จับตา Perfect Storm : จ่อถล่มการเงิน เศรษฐกิจโลก


ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง


Perfect Storm จ่อถล่มการเงิน เศรษฐกิจโลกใน 3-6 เดือนข้างหน้า ยับเยินตั้งแต่อเมริกา ยุโรป จีน ฯลฯ ไทยเองก็ไม่พ้นหางเลข หนี้ครัวเรือนท่วมโลก กำลังซื้อถดถอย เงินออมร่อยหรอ แถมถูกถล่มซ้ำด้วยราคาน้ำมันที่แพงลิบลิ่ว ยากที่จะถูกลงในเร็ววัน ภาครัฐ-เอกชนที่มีหนี้เป็นสกุลดอลลาร์จะอ่วมอรทัยจากเงินดอลลาร์ที่เดินหน้าแข็งค่าขึ้นแบบไม่บันยะบันยัง!



สถานการณ์ สถานะการเงินการคลังไทย มีความชัดเจนว่ามีความยากลำบากรออยู่ข้างหน้า เช่น น้ำมันแพง ทำไมลดภาษีไม่ได้ หรือล่าสุดจ่ายเงินประกันรายได้ชาวนาอาจไม่จ่ายหรือจ่ายช้า แต่ละปีเป็นแสนล้าน เก็บภาษีไม่ได้ตามเป้า หนี้สาธารณะขึ้นไปเป็น 70% จะต้องกู้เพิ่มอีก 2-3 ล้านล้านบาท

ต้องยอมรับว่าใครอยู่ตำแหน่งต้องปวดหัวหนักทีเดียว แล้วไม่ต้องถามผมว่าจะแก้อย่างไร เป็นหน้าที่ที่ของคนอยู่ในตำแหน่งต้องหาทางที่จะแก้ แต่ผมอยากให้ข้อมูลในวันนี้คือผมมองเห็นว่าวันข้างหน้ามีพายุใหญ่กำลังตั้งเค้า น่ากลัวมาก เพราะเป็นเมฆใหญ่สีดำ สาเหตุที่บอกแบบนี้เนื่องจากถึงแม้ในระยะสั้น 3-5 เดือนข้างหน้ายังดูไม่ชัดเวลานี้ถ้าใครสามารถมองข้างหน้าเกิน 6 เดือน จะมองเห็นว่าสถานการณ์ข้างหน้า 2 เศรษฐกิจใหญ่ของโลกจะประสบปัญหา พร้อมกันคือสหรัฐและยุโรป

ปัญหาของสหรัฐ ถ้าย้อนกลับไปต้นปีนี้จริงๆ เขาควรเริ่มลดการอัดฉีดเงิน ควรเริ่มดึงสายป่านกลับคืนบ้าง ปรากฏว่าไม่ ยังผ่อนสายป่านอยู่ตลอดเวลา ผ่อนจนถึงทุกวันนี้ ทำให้เกิดปัญหาอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นทำท่าว่าจะยาวนานกว่าหลายคนคาดไว้ เวลานี้จึงเป็นจังหวะที่เขาต้องดึงสายป่านกลับคืน แต่ปัญหาคือมองไปข้างหน้าปี 2565 มีปัญหารออยู่ 2-3 ประการด้วยกัน

ประการที่ 1 คือ ลักษณะของการกู้ยืมของสถาบันการเงินไปลงทุน ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐหรือยุโรปยังช้ามาก ส่วนนึงเพราะแบงก์ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ แล้วพอมีเงินท่วมตลาด แบงก์ก็มีวิธีการเอาเงินไปหาประโยชน์ได้ง่ายๆ โดยการเอาไปเล่นในตลาดเงิน ไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล ทำให้การฟื้นตัวเศรษฐกิจผ่านกระบวนการกู้ยืมปกติน้อยลง การลงทุนทางธุรกิจน้อยลง แต่คนที่เป็นหนี้มากขึ้นและเป็นหนี้หัวโตผ่อนลำบากมากขึ้นคือพวกครัวเรือน ที่เป็นแบบลักษณะนี้คล้ายกันทั่วโลก

