ศึกหนักเจ้าหนี้ไฟแนนซ์...TAXI จอดทิ้งกว่า 8 หมื่นคันพร้อมให้ยึด



โควิดระบาด มาตรการ work from home มาตรการล็อกดาวน์ กระหน่ำอาชีพคนขับแท็กซี่อย่างจัง เผย...เจอมาแล้วทุกวิกฤต โรคระบาด ทั้งไข้หวัดนก ซาร์ส ที่รายได้-ความเสียหายประมาณ 30% และพลิกฟื้นได้เร็ว แต่วิกฤตโควิดทำความเสียหายต่ออาชีพคนขับแท็กซี่มากถึง 90% บั่นทอนทั้งกำลังใจ กำลังกาย กำลังทรัพย์ โดนกันถ้วนหน้าทั้งคนขับแท็กซี่ที่สายป่านสั้นและสายป่านยาว จากเดิมมีแท็กซี่วิ่งให้บริการในกทม.กว่า 1 แสนคัน แต่ขณะนี้มีแค่ 2 หมื่นคัน กว่า 8 หมื่นคันถูกจอดทิ้งพร้อมให้ไฟแนนซ์ยึดเพราะไปต่อไม่ไหว ถ้าสถานการณ์ลากยาวจะมีแท็กซี่วิ่งได้ต่อไม่ถึง 2 หมื่นคัน คนขับที่ยังพอถูลู่ถูกังต้องปรับตัวเปลี่ยนจากรับผู้โดยสารมาเป็นรับส่งอาหาร-สินค้า ถ้าเป็นไปได้อยากขยายช่องทางบริการรับส่งผู้ป่วย บริการส่งยาให้ผู้ป่วย ส่งผลิตผลทางการเกษตร ฯ ลฯ โดยการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ


Interview : คุณวิฑูรย์ แนวพานิช นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย


สถานการณ์กลุ่มคนขับแท็กซี่ขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง

ต้องพบคนค่อนข้างมากและต้องบริหารจัดการคนของเราค่อนข้างมาก ไม่ไว้ใจ 3 วันตรวจโควิดครั้ง


ได้สถานที่ตรวจดีใช่ไหม

เป็นสถานที่ตรวจของคลินิกเอกชน เสียค่าใช้จ่ายให้เขาครั้งนึง 1,900 บาท


ที่ทราบมาว่าผู้ประกอบการแท็กซี่กรุงเทพฯ ได้รับสิทธิ์ฉีดวัคซีนก่อนหน้านี้แล้ว

ยังไม่ครอบคลุม เพราะคนขับเราหลายหมื่นคน แต่ที่ได้ฉีดคือเฉพาะคนขับ ผู้บริหารไม่ได้สิทธิ์ประมาณ 18,000 คน


คนขับแท็กซี่ในกรุงเทพฯ จริงๆ มีกี่คน

ของเดิมแสนกว่า แต่ตอนนี้เจอภาวะโควิดก็ลดลงมา ตอนนี้วิ่งอยู่ 20,000 คัน ก็กว่า 20,000 คน ผมให้ผู้โดยสารสังเกตแบบนี้ว่าคันที่ฉีดวัคซีนมาแล้ว 1 เข็ม 2 เข็ม จะมีรายละเอียดอยู่บนรถ แต่ก่อนขึ้นรถให้สังเกตที่หน้ารถซึ่งทางมูลนิธิจะแจกสติกเกอร์หลักฐานการฉีดวัคซีนไว้หน้ารถว่าฉีดวัคซีนแล้ว เป็นสติกเกอร์วงกลมสีเขียว ระยะ 50 เมตรจะมองเห็น เวลาเราโบกแท็กซี่จะมองเห็นว่ามีสติกเกอร์เขียวสำหรับแสดงว่าคนขับฉีดวัคซีนแล้ว


