33100(1).jpg

บล.ไทยพาณิชย์เปิด 5 คำทำนายเศรษฐกิจปีเสือคำราม ฟันธง SET Index ปี 65 กรอบการเคลื่อนไหวที่ 1550-1750


บล.ไทยพาณิชย์เปิด 5 คำทำนายเศรษฐกิจปีเสือคำราม ฟันธง SET Index ปี 65 กรอบการเคลื่อนไหวที่ 1550-1750 จุด พร้อมแนะ 10 หุ้นเด่นเติบโตดีรับอานิสงส์เทรนด์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจของโลกยุคใหม่


บล.ไทยพาณิชย์ ประเมินการระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ Omicron มีความเสี่ยงกระทบเศรษฐกิจและการลงทุนในช่วงไตรมาสที่ 1/65 โดยหากไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ภายในไตรมาสที่ 1/65 จะมีความเสี่ยงต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยและผลการดำเนินงาน บจ.ปี 2565 ที่ได้คาการณ์ไว้ล่าสุด ประเมิน SET Index ปี 2565 มีกรอบการเคลื่อนไหวที่ 1550-1750 จุด แนะนำ 10 หุ้นเด่น โดยเลือกหุ้นที่เติบโตดีราคาไม่แพงรวมถึงหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากเทรนด์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจของโลกยุคใหม่ คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2565 โดยตั้งไว้ 3 สมมติฐาน 5 คำทำนาย ประกอบด้วยสมมติฐาน 1) COVID-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นอันเป็นผลมาจากการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง 2) อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกฟื้นตัว 60-90% และ 3) ปัญหาคอขวดด้านอุปทานจะเริ่มคลี่คลายลง


ส่วน 5 คำนายหลัก SCBS ได้แก่ 1) กิจกรรมทางเศรษฐกิจโลกปี 2565 จะกลับมาเป็นปกติมากขึ้น 2) เงินเฟ้อโลกจะลดลงในครึ่งหลังปี 2565 3) นโยบายการเงินโลกจะตึงตัวขึ้นเพื่อกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ยกเว้น จีน ที่ยังคงมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อสร้างสมดุลเศรษฐกิจ 4) สงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะทวีความรุนแรงมากขึ้น และ 5) ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา 5 ปัจจัย ได้แก่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ความผันผวนของตลาดการเงินโลก ความเสี่ยง Global Stagflation ความผันผวนด้านภูมิอากาศโลก และ การระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ Omicron ที่อาจรุนแรงกว่าสายพันธุ์ Delta


อย่างไรก็ตาม การระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ Omicron มีโอกาสกระทบต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกปี 2565 ให้ลดลงจากระดับที่ IMF เคยคาดการณ์ไว้สำหรับปี 2022 ที่ 4.9% เหลือเพียง 3.6% หากไม่สามารถควบคุมการระบาด ได้ภายในไตรมาสที่ 1/65 ส่วนเศรษฐกิจไทยนั้นอัตราการเติบโตของ GDP ปี 2565 มีความเสี่ยงลดลงจากประมาณการณ์ล่าสุดที่ 3.6% เหลือ 2.5% หากแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต้องเลื่อนระยะเวลาออกไป รวมถึงรัฐบาลกลับมาคุมเข้มกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ


ประเมินระดับ SET Index ปี 2565 อิงกับปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 1660 จุด และ คาดว่าจะมีกรอบการเคลื่อนไหวบริเวณ 1550-1750 จุด แนะนำ 10 หุ้นเด่น ที่คาดว่าผลการดำเนินงานปี 2565 จะเติบโตเด่น ได้แก่ KBANK, AMATA, ZEN, LH และ GULF รวมถึงหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากเทรนด์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจของโลกยุคใหม่ ได้แก่ DELTA, ADVANC, ONEE, SECURE และ XPG


นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ Chief Research Officer บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) กล่าวว่า ปี 2564 ที่ผ่านมานั้นเป็นที่น่าสังเกตว่า แม้โลกจะเกิดวิกฤติ COVID-19 แต่ความผันผวนของตลาดหุ้นกลับลดลง ดังจะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่ SET Index ฟื้นตัวกลับไประดับก่อนเกิดวิกฤติ COVID-19 แล้ว ทั้งๆที่สถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงถือว่ารุนแรง ทั้งนี้เป็นเพราะรัฐบาลทั่วโลกเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และ อัดฉีดเงินเข้าสู่ตลาดการเงินอย่างรุนแรงและรวดเร็วเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยต่ำ อัตราเงินเฟ้อสูงมาก จึงทำให้นักลงทุนกล้าที่จะเสี่ยงนำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น

สำหรับ ปี 2565 นั้น ประเมินว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีโอกาสที่จะกลับเข้าสู่ภาวะก่อนเกิดวิกฤติ COVID-19 ซึ่งหมายถึง อัตราการเติบโตของ GDP ในระดับที่มีเสถียรภาพ อัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าจะชะลอตัวลง อัตราดอกเบี้ยที่เริ่มปรับตัวขึ้น การเพิ่มภาษีขึ้นบ้าง เพื่อสร้างสมดุลให้กับฐานะการเงินของรัฐบาล และสุดท้าย คาดว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นจะลดลงจากปี 2564


โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (DM) จะชะลอตัว โดย IMF ประเมินว่า GDP จะเติบโต 4.5% ในขณะที่คาดว่าอัตราการขยายตัวของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (EM) จะฟื้นตัวในครึ่งปีหลังปี 2565 โดย IMF ประเมินว่า GDP จะเติบโต 5.1% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเปิดประเทศได้มากขึ้น หลังจากประชาชนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนมากขึ้นซึ่งจะส่งผลธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและบริการฟื้นตัวขึ้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยชดเชยกับการลดลงของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยกระตุ้นการบริโภคในช่วงการระบาดของ COVID-19 ในปี 2563-64 ได้บ้าง อย่างไรก็ตาม การระบาดรอบใหม่ของ COVID-19 สายพันธุ์ Omicron ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้การคาดการณ์เศรษฐกิจไม่เป็นไปตามที่คาด


ด้านแนวโน้มเศรษฐกิจไทย “มองบวกอย่างระมัดระวัง” ปี 2565 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวกลับมาเติบโต 3.6-4.0% จากที่หดตัวลง -6.1% ในปี 2563 และเติบโต +1.0% ในปี 2564 ทั้งนี้ คาดว่าการส่งออกปี 2565 จะเติบโต 2% GDP จะเติบโต 3.6 – 4.0% และนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 8 ล้านคน ด้านกำไรของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโต 6% YoY ในปี 2565 โดยได้รับแรงหนุนจาก GDP ที่เติบโต 3-4% SCBS ประเมินผลตอบแทนของ SET Index ได้ที่ 5% ภายในสิ้นปี 2565 และ 8% เมื่อรวมเงินปันผล ในกรณีเลวร้ายหากไม่สามารถควบคุมการแพร่ะบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ Omicron ได้อาจส่งผลให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยลดลงเหลือ 2.6% (กรณีเลวร้ายที่สุด) ส่วนผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนมีโอกาสเติบโตใกล้ 0%


กลยุทธ์การลงทุน เน้นหุ้นเติบโตที่ราคาสมเหตุสมผล โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) หุ้นที่คาดว่าผลการดำเนินงานจะกลับมาเติบโตได้ดีตามวัฏจักรเศรษฐกิจและการเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น ได้แก่ KBANK, AMATA, ZEN, LH และ GULF และ 2) หุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดด ได้รับประโยชน์จากเทรนด์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจของโลกยุคใหม่ ได้แก่ DELTA, ADVANC, ONEE, SECURE และ XPG

สรุปประเด็นการลงทุนของหุ้นรายตัว

  • KBANK: หนึ่งในผู้นำด้าน Digital banking คาดกำไรสุทธิปี 2565 มี upside จาก credit cost ที่มีโอกาสลดลง

  • AMATA: คาดว่ายอดการโอนที่ดินจะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ต่อเนื่องถึงปี 2565 จากลูกค้าหลักในกลุ่มพลังงาน ยานยนต์ และ โลจิสติกส์

  • ZEN: ได้รับประโยชน์จากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย ส่งผลบวกต่อแนวโน้มกำไรปี 2565

  • LH: ปี 2565 คาดได้รับแรงหนุนจากการผ่อนปรน LTV บ้านหลังที่ 2 และ 3 เต็มที่ เนื่องจากบริษัทมีความพร้อมของการเปิดโครงการใหม่ที่จะเพิ่มขึ้น 50%

  • GULF: กำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 12.4% ต่อปีในช่วง 7 ปีข้างหน้า ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน INTUCH ช่วยสร้างความมั่นคงของกำไรสุทธิ

  • DELTA: ได้รับประโยชน์จากฐานลูกค้าในกลุ่ม EV car, พลังงานสะอาด และ โทรคมนาคม

  • ADVANC: มีโอกาสจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นสำหรับปี 2565 เนื่องจากงบลงทุนลดลง รวมถึงได้รับประโยชน์จากเทรนด์ธุรกิจ Metaverse

  • ONEE: ประเมินธุรกิจโฆษณาผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนในปี 2565

  • SECURE: ได้รับประโยชน์จากโลกในยุคดิจิทัลที่ทำให้ความปลอดภัยในเรื่องของข้อมูลมีความสำคัญมากขึ้น

  • XPG: ผลประกอบการปี 2565 Turnaround หลังเข้าสู่ธุรกิจ Digital Asset

 

SCBS unveils five economic forecasts for the Year of the Roaring Tiger

Predicting SET Index 2022 in a range of 1550-1750 points

Tipping ten outstanding growth stocks benefiting from transforming new world business structures

SCB Securities Co., Ltd. (SCBS) believes that the outbreak of the COVID-19 Omicron strain will impact the economy and investment in 1Q22. Without proper control by 1Q22, the disease could jeopardize the Thai economy's growth rate and the operating performance of listed companies in 2022, as previously predicted. SCBS see the SET Index fluctuating between 1,550 and 1,750 points this year. SCBS has selected ten outstanding stocks exhibiting good growth at reasonable prices, including those that will benefit from the new world trend of transforming business structures. The economic outlook for 2022 is based on three assumptions and five predictions, which include: 1) COVID-19 becoming endemic as a result of widespread vaccination; 2) the global tourism industry recovering by 60-90%; and 3) supply bottlenecks beginning to ease.

