Search

SME เข้าไม่ถึงซอฟต์โลน...ขาดสภาพคล่อง ลามเป็นปัญหา NPL และการตกงาน


Interview : คุณสนั่น อังอุบลกุล

รองประธานกรรมการ

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

ชี้...เศรษฐกิจไทยแขวนอยู่บนเส้นด้าย หลายปัญหานับถอยหลังรอวันปะทุ ทั้งปัญหาการส่งออกที่ติดลบพุ่งสูง กระทบภาคการผลิตเต็มๆ ปัญหาภาคบริการท่องเที่ยวที่ยังกู่ไม่กลับ ปัญหา SME ขาดสภาพคล่อง เข้าไม่ถึงซอฟต์โลนของภาครัฐ ลามเป็นปัญหา NPL และการตกงานครั้งมโหฬาร ด้านภาคการเกษตรดีแค่ตัวเดียวคืออาหาร ที่เหลือยังจมปลักกับปัญหาเดิมๆ ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม แนะ...ด่วนสุดคือต้องแก้ปัญหาสภาพคล่องของภาคธุรกิจก่อนจะลามเป็นปัญหาทางสังคม รวมทั้งต้องแก้กฎระเบียบการลงทุนของต่างชาติก่อนที่นักลงทุนต่างชาติจะย้ายฐานไปเวียดนามซึ่งกำลังเนื้อหอม และเป็น Darling of the World อยู่ในเวลานี้

การประชุมคณะกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย หรือ กกร.เมื่อสิงหาคม มีการแสดงความเป็นห่วงเศรษฐกิจว่าน่าจะฟื้นตัวได้ยากลำบาก โดยเฉพาะไตรมาส 2 ของปีนี้ บอก GDP อาจจะติดลบถึง 15% เลย มองเรื่องนี้อย่างไร


ส่วนตัวมองว่าเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของประเทศย่ำแย่ที่สุดจากที่เคยเป็นมา GDP อาจจะติดลบ 15% ถ้าเทียบแล้วติดลบมากกว่าช่วงที่เศรษฐกิจไทยเจอภาวะต้มยำกุ้งที่ลบ 12% ด้วยซ้ำ ฉะนั้นก็ยืนยันว่าไตรมาส 2 เศรษฐกิจไทยย่ำแย่มาก เหตุผลก็คือมีการชัตดาวน์ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผิดปกติ

หากเป็นแบบนี้ ไตรมาส 3 กับไตรมาส 4 จะยิ่งไปกันใหญ่ไหม เพราะจะดึงขึ้นมาไม่ใช่เรื่องง่าย

ใช่ เราต้องทำใจว่าถ้าตราบใดที่แต่ละประเทศไม่เพียงแต่ประเทศไทยยังชัตดาวน์กันอยู่ เราก็คงต้องเจอภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยแน่นอน และเราคาดว่า GDP ของปีนี้น่าจะติดลบประมาณ 10% และการส่งออกที่เคยเป็นพระเอกของเราก็ไม่ดี เดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน ติดลบตั้ง 20% กว่า ตรงนี้ถือเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง และแน่นอนคือถ้าเราพูดถึงเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทยขึ้นอยู่กับภาคบริการถึง 56% ซึ่งภาคบริการเราย่ำแย่มาตั้งแต่ต้นปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังไม่เห็นสิ่งที่เป็นความหวังที่จะสามารถฟื้นกลับมาได้

ทีนี้ช่วงไตรมาส 2 ที่มันย่ำแย่ก็เนื่องจากภาคการผลิตหรืออุตสาหกรรมเจอภาวะที่การส่งออกของเราติดลบแบบชนิดไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งเราคาดว่าทั้งปีต้องติดลบประมาณสัก 10% ซึ่งถ้าพูดถึงภาคการผลิตเราก็อยู่ในประมาณสัก 36% ของภาพรวม ดังนั้นถ้า 2 เซ็กเตอร์นี้คือภาคบริการ 56% ก็แย่ และ 36% ทางฝ่ายผลิตกำลังจะแย่ลง ก็จะเหลือแต่ภาคเกษตร 8% เท่านั้นเอง ความหวังก็น้อย เพราะภาคเกษตรก็มีปัญหาภัยแล้งและก็น้ำท่วม ขณะเดียวกันในภาคการเกษตรมีตัวเดียวคืออาหารที่เป็นพระเอกแค่นั้นเอง ซึ่งดูแล้วก็น่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่เราทำได้ดีก็คือเราสามารถที่จะป้องกันโควิด-19 ได้ดีมาก ซึ่งส่วนตัวคิดว่าส่วนนี้ก็ยังทำให้เรามีกำลังใจ

มีการตั้งคณะทำงานฟื้นฟูเศรษฐกิจขึ้นมาเป็นพิเศษในส่วนของ กกร.

