3 ทางรอดร่วมเจ้าหนี้-ลูกหนี้...วิกฤตครั้งนี้ ไม่ใช่แค่วิ่งร้อยเมตร แต่เป็นการวิ่งมาราธอน



Interview: คุณสุรพล โอภาสเสถียร

ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร)


วิกฤตครั้งนี้ ไม่ใช่แค่วิ่งร้อยเมตร แต่เป็นการวิ่งมาราธอน จะลุ่มๆ ดอนๆ ไปอีกอย่างน้อย 1 ปี ทางการต้องเร่งหาทางแก้ สร้างกลไกไม่ให้ SME-คนตัวเล็ก ถูกกดดันเรื่องภาระหนี้ ช่วยเหลือให้พ่อค้าแม่ค้ารายเล็กรายน้อยมีหนทางค้าขาย มีรายได้ สร้างแรงจูงใจให้คนซื้อหันมาซื้อสินค้าบริการจากร้านค้าเล็กๆ ด้านแบงก์ต้องลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ ลงไปล้วงลูกจัดชั้นหนี้ จัดชั้นสำรองหนี้เพิ่ม และปล่อยกู้เพิ่ม โดยทางการต้องสร้างแรงจูงใจให้แบงก์กล้าคิดกล้าทำ พร้อมย้ำ 3 ทางรอดร่วมกันของเจ้าหนี้-ลูกหนี้ เริ่มจากเจ้าหนี้ไม่ไล่บี้ลูกหนี้ เจ้าหนี้ช่วยลูกหนี้ที่บอบช้ำ และเจ้าหนี้ต้องปล่อยกู้เพิ่ม หวั่น...ถ้าปัญหายังคาราคาซัง อาจไปถึงจุดที่น่ากลัวคือลูกหนี้ตั้งป้อม ‘ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย’ ซึ่งไทยเฉียดจุดนี้มาหลายครั้งแล้ว อาจนำไปสู่ภาวะเลวร้ายเช่นการฆ่าตัวตาย และภาวะล้มละลายเป็นโดมิโน


มองว่าตอนนี้ธุรกิจ เศรษฐกิจ ประชาชน เป็นอย่างไรบ้าง


ในช่วงครึ่งปีหลังจะเอาตัวรอดได้หรือไม่ที่แบงก์ชาติคาด น่าจะบวกประมาณ 1.8-2% เพราะฉะนั้นจริงๆ เราติดลบ 4% ถ้าเราคิดง่ายๆ 2 ปี ติดลบ 4% ถ้าเราเป็นแบบนี้พูดง่ายๆ ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของเราไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันเราก็เจอสถานการณ์ปิดๆ เปิดๆ แต่เหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบหรือจะคิดอย่างไรก็ตาม แต่ความเป็นจริงเมื่อเราลืมตาขึ้นมาคือการเปิดแล้วปิด ปิดแล้วเปิด อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่จะเป็นลักษณะเป็นแบบนี้เรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่นร้านขายของในโรงเรียน คือปิดมาตั้งนาน

ส่วนร้านอาหาร ถ้าวันนี้จะไม่ดิลิเวอรีก็ไม่ได้ ซึ่งมีถึงขนาดนี้แล้วคือแฟรนไชส์อาหารตามสั่ง แล้วดิลิเวอรีเขาก็ติดต่อพวกบริษัทที่มีลูกจ้างแล้วอยากจะทำแล้วไปทำที่ต่างจังหวัด คือขณะนี้ต้องเรียกว่าเค้นความคิดที่จะเอาตัวรอดในการทำธุรกิจให้ได้ เพื่อจะไปต่อให้ได้ ตรงนี้คือสภาพที่เกิดขึ้น สภาพที่ต้องช่วยให้สิ่งเหล่านี้ไปได้ก็คือ ต้องมีกลไกมาช่วยให้คนที่กำลังทำธุรกิจ และมีหนี้ไม่ถูกกดดันด้วยเรื่องหนี้ เหล่านี้คือสิ่งที่แบงก์ชาติพูด ซึ่งลักษณะของวันนี้คือมีอะไรก็ต้องช่วยเขา จะทำอย่างไรที่จะให้ผ่อนสั้นผ่อนยาวให้น้อยที่สุด การเร่งรัดหนี้สินต้องชะลอ การชำระหนี้อาจจะจ่ายได้แค่ดอกเบี้ยบางส่วน เรื่องต้นไม่ต้องพูดถึง หรือถ้าชำระได้ อาจจะต้องใช้วิธีว่าให้เอาเงินที่จะชำระไปตัดต้นก่อนด้วยซ้ำ แล้วจ่ายดอกนิดเดียว เพื่อให้หนี้ลดลง วันนี้ไม่ใช่วิ่ง 400 เมตร แต่เป็นการวิ่งมาราธอน