ประการที่ 2 ช่วงที่ผ่านมาในแง่ครัวเรือนอาจจะมีเงินออมเหลืออยู่บ้าง บางส่วนเขาได้เงินช่วยเหลือจากรัฐเอามาออม ถ้าเราสำรวจดูข้อมูลในสหรัฐและหลายประเทศในยุโรปจะพบว่าเงินออมของประชาชนเริ่มลดลงบ้างแล้ว กำลังซื้อเขากำลังจะหด ตรงนี้กลายเป็นว่าภาวะเศรษฐกิจปีหน้าจะไม่ดีนัก กำลังซื้อโดยทั่วไปของประชาชนจะอ่อนลง

ปัญหาอีกประการนึงคือ การกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการใช้จ่ายเงินของภาครัฐ นโยบายการคลังที่ผ่านมามีการใช้เงินมาก การใช้เงินในวิกฤตโควิดมากกว่าวิกฤตก่อนหน้านี้ 3-4 วิกฤตรวมกัน แต่เวลานี้กำลังของรัฐที่จะใช้เงินตรงนี้ได้มันหมดแล้ว เวลานี้ต้องให้รัฐบาลโจ ไบเดน สามารถผ่านกฎหมายเพื่อจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานได้ แต่ลักษณะของการแจกเงินเหมือนกับส่งเช็คไปให้ ส่งเงินไปให้ประชาชนทุกคนแบบสมัยทรัมป์คงจะทำอีกไม่ได้แล้ว

เพราะฉะนั้นสภาพเศรษฐกิจสักกลางปีหน้ากำลังชะลอ ในขณะที่นโยบายการเงินไม่มีทางเลือก โดนบีบ จำเป็นต้องลด QE มันเหมือนดำเนินการผิดจังหวะ เป็นสภาพจากนโยบายการเงินการคลัง แต่เวลานี้มีปัญหาอื่นซ้ำซ้อนเข้ามาปัญหานึง คือราคาน้ำมัน ซึ่งดูแล้วมันไม่ลดลงได้ง่าย เพราะที่ผ่านมาการลงทุนในเรื่องของพลังงานจากฟอสซิลได้รับการรังเกียจจากขบวนการควบคุมโลกร้อน จนกระทั่งเวลานี้ธนาคารขนาดใหญ่หลายรายประกาศว่าเขาไม่สนับสนุนการลงทุนเชื้อเพลิงแบบฟอสซิล กลายเป็นว่าแม้แต่บริษัทน้ำมันที่เวลานี้ราคาน้ำมันขึ้นสูง เขามีกำไร แต่ไม่ได้เอากำไรนี้ไปสำรวจเพิ่ม เขาเอากำไรนี้ไปซื้อหุ้นคืน เขาต้องการผลตอบแทนนี้กลับผู้ถือหุ้นโดยตรงมากกว่า และอีกส่วนเอาไปพัฒนาปลูกพลังงานทางเลือกทั้งหลาย ในส่วนนี้ทำให้เกิดปัญหาอีกประการคือภาวะโลกร้อน ทำให้หน้าหนาวปีนี้ในประเทศตะวันตกและรวมถึงจีนจะหนาวจัดและยาวนาน ทำให้ราคาก๊าซที่มาทำความอบอุ่นในบ้านขาดแคลนและราคาสูง และยังไปกระทบกับราคาอาหารตรงนี้ ทำให้มีผลกระทบค่อนข้างมากต่อกำลังซื้อของประชาชนทั้งในสหรัฐและยุโรป