ไม่ใช่เฉพาะกกร.อย่างเดียว ทางภาครัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี ก็แต่งตั้งคณะกรรมการต่างๆ ในการที่จะฟื้นฟูเรื่องเศรษฐกิจ ฉะนั้น กกร.ก็จะขานรับในการที่จะมาทำงานร่วมกันในส่วนนี้

จะมีวิธีอย่างไรในการที่จะผลักดันเศรษฐกิจให้ดีขึ้น

ขณะนี้เราต้องบอกว่า ถ้าพูดถึงเศรษฐกิจหรือการบริหารจัดการ เรียกว่า New Normal แล้วกัน ถ้าพูดถึงว่าขณะนี้เรามีอะไรที่จะต้องแก้ปัญหาด่วน และการแก้ไขต้องรวดเร็ว เป็นลักษณะปฏิบัติจริงได้ ที่เราเห็นแล้วก็คือจะต้องมีการยืดชำระหนี้ให้กับพวกเอสเอ็มอี ซึ่งถ้าไม่อย่างนั้นแล้วในเดือนตุลาคมการพักชำระหนี้ก็จะหมด และช่วงนั้นพวกผู้ประกอบการเองก็คงจะขาดสภาพคล่อง ขณะเดียวกันก็จะกระทบภาคการเงินในเรื่องของ NPL ซึ่งขณะนี้เราต้องยอมรับว่าเราผิดจังหวะมากเลย ประเทศไทยของเราได้มีการที่จะขอยืดเวลาเกี่ยวกับเรื่องที่จะเข้าพวกมาตรฐานบัญชีเขาเรียกว่า IFRS9 มาจากปีที่แล้ว ก็ขอยืดมาปีนี้ และปีนี้โควิด-19 มาพอดีอีกซึ่งมันซ้ำเติมสิ่งเหล่านี้ ฉะนั้นจะเห็นว่าซอฟต์โลนที่ทางรัฐบาลให้มามันไม่เวิร์ก ที่จะให้กู้ดอกเบี้ยต่ำ 2% แต่ผู้ที่อยากจะใช้เงินเข้าไม่ถึงแหล่งเงิน อันนี้คือปัญหาใหญ่มาก ส่วนนี้เราเรียกว่าซอฟต์โลนที่มีเงื่อนไข มีขั้นตอนในการที่จะขอกู้ เครื่องกลนี้มันไม่ทำงาน และทางภาคเอกชนเองเราเองก็คิดว่าถ้าซอฟต์โลนไม่ทำงานแล้ว เราอาจจะต้องให้รัฐบาลเพิ่มเป็นในลักษณะของกองทุนฉุกเฉินขึ้นมา เพื่อที่จะทำให้สภาพคล่องในภาพรวมของเศรษฐกิจไม่ขาด เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เอสเอ็มอีล้มตาย จะเป็นปัญหามาก โดยเฉพาะตอนที่จะฟื้นกลับมาแต่จะติดเรื่องของ NPL ส่วนตัวว่าเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากๆ

ขณะเดียวกัน นอกจากเรื่องภาคการเงินแล้ว เราก็ต้องมาดูเรื่องแรงงานเหมือนกัน การที่แต่ละบริษัทมีการสั่งพักงานพนักงาน แล้วก็ให้ไปใช้เงินที่อุดหนุนจากรัฐบาลที่ว่า 62% ของค่าแรงขั้นต่ำ ก็ทำได้ดี แต่ก็ครบการให้เงินอุดหนุนไปเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม และขณะนี้ยังไม่มีการประชุมว่าจะขอยืดไปปลายปีหรือไม่ ถ้าไม่ยืด ก็จะเป็นปัญหา ซึ่งเราก็เห็นใจ เพราะมีการปรับคณะรัฐมนตรีอะไรต่างๆ ยังไม่มีใครทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ถ้าส่วนนี้ไม่ทำ ก็จะทำให้คนตกงานมหาศาล ก็อยากให้รัฐบาลรีบเร่งการขยายโครงการนี้ในการอุดหนุนรายได้ให้กับคนที่ตกงาน ให้พักงานไปก่อน