มีอีกเรื่องหนึ่งคือ ทำอย่างไรที่จะทำให้เราหมุนเงินไปช่วยคนที่เป็นร้านขายของเล็กๆ หรือร้านอาหาร สำหรับส่วนตัวถ้าจะไปทานก็จะไปทานร้านอาหารเล็กๆ เพื่ออุดหนุนเขา ซึ่งก็มีคนคิดอย่างนี้ เรามีกระเป๋าตังค์ใช่ไหม ถ้าเราไปใช้จ่าย คนจ่ายคือเรา ไปจ่ายทานข้าวในร้านอาหารเล็กๆ แล้วใช้กระเป๋าตังค์เป็นตัวรับเงิน ทุกๆ 100 บาทที่เราไปช่วยเขา เอามาหักภาษีของเราได้ไหม คือมีคนคิดแบบนี้ เวลาเขาไปทานก็เอากระเป๋าตังค์ของเขาโอนเงินจากกระเป๋าตังค์เขาไปเข้ากระเป๋าตังค์ของร้านอาหารเล็กๆ

แล้วข้อมูลตรงนั้น จะเหมือนเราซื้อ LTF หรือ RMF ได้ไหม หรือซื้อผ่านดิลิเวอรี ซึ่งดิลิเวอรีเขาก็รู้ว่าเราคือใคร ดิลิเวอรีก็รู้ว่าคนขายคือใคร แล้วคนขายอยู่ในระบบหรือไม่ คือมีตัวตนหรือไม่ คือมี ขายของจริงไหม คือจริง เพราะมีไรเดอร์ส่งของแล้วโอนตังค์จริงใช่ไหม คือจริง เอาข้อมูลตรงนั้นมาสร้างเป็นกลไกที่มีประโยชน์ไหม เรื่องนี้เป็นการช่วยเอสเอ็มอี ร้านอาหารตัวเล็กๆ ที่ได้รับผลกระทบ แล้วเราก็ไปกดตัว GP ลงมา เพื่อให้เกิดการซื้อขาย คนที่ยังพอมีเงินซื้อ ซึ่งเราใช้คนละครึ่ง ก็เป็นการลงไปช่วยคนตัวเล็กให้เขามีรายได้ โดยที่รัฐช่วยจ่ายส่วนหนึ่ง เที่ยวนี้ไวรัสกระจายเยอะ เพราะฉะนั้น ต้องใช้วิธีแบบนี้ ข้อดีอีกอย่างคือร้านอาหารอยู่กับที่ ดังนั้น หาตัวเจอ โกงยาก ก็เป็นวิธีคิด ควรถามคนรุ่นใหม่ๆ เมื่อไหร่ที่เราเปิดใจ แล้วไปนั่งคุยกับเด็ก ทำวิธีไหน เด็กจะจินตนาการและบอกเรา เขาไม่รู้กฎ กติกา ว่าได้หรือไม่ได้ แต่เขาคิด แล้วเราก็มาคิดต่อว่าจะต้องไปแก้ตรงไหนในกติกาที่เราสร้างขึ้นมาเมื่อในอดีต ถ้าเราแบ่งกันทำว่า คนรุ่นใหม่คิดทางออก คนรุ่นเก่าขจัดอุปสรรค มันก็พอจะไปได้ คือจูงมือไปด้วยกันแบบนี้ เปิดใจให้กว้าง

คิดว่าเที่ยวนี้มันชัดเจน เราเคยคำนวณหรือไม่ว่าทำไมคนงานในแคมป์เขาถึงอยู่ไม่ได้ เพราะเงินชดเชยเขาจะได้แค่ 7,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้เขาอยู่ไม่ได้หรอก เขาต้องซื้อกินทุกวัน 3 มื้อ มีลูกด้วย เพราะฉะนั้นด้วยความเป็นจริง ก็จะมีเล็ดลอดหลบไปต่างจังหวัด ซึ่งถามว่ามันเป็นสิ่งที่คิดกันไว้หรือไม่ว่าจะเกิด ก็ต้องคิดแล้วล่ะ ไม่ใช่คิดไม่ได้ แต่ว่ามันเป็นเรื่องที่ว่ายอมรับได้แค่ไหน