ที่วิ่งเหลือแค่ 20,000 คัน รายได้ก็หดหายพอสมควรใช่ไหม

ก็กระทบทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะแท็กซี่กระทบจากวิกฤตทุกครั้งไม่ว่าไข้หวัดนก ไข้หวัดซาร์ส ก็จะกระทบก่อนเขา กว่าจะฟื้นก็ทีหลังเขามาโดยตลอด แต่รวมวิกฤตทุกครั้งทั้งหมดที่กระทบยังไม่ได้เสี้ยวนึงเท่ากับครั้งนี้ที่รุนแรงที่สุด ครั้งนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะประเทศเรา มันเกิดทั่วโลก นักท่องเที่ยวไม่เข้าและยังมีมาตรการรัฐบาลที่ให้ work from home หรือล็อกดาวน์ เคอร์ฟิว ไม่ได้บอกว่ามาตรการไม่ดี ถ้าไม่มีมาตรการเหล่านี้การแพร่ระบาดอาจจะรุนแรงมากกว่านี้ แต่ทุกมาตรการกระทบกับอาชีพเรา ทุกครั้งที่เกิดจะประเมินได้ว่ากระทบกี่เปอร์เซ็นต์ ผู้โดยสารหายไปเท่าไหร่ จำนวนเที่ยวหายไปเท่าไหร่เราประเมินทุกครั้งก็พบความเสียหายไม่เกิน 30% แต่ครั้งนี้เสียหาย 90% ถือว่าหนักมาก


จำนวนคนที่ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่จากเดิมมีแสนคน แต่ตอนนี้เหลือ 20,000 คน อีก 80,000 คนมีการติดตามไหมว่าเขาไปไหนกันบ้าง

คนขับรถแท็กซี่ส่วนใหญ่จะมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคอีสาน เขาขับมาตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นพี่ มาต่อเนื่อง เขาจะไปๆ มาๆ อย่างช่วงฤดูกาลเพาะปลูกก็กลับบ้าน พอหมดฤดูกาลก็กลับมาขับรถ แต่ครั้งนี้ไปแล้วกลับมาไม่ไหวเพราะอยู่ไม่ได้ อยู่แล้วลำบากมาก กลับไปบ้านนอกก็ไม่มีงานทำเพราะที่บ้านนอกก็ลำบากเหมือนกัน แต่อย่างน้อยที่สุดข้าวมีกินเพราะบ้านเขาทำนา เขาออกไปกลางนาจับปลา กบ เขียด เขาอยู่ได้ แต่กรุงเทพฯ อยู่แล้วหาสัตว์ไม่ได้ แล้วยังมีค่าเช่าบ้าน ต้องมี ต้องใช้ ทุกสิ่งอย่างเป็นภาระ เพราะฉะนั้นเขาทนไม่ได้ ไปต่อไม่ได้ ก็ทยอยกลับตั้งแต่ปีที่แล้ว มาถึงขณะนี้เหลือ 20,000 กว่าคัน ซึ่งก็ยังไปไม่รอด วันนี้ 20,000 กว่าคันไม่มีที่ไป หาเงินวันนึงได้ไม่เกิน 300 บาท แทบไม่ได้ใช้เลยเพราะต้องเก็บไว้เติมแก๊ส 200 เหลือ 100 กินใช้ระหว่างวัน เช้ากินที่บ้านเย็นกินที่บ้าน กินมื้อกลางวันมื้อเดียว 50-60 บาท เหลือเข้าบ้าน 20-30 บาท ไม่ได้อยู่ชีวิตเดียวเพราะมีครอบครัวและมีค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน มันลำบากมาก


