Wave รอบ 3 Lock down รอบ 2 กับ 1 ความหวัง


Wave รอบ 3 Lock down รอบ 2 กับ 1 ความหวัง

สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ปรับคาดการณ์ GDP 64 จาก 2.6% เหลือ 2.2% เฝ้าติดตามหากวัคซีนล่าช้าอาจหล่นเหลือ 0.7% แต่ยังมีการส่งออกเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจไทยปีนี้ ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า จากการระบาดของโควิดระลอก 3 จนนำมาซึ่งมาตรการเข้มงวดรอบ 2 ที่ฉุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง แต่เศรษฐกิจไทยยังมีอีก 1 ความหวัง คือ การเข้ามาของวัคซีนและฉีดให้ประชาชนคนไทยอย่างทั่วถึงภายในปีนี้

โควิดระลอก 3 จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงมาก ส่งผลให้ภาครัฐออกมาตรการค่อนข้างเข้มงวดในการควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันคล้ายการล็อคดาวน์รอบแรก สิ่งที่คล้ายกับรอบแรกคือ การบริโภคภาคเอกชนลดลงค่อนข้างแรง คนออกจากบ้านน้อยลง ร้านค้าเปิดทำการด้วยจำนวนชั่วโมงที่ลดลง กระทบกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยภาพรวม ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกนี้จะเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค หรือเศรษฐกิจหดตัวไตรมาสเทียบไตรมาส ติดต่อกัน 2 ไตรมาส อย่างไรก็ดี รอบนี้แตกต่างตรงที่เศรษฐกิจเทียบปีต่อปีจะไม่ถดถอยรุนแรงเท่าปีที่แล้ว เพราะมีภาคการส่งออกเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ โดยการส่งออกเดือน มี.ค.เติบโตก้าวกระโดดขึ้นมาที่ 8% จากการเร่งตัวของเศรษฐกิจในจีนและสหรัฐ จึงคาดว่าการส่งออกปีนี้จะเติบโตถึง 10% จากอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ผลิตภัณฑ์เคมี ยาง และกลุ่มอาหาร รวมถึงการจ้างงานที่เกี่ยวข้องกับภาคส่งออกที่จะฟื้นตัวได้ดีอีกด้วย ดังนั้น รายได้นอกภาคเกษตรปีนี้จะขยับขึ้น ส่งผลให้คนมีความสามารถจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ขณะที่รายได้ภาคเกษตรน่าจะดีกว่าปีก่อน เพราะภัยแล้งปีนี้ไม่น่ารุนแรง ประกอบกับราคาสินค้าเกษตร ส่วนใหญ่มีแนวโน้มขยับขึ้น “ความท้าทายของเศรษฐกิจไทยรอบนี้จึงอยู่ที่การควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส คู่ขนานไปกับการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ให้เร็วที่สุดเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเปิดขึ้นมาได้อีกครั้ง ความหวังหนึ่งเดียวของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจปีนี้อยู่ที่วัคซีน เพราะถ้ายังฉีดไม่ทั่วถึง มีความเสี่ยงจะเกิดการระบาดรอบ 4 รอบ 5 ไปเรื่อยๆ เกิดมาตรการล็อกดาวน์ แล้วผ่อนคลาย วนลูปไปเรื่อยๆ จนกว่าคนไทยจะมีภูมิคุ้มกันป้องกันโควิด ดังนั้น หากการฉีดวัคซีนเร่งตัวได้ทันในไตรมาส 3 ควบคุมการระบาดได้ดีขึ้น ภาครัฐผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดต่างๆ อุปสงค์ในประเทศโดยรวมจะฟื้นตัวไตรมาส 3 เช่นกัน เรียกว่า pent up demand จากการที่คนอัดอั้นในไตรมาส 2 แล้วเริ่มใช้จ่ายหลังเศรษฐกิจเปิดเต็มที่ แม้จะไม่สามารถชดเชยเศรษฐกิจไตรมาส 2 ได้ แต่เศรษฐกิจจะกลับมาดีขึ้น” ดร.อมรเทพ กล่าว ด้านการท่องเที่ยวในประเทศจะฟื้นขึ้นได้หลังการเร่งตัวของวัคซีน สนับสนุนกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการขนส่ง อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจยังกังวลรูปแบบการฉีดวัคซีนในประเทศ และยังลังเลกับการเดินทางออกนอกประเทศ จึงอาจไม่สามารถคาดหวังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เต็มที่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทย ปี 2564 จากเดิมคาดว่าจะเติบโต 2.6% มาอยู่ที่ 2.2% จากการรับมือการระบาดโควิดรอบ 3 ที่ส่งผลกระทบการบริโภคในประเทศรุนแรง แต่มุมมองไม่ได้ปรับลดลงแรงเพราะการส่งออกที่คาดว่าจะเติบโตได้เฉียด 10% จะเป็นตัวสนับสนุนเศรษฐกิจ พร้อมๆ กับการให้เกิดการลงทุนในประเทศที่ยังโตต่อเนื่องได้ เพียงแต่ไทยยังขาดการท่องเที่ยวจากต่างชาติ ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจไทยโตช้าสำหรับปีนี้