สถานการณ์ดูไม่ดี

ส่วนตัวคิดว่าในสถานการณ์ปิดๆ เปิดๆ แล้วก็เร่งฉีดวัคซีนกันไป เร่งหาวัคซีน มันก็จะเห็นแบบเดียวที่เราเห็นในต่างประเทศในออสเตรเลียหรือที่ไหนๆ เดี๋ยวปิดเดี๋ยวเปิด เราจะต้องอยู่กับเรื่องนี้เป็นปี ดังนั้น 6 เดือนข้างหน้าจะอยู่กันในลักษณะแบบนี้ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ การก่นด่า สิ้นสุดความอดทน มันมีได้หมด แต่ถามว่ามันช่วยไหม ไม่ได้ช่วยหรอก คนที่ด่าก็เข้าใจ คนที่ถูกด่าก็เข้าใจ แต่ว่ามันทำตามที่ต้องการไม่ได้ เช่น เราอยากฉีดวัคซีนให้เร็ว มันก็ต้องมีของ แต่ของก็เป็นสิ่งที่ทั่วโลกต้องการ เหมือนกีฬาฟุตบอล เราบอกทำไมไม่เลี้ยงลูกไปทางขวา เราอยู่ในสนามเรามองจากข้างบนเราเห็น แต่นักฟุตบอลที่เขาเล่นเขาอยู่บนสนาม เขาไม่ได้เห็นจากข้างบน เพราะฉะนั้นมันก็เป็นตามธรรมชาติของมันที่มันต้องเป็นแบบนี้


ทางออกคืออะไร

สิ่งที่ทางการต้องทำ และทำให้เร็วที่สุด ก็คืออย่าสร้างแรงกดดัน ต้องชะลอแรงกดดันทั้งหลายทั้งปวง ที่จะลงไปบนบ่าของเอสเอ็มอีในเซกเตอร์ที่เขากำลังได้รับผลกระทบรุนแรง เรื่องต่อมาต้องคิดให้ได้ว่าจะไปช่วยเขาประคอง ชดเชย ช่วยเหลือต่างๆ อย่างไรบ้าง และต่อมาคือเรื่องทำอย่างไรให้เขามีรายได้ สร้างแรงจูงใจให้คนซื้อของเขาให้มาก

คิดง่ายๆ อย่างนี้ ใครก็ตามที่ไปซื้อของกับร้านเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ แล้วได้ใบเสร็จรับเงินมา หรือจะเป็นใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ โดยใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกโดยร้านอาหารเล็กๆ เหล่านั้น ถูกเก็บไว้ในระบบ เราทำลอตเตอรี่เลย จับสลากลอตเตอรี่ว่าใครไปซื้อของร้านเล็กๆ แล้วได้ใบเสร็จรับเงินมาเป็นอิเล็กทรอนิกส์ เราออกหวยทุก 2 เดือนให้รางวัล 1-3 ล้านอะไรก็ว่าไป จะพอเป็นไปได้หรือไม่


ในสภาพแบบนี้ เราจะทำอย่างไรให้อยู่ได้ ขณะที่ทางการออกมาตรการมาที่บอกว่าอย่าไปกดดัน ให้ส่งเสริม ซึ่งเขาก็ทำแล้วเช่นลดเพดานดอกเบี้ย

คือลดดอกเบี้ยแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือตรวจการบ้านทางฝั่งเจ้าหนี้ว่าคุณได้ลงไปทำจริงแค่ไหน ทุกคนรู้ ลูกหนี้อยู่ในพอร์ตโฟลิโอของเรา ลูกหนี้ถูกแบ่งเป็นสีเขียว เหลือง ส้ม แดง มีชื่อลูกหนี้ มีสภาพลูกหนี้ ซึ่งถามว่าเราสามารถจะลงไปกำกับดูแลตรวจสอบความช่วยเหลือลูกหนี้เหล่านั้นได้หรือไม่ มันไม่น่าจะอยู่ในวิสัยที่ทำไม่ได้ คืองานนี้ต้องลงไปล้วงลูกว่าลูกหนี้กลุ่มนี้จัดชั้นเท่าเดิม ไม่ต้องกันสำรองเพิ่ม ไม่จัดชั้นสำรองเพิ่ม ถ้าคุณช่วยลูกหนี้คนนี้ สำรองลดลง ถ้าคุณช่วยลูกค้ารายนี้จากลูกหนี้ที่เป็นลูกหนี้ค้างชำระยาวนานให้เป็นลูกหนี้ปรับโครงสร้าง ผมให้สำรองคุณคือลดสำรองลง เอาสำรองที่ว่าไปอยู่เป็นสำรองทั่วไป ก็เอาไปรองรับหนี้เสียที่จะเกิดก้อนใหม่ ก็เท่ากับว่าช่วยเขาทางหนึ่ง ถูกไหม วันนี้เจ้าหนี้เองก็ต้องการแรงจูงใจในการปล่อยกู้ สมมุติถ้าเราจะปล่อยกู้ลูกหนี้รายนี้ ก็จะขอสิทธิ์การรับชำระหนี้ก่อน หนี้ที่เราปล่อยในปี 2564-2565 เราจะได้ชำระก่อนหนี้ที่ไม่มีหลักประกันอื่น อย่างนี้คือมันต้องช่วยกัน สั่งอย่างเดียวไม่มีประโยชน์