The five predictions are as follows: 1) global economic activity will return to normal in 2022; 2) global inflation will fall in the second half of 2022; 3) global monetary policy will tighten before returning to normal, with the exception of China, which continues to ease its monetary policy to balance its economy; 4) the Cold War between the US and China will intensify; and 5) The slowing Chinese economy, global financial market volatility, global stagflation risks, global climate volatility, and the outbreak of the COVID-19 Omicron strain (which may be more severe than the Delta strain) are all risk factors that must be closely monitored.

However, if the Omicron variant outbreak is not properly contained by the first quarter of 2022, the global economic growth rate in 2022 is likely to fall from 4.9% as predicted earlier by the IMF to 3.6%. In terms of the Thai economy, the GDP growth rate for 2022 is at risk of falling from 3.6 % to 2.5% if the plan to reopen the country to tourists is delayed, including the government's resumption of tightening economic activities in the country.

Based on fundamentals, the 2022 SET Index should stand at 1,660 points and move between 1,550 and 1,750 points. SCBS recommends ten stocks that will perform well in 2022, including KBANK, AMATA, ZEN, LH, and GULF, as well as stocks that will benefit from the modern business transformation trend, such as DELTA, ADVANC, ONEE, SECURE, and XPG.

SCBS Research Group Managing Director Sukit Udomsirikul stated that despite the global COVID-19 crisis, stock market volatility has decreased for the year 2021. As can be seen, stock markets around the world, including the Thai stock market, have recovered quickly. Despite the fact that the pandemic is still considered severe, the SET Index has recovered to pre-COVID-19 levels. This is because governments all over the world have accelerated economic stimulus measures and pumped money into financial markets at an unprecedented rate and intensity. Low interest rates and rising inflation have prompted investors to shift their money to higher risk stock markets.

Economic activity is expected to return to pre-COVID-19 crisis levels in 2022, implying stable GDP growth, slower inflation, rising interest rates, and tax increases to balance the government's financial position. Finally, returns on stock market investments are expected to fall from 2021.

The rate of growth in developed economies (DM) will slow down. According to the IMF, GDP will grow at 4.5%, while the rate of growth in emerging markets (EM) is expected to recover at 5.1% in the latter half of 2022 as countries are reopening. With more and more people getting vaccinated, tourism and hospitality businesses will recover, partially offsetting the reduction in economic stimulus measures designed to boost consumption during the COVID-19 outbreak in 2020-2021. The new outbreak of the Omicron strain, on the other hand, is viewed as a risk that could cause economic forecasts to fall short of expectations.

Based on a "carefully positive" view, Thai economic trends in 2022 are expected to recover to 3.6 - 4.0% growth from a -6.1% contraction in 2020 and 1.0% growth in 2021. Exports are expected to grow by 2%, and approximately 8 million foreign tourists are expected to enter the country. Profits at publicly traded companies will increase by 6% yoy, driven by a 3 - 4% increase in GDP. SCBS estimates the SET Index's yield to be 5% by the end of 2022, and 8% when dividends are factored in. In the worst-case scenario, the Thai economy's growth rate could be reduced to a mere 2.6 % if the Omicron strain spreads unchecked, with listed companies growing at or near zero percent.

For investment strategy, investors should focus on growth stocks at reasonable prices, which are divided into two groups: 1) stocks that are expected to return to growth following the economic cycle and the opening up of more economic activities, such as KBANK, AMATA, ZEN, LH, and GULF; and 2) stocks that are likely to grow exponentially and benefit from modern business transformation trends, such as DELTA, ADVANC, ONEE, SECURE, and XPG.

Investment views for individual stocks:

  • KBANK: A digital banking leader, with an expected increase in net profit in 2022 due to lower credit costs.

  • AMATA: Land transfers from key customers in the energy, automotive, and logistics sectors are expected to improve beginning in 4Q21 and continue through 2022.

  • ZEN: The resumption of economic activity, particularly during the easing of the COVID-19 situation, will have a positive impact on its 2022 profit forecast.

  • LH: The company is ready to launch new projects that will increase by 50% with the relaxation of LTV regulations for second and third homes.

  • GULF: Over the next seven years, its power plant capacity is expected to grow by 12.4% per year on average, with profit sharing from INTUCH investments helping to stabilize net profit.

  • DELTA: The company will benefit from its existing customer base in the electrical vehicle, clean energy, and telecommunications sectors.

  • ADVANC: The company is likely to pay more dividends in 2022 due to a lower investment budget and the benefits of metaverse business trends.

  • ONEE: Assuming that the advertising industry has reached bottom, the company will begin to recover in 2022.

  • SECURE: Data security will become even more important in the digital age.

  • XPG: Following its entry into the digital asset business, its 2022 results will turn around.

23 views