ที่ยังเหลืออยู่ 20,000 คัน เป็นพวกผ่อนรถเอง ไม่ใช่รถเช่า

ภาพรวมก่อนที่จะเกิดโควิด 80% ไม่ใช่รถเช่า เป็นรถเงินผ่อนทั้งนั้น เช่าซื้อกันหมด สมัยก่อนมี 10-20% ที่เป็นเจ้าของเอง อีก 80-90% เป็นรถเช่า แต่ด้วยการปรับระบบธุรกิจของแท็กซี่มาโดยตลอดจนเดี๋ยวนี้เป็นรถของตัวเอง 80-90% เหลือเป็นรถเช่าน้อยมาก คนที่กลับบ้านไปแล้วก็ทิ้งรถไว้เพราะผ่อนต่อไม่ได้ เช่าซื้อกับสหกรณ์ไว้ก็ทิ้งให้สหกรณ์ เช่าซื้อกับไฟแนนซ์ก็ทิ้งให้ไฟแนนซ์ ตัวเองไปต่อไม่ได้ในอาชีพนี้


อย่างนี้ก็ไปตกหนักกับบรรดาคนที่ให้ผ่อนรถใช่ไหม

ที่เห็นภาพจากสื่อบ้างแล้ว ที่จอดจนหญ้าขึ้น รถ 60,000 กว่าคันที่ไม่ได้วิ่ง ไม่ได้หายไปไหน มันยังไม่ได้ถอดทะเบียนออก ยังเป็นแท็กซี่อยู่ในระหว่างชำระค่าเช่าซื้อกันทั้งนั้น ทีนี้พอไม่มีคนขับก็ต้องจอด พอจอดแล้วก็ถูกเร่งรัดจากไฟแนนซ์ที่ต้องชำระเป็นรายเดือน แต่ที่หนักไปกว่านั้นคือรถ 60,000 กว่าคันไม่ได้คิดไว้ก่อนว่าจะเจอแบบนี้ จึงไม่มีสถานที่ไว้รองรับการจอดรถ 60,000 กว่าคัน ถ้าจอดเข้าแถวเรียงหนึ่งถนนทุกสาย ทุกตรอกทุกซอยไม่พอรองรับ เลยต้องไปเช่าที่เอกชนเขาจอด เพราะแต่ละสหกรณ์หรือบริษัทไม่มีที่ของตัวเอง ตอนที่โดนใหม่ๆ ก็ยังพอมีกำลังการจ่ายค่าเช่าที่จอดรถ เอาเงินเก่ามาจ่าย แต่พอนานมากขึ้นกำลังการจ่ายไม่มี ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าลูกน้องไม่มี ก็ถูกไล่ที่ออกมาส่วนหนึ่ง ที่ทะลักออกมาตอนถูกไล่ที่ก็มาเห็นที่มาจอดตามกระทรวงต่างๆ ประมาณ 1,000 กว่าคัน แต่จริงๆ มีรถถึง 60,000 กว่าคันที่จอดโดยยังไม่ได้ขับรับผู้โดยสาร เยอะมาก กำลังจะถูกไล่เดือนนี้ กำลังจะถูกไล่ออกเดือนหน้า ตอนนี้ถือโอกาสให้รัฐบาลได้เห็นภาพและช่วยหาสถานที่รองรับจนกว่าวิกฤตครั้งนี้จะผ่านไป เราอยากให้รัฐบาลหาสถานที่จอดมารองรับได้


ทางหน่วยงานของรัฐทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน มีการพูดคุยกับตัวแทนแท็กซี่เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตอนนี้มีความคืบหน้าอะไรบ้าง

