of Baht 5.00 per share, of which the Bank paid interim dividend at the rate of Baht 0.50 per share on September 26, 2019, therefore the Bank will pay the remaining dividend at the rate of Baht 4.50 per share to the shareholders, by setting the record date on April 10, 2020 to determine the list of shareholders entitled to receive dividend. The dividend payment will be further proposed to the Annual General Meeting of the Shareholders for an approval and such dividend shall be paid to the shareholders on April 30, 2020. Last year, the Bank paid dividend at the rate of Baht 4.00 per share.

For advertising please call: 02-2534691