ด้านค่าเงินบาทคาดว่าจะอ่อนค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐ จากเงินไหลออกสืบเนื่องจากความกังวลเรื่องการถอนมาตรการ QE และกังวลเรื่องเงินเฟ้อในสหรัฐ เงินบาทน่าจะอยู่ที่ราว 31.50 บาท /ดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาส 2 แต่ในช่วงครึ่งหลังของปี หากนักลงทุนรับรู้ข่าวมาตรการทางการเงินของเฟดไปแล้ว ประกอบกับประเทศไทยน่าจะเกินดุลบัญชีสะพัดช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งเป็นรายได้สำคัญ จะทำให้มีความต้องการเงินบาทมากขึ้น เงินบาทน่าจะกลับมาอยู่ที่ราวๆ 31.30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐช่วงปลายปี ด้านนโยบายการเงิน คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะคงดอกเบี้ยที่ 0.50% ตลอดทั้งปี โดย น่าจะอัดฉีดเงิน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจ SME หรือออกมาตรการช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ เป็นทางออกสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่ความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าติดตามคือวัคซีน หากประเทศไทยและกลุ่มประเทศในเอเชียมีการฉีดวัคซีนล่าช้า จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น จนภาครัฐออกมาตรการ ควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกรอบหนึ่ง เศรษฐกิจไทยอาจจะโตต่ำเหลือ 0.7% ธปท.อาจฉีดวัคซีนประคองเศรษฐกิจไทย โดยลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0.25% อย่างไรก็ดี นโยบายการเงิน และนโยบายการคลังที่จะออกมาจะมีลักษณะของการประคองไม่ให้เศรษฐกิจทรุดหนัก เป็นการซื้อเวลา มากกว่าที่จะสามารถแก้ปัญหาได้ ทางออกอยู่ที่การฉีดวัคซีนให้ฉีดประชากรไทยได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ สำนักวิจัยฯ จะทบทวนการคาดกรณ์เศรษฐกิจไทยอีกครั้งหลังจากสภาพัฒน์รายงานตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 1 วันที่ 17 พ.ค.64 และเฝ้าติดตามการผลิตวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในประเทศและการนำเข้าวัคซีนตัวอื่นๆ ที่เป็นความหวังของเศรษฐกิจไทยช่วงต่อไป

3 Waves, 2 Lockdowns and 1 Hope

Another wave, another lockdown

  • More stringent measures to control economic activities, aiming to lower daily covid-19 infections, appeared to be similar to lockdown measures during the first wave attack last year. Private consumption could fall moderately, following fewer people going outside and shorter business operating hours. Thailand’s economy could experience another round of a technical recession, two consecutive quarters decline in real GDP on a quarter-on-quarter basis.

This time is different

  • Despite these similarity, the economy is unlikely to experience a sharp year-on-year contraction as seen last year. Main difference is a sharp recovery of exports. Exports in March jumped over 8% from last year, thanks to accelerating recovery in the US and China. Exports of goods this year could grow about 10%, driving by higher demand for auto parts, electronics, chemicals, rubber products and processed food. Employment in these export-oriented sectors would likely to recover, raising non-farm income and higher purchasing power among these groups. Meanwhile, farm income could gradually recover from last year amid less severe drought problem and higher farm prices. Main challenge is how fast Thailand could control the spread of virus so as to ease the lockdown measures and open domestic markets once again.

Hope for stronger recovery: Vaccines

  • Speedy vaccination process is a main hope for economic recovery. Without a rapid vaccination to all adult population, there could be pandemic wave 4, 5 and so on. The government would apply another lockdown and then ease the measures once the number of daily new cases drops. However, the government would need to resume the process in a spiral web until we all have immunity. Domestic demand will gradually recover in the third quarter, given a timeline for vaccination. In addition to vaccination, the government will ease measures for business operation once we could control the number of daily infection down. There will be pent up demand during the beginning period, meaning people will spend a lot more than usual to compensate their delayed spending during lockdown. However, higher spending in Q3 may not fully compensate the loss of opportunity in Q2. Domestic tourism will likely to gradually resume, supporting demand for hotels, restaurants, and transportation services. The economy may not grow fast due to lack international tourists. We do not expect foreign tourists to jump significantly, given the timeline for vaccination for Thai people to gain herd immunity and for foreign tourists to gain confidence on the control of virus in Thailand.

Revised 2021 GDP forecast from 2.6% to 2.2%

  • We revised down the GDP forecast of Thailand from 2.6% to 2.2%. The revision is based on lower projection on private consumption due to the third wave pandemic. Growth driver is exports of goods which could grow nearly 10%, which will support private investment. Given lack international tourists, Thailand’s economy would likely remain sluggish this year. The Thai baht is projected to weaken against the US dollar, following capital outflows for fear of QE tapering amid higher inflation expectation in the US. The Thai baht could weaken by over 31.50 baht per US dollar by the second quarter. However, we do not expect a continual depreciation of the baht, given that the market has already priced in a movement by the Fed while Thailand could gain a current account balance surplus during the second half of the year due to higher exports. We projected the year-end USD/THB at the level 31.30. Meanwhile, the Bank of Thailand could keep the policy rate unchanged at 0.50% per year while it could increase an injection of soft loans to SMEs and support financial institutions to help restructure debt of clients, especially those in the tourism-related sectors that may take longer time for recovery.

Downside risk is on slow vaccine rollout The downside risk of Thailand’s economic growth is the slow vaccine rollout, which could cause lower confidence of consumers. New daily infections would likely to remain high and the government could implement stringent measures to deter crowded places, affecting business operations. GDP growth of Thailand in 2021 could fall to 0.7%. Similar to a base case scenario, exports of goods remain a growth driver. The Thai baht could weaken slightly against the US dollar amid lowering confidence of investors. The Bank of Thailand would consider cutting the policy rate to 0.25% per year so as to support economic recovery. In sum, fiscal and monetary policies could be applied to avoid sharper.

4 views0 comments