ได้คุยกันหลายรอบ ผมร้องถึงนายกรัฐมนตรี 7 หัวข้อด้วยกัน ตอนนี้หลายหัวข้อได้รับการพิจารณาหาทางออกได้แล้ว เหลือบางหัวข้ออยู่ระหว่างการพูดคุยกัน ยกตัวอย่างเช่น คนขับแท็กซี่ที่กระทรวงแรงงานบอกว่าเป็นแรงงานนอกระบบ แล้วรัฐอยากจะช่วยจากผลกระทบมาตรการที่รัฐบาลออกมา ให้ทุกคนไปลงทะเบียนแล้วเสียเงิน เลือกเอาจะเอา 70 บาท 100 บาท หรือ 300 บาทเพื่อเข้าสู่มาตรา 40 แต่แท็กซี่ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัดเวลาเข้าไปชำระเงินตาม 7-11 บางคันผ่านบางคันไม่ผ่าน เราก็ไปร้องทางกระทรวงแรงงานให้หาทางช่วย ก็ช่วยถึงขนาดอายุเกิน 65 ปี ซึ่งเขากำหนดไว้แค่ 65 ปี ตอนนี้เขากำหนดไว้เกิน 65 ปีให้ได้รับด้วย รวมทั้งมองเห็นทุกข์ของเราเบื้องต้นว่าไม่มีกินไม่มีใช้ มีการให้ของเพื่อจัดเป็นถุงยังชีพผ่านหลายองค์กรโดยเฉพาะผ่านมาทางผมซึ่งเป็นมูลนิธิเพื่อคนขับรถแท็กซี่ แจกถุงยังชีพชุดนึงประมาณ 500 บาท ผมแจกไปแล้ว 4,000 กว่าชุด เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาผมแจกที่หน้ามูลนิธิ รถติดยาว 4-5 กิโลเมตร เราแจกอย่างเร็วเพราะมีเจ้าหน้าที่ประมาณ 10-20 คน แต่ที่แจกยังไม่เพียงพอกับความต้องการของพี่น้องที่ขับรถแท็กซี่ เขาเดือดร้อนค่อนข้างมาก เรามีแจก 2,000 กว่าชุด แต่คนขับรถมา 5,000 กว่าคัน


ตอนนี้ใช้สิทธิ์ ม.40 ครบถ้วนไหม

คำว่าได้คือได้ลงทะเบียน บางส่วนลงทะเบียนแล้ว บางส่วนยังลงทะเบียนไม่ได้ แต่เขากำลังดำเนินการให้ได้ครอบคลุมทั้งหมด แล้วเงินจะได้วันที่ 25 สิงหาคม แต่ก็ดีกว่าก่อนนั้นที่บอกได้แต่ไม่รู้ได้เมื่อไหร่ แต่วันนี้เรารู้วันได้เงินแล้ว


มีข้อไหนใน 7 ข้อเรียกร้องที่ยังไม่ได้ตามที่อยากจะได้

ขณะนี้ที่ดำเนินการกันอยู่แล้วได้บางส่วนแล้ว แม้กระทั่งเรื่องที่จอดรถ ที่เห็นเราจอดอยู่หน้ากระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงการคลัง ไปดูตอนนี้ย้ายออกมาหมดแล้ว รถได้รับการเคลื่อนย้ายไปจอดตามสถานที่ที่เราขอให้ท่านช่วยจัดหา ได้มาหลายที่พอสมควร ขณะนี้ทยอยขนรถไปจอด เช่นใกล้หอประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หลังโรงงานยาสูบ สถานีกลางบางซื่อ เราย้ายไปได้หลายร้อยคัน ทางกรมธนารักษ์กำลังเตรียมที่ให้เรา รองรับรถเบื้องต้นได้ประมาณ 5,000 คัน ระหว่างนี้ก็ไปดูพื้นที่กัน ก็ยังทำงานกันตลอดเสาร์อาทิตย์


ในส่วนการพักชำระหนี้การผ่อนรถ ได้รับความช่วยเหลือไหม

พักชำระหนี้ตอนนี้เรานำรายละเอียดเสนอกระทรวงการคลังไปหมดแล้ว เขาได้รับทราบข้อมูลทางเราไปหมด ถามว่าทำไมช่วยเราก่อนหน้านี้ไม่ได้ เพราะเราจัดไฟแนนซ์ที่ลีสซิ่งซึ่งนอกเหนืออำนาจทางกระทรวงบังคับได้ เพราะเขามีกลไกเฉพาะแบงก์ของรัฐและแบงก์พาณิชย์ทั่วไป เราเช่าซื้อกับลีสซิ่งจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ เขาใช้วิธีพูดคุยเจรจา ขณะนี้เขารู้ข้อมูลเรา เขาก็อยากได้ข้อมูลก็อยู่ระหว่างการดำเนินการพูดคุยกับบริษัทลีสซิ่ง หลังจากได้ข้อมูลกันทั้ง 2 ฝ่ายแล้วคิดว่าจะมีเวทีจัดพูดคุยกัน อาจจะใช้ช่องทาง zoom เพราะอยู่ในช่วงโควิดด้วย


ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ คิดว่าชาวแท็กซี่จะยืนระยะได้นานแค่ไหน

จริงๆ ยืนไม่ได้มานานแล้ว หมดกระสุนที่จะสู้มานาน ไม่ว่าจะสายป่านสั้นสายป่านยาวตอนนี้หมดไปตามๆ กันทั้งหมดแล้ว แม้แต่กำลังจะออกมาเรียกร้องหรือทำอะไรยังไม่มี มันหมดแรงทุกอย่าง แต่ด้วยความเป็นอาชีพ ไม่รู้จะทิ้งไปไหน รถสำหรับคนเช่าซื้อก็ต้องหาทาง แต่ครั้งนี้รัฐบาลได้ทราบปัญหาหมดแล้ว คิดว่าจากนี้อาจจะเหลือแท็กซี่วิ่งไม่ถึง 20,000 คัน จะต้องจอดระหว่างนี้บ้าง แต่ภาครัฐน่าจะหามาตรการหรือหางานมาเพิ่ม ตอนนี้หลายกระทรวงฯ ให้แท็กซี่มีงานเพิ่มขึ้น เมื่อก่อนเราขนแต่คน วันนี้คนไม่เดินทางเราขนไม่ได้แน่ ก็ลองดูว่าสามารถปรับไปขนคนป่วยได้ไหม ปรับไปส่งยาตามบ้านได้ไหม หรือส่งของแบบมอเตอร์ไซค์ได้ไหม ก็พยายามดูตรงนี้กันอยู่เพื่อให้มีงานมากขึ้น ทำอย่างไรให้เขาอยู่ไปได้ก่อน มันต้องพลิกแพลง เราเคยแต่รับผู้โดยสารแต่วันนี้ไม่มีผู้โดยสาร ถ้ายังตระเวนหาก็มีแต่เปลืองแก๊ส ก็ต้องหาทางอื่น

วันนี้ส่วนนึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขามีสินค้าโดยเฉพาะผลไม้ดีๆ เข้ามาประชาสัมพันธ์ผ่านหลายช่องทางและมีผู้สนใจและต้องไปส่ง ช่องทางแท็กซี่ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ตอนนี้เราก็ทำกันมา แต่กรมขนส่งทางบกกำลังออกเครื่องที่เป็นฉากกั้นระหว่างคนขับกับผู้โดยสารเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อต่อกันได้ เราอาจจะนำไปสู่การรับส่งผู้ป่วยจากบ้านไปโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลกลับบ้าน ก็พยายามประสานกันอยู่ตลอด เพราะในเรื่องการเดินทางของผู้ป่วยมันยังขาดแคลนรถอยู่เยอะ และเราก็ไม่ได้คิดว่าจะได้รายได้มาก แต่เราจะทำลักษณะจิตอาสาด้วยเพราะของขาดแคลน ถ้าทำอย่างไรให้รัฐบาลเอาแท็กซี่เป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการช่วยเสริมให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นทางเราก็พร้อม ขอเป็นกำลังใจให้ ถ้ามีเรื่องอื่นที่ต้องการประชาสัมพันธ์สามารถติดต่อทางรายการได้ จะช่วยประสานงานให้

ผลที่ออกมาจนรัฐบาลได้ยินออกมาแก้ไขนั้น สื่อเป็นผู้มีบุญคุณอย่างสูงกับอาชีพแท็กซี่ เพราะเป็นผู้นำเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของคนขับแท็กซี่ไปเผยแพร่ สื่อช่วยเรามาก ต้องกราบขอบพระคุณทุกช่องทาง รวมถึงนักข่าวทุกคน เรากราบขอบพระคุณอย่างมาก

141 views0 comments