สามอันดับแรกที่ต้องร่วมมือกันคือเจ้าหนี้ไม่บี้ลูกหนี้ สองเจ้าหนี้ช่วยลูกหนี้ที่บอบช้ำโดยต้องมีอะไรเป็นแรงจูงใจ สามเจ้าหนี้ปล่อยกู้ เพิ่มเงินให้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบแต่ยังไม่บอบช้ำอะไรคือแรงจูงใจ เราอยากจะให้คนไปทางโน้น เราก็ต้องมีแรงจูงใจใช่หรือไม่ เราต้องแลกกันถูกหรือไม่ ถ้าเราจะบอกว่า จะเอาให้ได้มั่นคงแข็งแรง ในขณะเดียวกันต้องช่วยเขาไปด้วย มันทำไม่ได้หรอกในความเป็นจริง เพราะมันเป็นเรื่องของการต่อรองในแง่การทำธุรกิจ เหมือนที่บอกว่า เงินควรไปซื้อของร้านอาหารร้านเล็กๆ แล้วจะได้รับการลดหย่อนภาษีแบบซื้อ LTF ได้ไหม คือไม่ได้ขอลดหย่อนภาษีวันนี้ แต่บอกว่าเราซื้อของเขาวันนี้ 10 บาท เอาไปลดให้เราเป็นภาษี ในอีก 3 ปี หรือปี 2566 ก็ได้ เหมือนเราซื้อคูปองเก็บไว้


ฝั่งผู้ประกอบการ ถ้าใช้สูตรไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย

ตรงนี้คือสิ่งที่เรากลัวที่สุด ถ้าถึงจุดๆ หนึ่ง ถ้าคนเป็นแบบนั้นมันก็อยู่กันไม่ได้ จะกลายเป็นใช้กฎหมายมาคุยกัน ดังนั้น เราจะต้องไม่ทำให้ถึงจุดนั้น คือจุดของความอดทนมันสิ้นสุด คือเราไม่อยากเห็นการฆ่าตัวตาย เราไม่อยากจะเห็นการล้มละลาย ไม่อยากจะเห็นเรื่องอะไรต่างๆ แบบนี้ ทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องอย่างไรก็ต้องรู้ มันเฉียดจุดนั้นแบบเฉียดไปเฉียดมาหลายครั้งหลายหน เพราะฉะนั้นฝั่งที่เป็นลูกหนี้อย่างที่บอกวันนี้อารมณ์ของฝั่งลูกหนี้เขาพร้อมแล้วที่จะปรับโครงสร้างหนี้ แต่การปรับโครงสร้างหนี้ต้องได้รับการดูแลจากคนที่เป็นกรรมการอย่างเข้มข้น ต้องล้วงลูก ไม่ได้บอกให้กรรมการเข้าข้างฝั่งลูกหนี้ แต่กรรมการต้องเข้าใจว่า คนหนึ่งเป็นวัวกินพืช อีกคนหนึ่งเป็นเสือกินเนื้อ แล้วคุณจะให้เสือกินเจ คุณคิดว่าคุณต้องถือไม้เรียวไฟฟ้าหรือไม่ ต้องคิดกันแบบนั้น ถ้าเจรจากัน แล้วมันจะเจรจาได้หรือไม่ ฝั่งหนึ่งบอกว่าเอาเต็ม ส่วนอีกฝั่งบอกว่าไม่มี ฆ่าให้ตายก็ไม่มี ถามว่าทำไมถึงไม่มี ก็มือเท้ามันครบแต่ขายของไม่ได้ ทำไมขายของไม่ได้ ก็เพราะเขาประกาศให้ในสิ่งที่ฉันจะขายแต่ก็ขายไม่ได้ พอจะไปขายของออนไลน์ ก็เจอ GP 30% แล้วจะเอาที่ไหนมาใช้หนี้ให้คุณ



207 views0 comments