ประเทศจีนจะมีปัญหาด้วยไหม

ประเทศจีนซึ่งเป็นเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก ก็กำลังมีปัญหาใหญ่ แต่ค่อยๆ เกิด ปัญหาที่เกิดอันดับ 1 ในเวลานี้ที่กำลังก่อตัวคือฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์กำลังจะแตก เพราะที่ผ่านมาลักษณะการทำธุรกิจของโครงการอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้เขาเน้นลักษณะขายล่วงหน้า หมายความว่าพอทำโครงการซื้อที่ดินได้แล้วก็ขึ้นแบบจำลองโครงการแล้วโหมการขาย ภายในไม่เกิน 2-3 วันต้องขายให้หมด พอขายหมดแล้วคนซื้อวางเงินจ่ายมัดจำแล้วจะเอาเงินก้อนนี้ไปก่อสร้าง โดยเขาเอาไปทำโครงการที่ 2 เลย การดำเนินการเหมือนว่าปลาเร็วกินปลาช้าไม่ใช่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ตรงนี้ทำให้เกิดปัญหาคือพอราคาที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มไม่สูงขึ้นเหมือนเดิม กำลังซื้อของคนจะหด นอกจากนี้ยังมีข่าวที่คนวางเงินดาวน์ไปแล้วอย่าง Evergrande กลายเป็นว่าคนที่วางเงินดาวน์อาจจะไม่ได้คืนและอาจจะไม่ได้ที่อยู่อาศัยด้วยซ้ำ ตรงนี้กำลังจะทำให้เกิดปัญหาใหญ่อสังหาริมทรัพย์ในจีน และต้องไม่ลืมว่าสัดส่วนอสังหาริมทรัพย์คิดเป็นผลผลิตของ GDP เกือบ 30% ทำให้กำลังซื้อของจีนหดลง พอกำลังซื้อหดลงก็จะไปกระทบทั่วโลก ใครที่ขายสินค้าให้กับจีนจะถูกกระเทือน

นอกจากนี้จีนมีจำนวนเตียง ICU จำนวนห้องเทียบกับประชากรยังน้อย เขาจึงต้องใช้นโยบาย covid zero ต้องล็อกดาวน์ เพราะเขารับความเสี่ยงไม่ได้ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการกินการใช้ภายในที่ยังถูกกระทบจากเรื่องโควิด แล้วก็ลามมาถึงประเทศไทยเพราะจีนเป็นนักท่องเที่ยวตลาดใหญ่ของเรา


ไทยเองก็เหนื่อยมาก

ของไทยนอกจากท่องเที่ยวจากจีนที่ยังไม่ฟื้น เรายังมีปัญหาคือราคาน้ำมันสูงขึ้น ราคาก๊าซธรรมชาติสูงขึ้น ทำให้ราคาพวกปุ๋ยสูงขึ้นด้วย แต่เวลาเดียวกันกำลังซื้อในหลายประเทศชะลอลง ทำให้เราขายสินค้าได้น้อย ตรงนี้น่าเป็นห่วง ผมเข้าใจว่าที่ผ่านมาระบบแบงก์เราใช้วิธีแก้ปัญหาเอากอเอี๊ยะมาแปะไว้ชั่วคราวเพื่อบรรเทาอาการปวด แต่ไม่ได้แก้ปัญหาอย่างแท้จริง ลูกหนี้ที่เป็นหนี้ NPL เวลานี้ที่มีปัญหาไม่สามารถฟื้นตัว ไม่สามารถชำระหนี้ได้จริง ตรงนี้ยังไม่มีวิธีแก้

นอกเหนือจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ประชาชนเป็นหนี้แบงก์ ยังมีหนี้ที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ สร้างขึ้นมาจำนวนมาก ลักษณะเดียวกันกับต่างประเทศ รัฐบาลชุดนี้มีการกู้ยืมหนี้มากกว่า 3 รัฐบาลก่อนหน้ารวมกัน กลายเป็นว่าการกู้ยืมหนี้ที่ได้มาไม่ก่อให้เกิดรายได้ คือหนี้ใช้จ่ายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์เน้นในเรื่องการทำตัวเลข GDP ทำให้เกิดการกินการใช้ อุปโภคบริโภคระยะสั้น ไม่ได้เอาไปลงในเรื่องของการปรับโครงสร้างการผลิต หรือการปรับความสามารถการแข่งขันของประชาชน ตรงนี้ทำให้เป็นหนี้หัวโต เพดานหนี้ก็เต็ม ตอนนี้ก็มีปัญหาไปเรื่อยๆ เพราะลำพังแค่การเก็บภาษีได้ไม่พอใช้ เขามีความจำเป็นต้องใช้ ก็ขาดงบ ก็ต้องกู้ยืมเพิ่ม จากนี้ไปต้องเพิ่มขึ้นทุกปีอยู่แล้ว กลายเป็นว่าปัญหาเวลานี้สะสมมากขึ้นๆ ปีหน้าอาจจะไตรมาส 2 หรือ 3 จะเป็นลักษณะ perfect storm ที่มาพร้อมทั้งลม น้ำ พร้อมทั้งความหนาวเย็น


ถึงตรงนั้นต้องเตรียมตัวอย่างไรดี อย่างน้อยตั้งรับไว้ทัน

ในแง่ของรัฐบาลต้องยอมรับว่าเวลานี้เหมือนตำน้ำพริกไปเทระบายในแม่น้ำมากไปหน่อย เหลือน้ำพริกก้นครกน้อยไปหน่อย เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องคิดอ่านแก้ไขแล้ว แต่ในแง่ของประชาชนในช่วงข้างหน้าต้องระมัดระวังมาก ลักษณะการทำธุรกิจต้องทำแบบพอตัว มีการจำกัดขอบเขตขอบวง เสี่ยงเฉพาะที่ตัวเองเข้าใจ เคยชิน มีประสบการณ์ มีการวางแผนในลักษณะเดินหน้าถอยหลังได้ อย่างที่นายกฯ ไปพูดที่สกอตแลนด์ว่ามีแผน A แผน B ถ้าเป็นอย่างนี้พอประคับประคอง ที่สำคัญที่สุดใครเป็นหนี้แบงก์ดูแล้วคิดว่าจะมีปัญหา มองไปข้างหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ทำโครงการไว้จะขายได้ไม่เต็มที่ สิ่งที่สร้างไว้หวังจะขายนักท่องเที่ยวแต่ทางจีนก็ไม่มา รอจะขายที่สมุย ภูเก็ต ขายนักท่องเที่ยว เวลานี้ก็ขายไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ท่านต้องเริ่มวางแผนคุยกับแบงก์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อหาทางผ่อนสั้นผ่อนยาวว่าจะแก้กันอย่างไร


นี่คือคำเตือนว่าถึงตรงนี้อย่ามองโลกสวย อย่ามองว่าโควิดกำลังหมดไป อย่ามองว่าต่างชาติกำลังจะกลับมา การส่งออกไปประเทศคู่ค้าก็ใช่ว่าจะดี เพราะผู้ซื้อก็กำลังมีปัญหา มีพายุซ่อนอยู่เหมือนกัน

ใช่ เวลาจีนชะลอการซื้อก็จะกระทบประเทศที่ส่งวัตถุดิบขายจีน คงต้องเข่าทรุดคางเหลืองกันเป็นแถว เพราะปริมาณการใช้ของจีนที่ผ่านมาเยอะมากแล้ว พอจีนชะลอการซื้อก็จะกระทบคนขาย แล้วประเทศใดที่อาศัยการกู้ยืม ไม่ว่าจะเป็นรัฐหรือเอกชน ถ้ากู้เป็นสกุลดอลลาร์กำลังจะมีปัญหา เพราะลักษณะของการปรับตัวแบบนี้อาจจะทำให้ดอลลาร์ในช่วง 6 เดือนข้างหน้าอาจจะแข็งขึ้น พอดอลลาร์แข็ง หนี้ที่เป็นสกุลดอลลาร์จะทำให้ลูกหนี้เดือดร้อน ประเทศเล็กๆ ที่ประคองตัวผ่านโควิดมาได้อาจจะลำบากมองไปข้างหน้ามันจะลดฮวบลงไปทันที


43 views