ต้องยอมรับว่าแต่ละภาคส่วน แม้แต่ภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต ตอนนี้ลดคนงานกันทั้งนั้น เพราะว่าออร์เดอร์ในการส่งออกไม่เข้า ตรงนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจเรา ตามที่หอการค้าเคยประเมินกันคือจะมีคนตกงาน 5-8 ล้านคน ซึ่งตอนนี้มี 1-2 ล้านคนที่พักงานแต่ถือว่าตกงานแล้ว ซึ่งเยอะมาก ส่วนตัวว่าเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับเศรษฐกิจไทยเรา แต่เราต้องยุติธรรมหน่อยคือไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ทั่วโลกก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น ดังนั้นก็เป็นภาระที่หนักหน่วงสำหรับทุกรัฐบาลต้องเอาเงินเข้ามาอัดฉีด แม้แต่เรื่องท่องเที่ยวที่ขณะนี้รัฐบาลก็มีโครงการเที่ยวด้วยกันอย่างนี้เป็นต้นว่าให้จำนวนถึง 5 ล้านคน ก็มีคนที่ไปลงทะเบียนกัน 4 ล้านกว่าคน แล้วใช้จริงจนถึงล่าสุดนี้ประมาณสัก 4 แสนกว่าคนอย่างนี้เป็นต้น แล้วโครงการนี้จะหมดลงในเดือนตุลาคม

ทั้งหมดนี้ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจของเรายังอยู่ในช่วงชะลอตัวและยังไม่เห็นว่าจะมีการฟื้นตัวได้ คือแขวนอยู่บนเส้นด้าย และเรายังคุยถึงว่าถ้าตราบใดมุ่งที่จะให้ไทยเที่ยวไทย มันคงช่วยได้บ้างเท่านั้นเอง ต้องช่วยกันคิดว่าหาทางออกร่วมกันระหว่างสาธารณสุขกับภาคท่องเที่ยว ว่าจะทำอย่างไรที่จะหาทางนำนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาส่วนหนึ่งด้วยความปลอดภัย คือมันต้องมีทางที่ทำได้

มีคนวิพากษ์วิจารณ์ทั้งโลกแย่ แต่ทำไมเวียดนามยังดีอยู่


สำหรับเวียดนามส่วนตัวมองว่าเป็นกรณีพิเศษมากๆ เหมือนเทียบกับประเทศไทยเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เป็นประเทศที่มีคนไปจีบกัน เขาเรียกว่า Darling of the World เพราะว่าแรงงานเขาก็มี ทุกอย่างเขาอำนวยความสะดวก เอาใจคนที่เข้าไปลงทุนในประเทศของเขา ขณะเดียวกันเขาเป็นรัฐบาลสังคมนิยม สั่งขวาก็ขวา สั่งซ้ายก็ซ้าย เขาก็ไปทำเรื่องเอฟทีเอ และเข้าเป็นสมาชิกภาคีของ CPTPP ในเริ่มแรก ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เอื้อประโยชน์ให้กับเขา ในขณะที่โอกาสของเขามีขึ้นมาได้เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ซึ่งส่วนนี้เราต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งคือเขาปรับตัวเร็วมากกับเรื่องกฎ ระเบียบที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ลงทุนจากต่างประเทศเข้าไปลงทุน ประกอบกับเศรษฐกิจในประเทศของเขาก็เติบโตอยู่แล้ว

นอกจากนั้นสิ่งที่เป็นจุดเด่นของเวียดนามเมื่อเทียบกับประเทศไทยคือหนี้ครัวเรือนของเขาประมาณสัก 30% ส่วนของไทยประมาณ 70% เราเสียเปรียบเขามาก ฉะนั้นต่างชาติจึงเห็นเวียดนามเป็นประเทศที่น่าลงทุนมากๆ ส่วนไทยเราริบหรี่ น่าเป็นห่วง

ถ้าพ้นโควิด-19 ไป ก็มีสิทธิ์ที่นักลงทุนต่างชาติจะย้ายฐานการผลิตจากไทยไปเวียดนามมากขึ้น อย่างกลุ่มศรีไทยซุปเปอร์แวร์ก็ยังไปลงทุนที่เวียดนาม

ของศรีไทยซุปเปอร์แวร์เรียกว่าเราขยายการลงทุน เราไม่ได้ย้ายฐาน อันนี้ต้องมีความชัดเจน อย่างตอนนี้ที่คุณปรีดี ดาวฉาย มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในตอนที่ท่านยังเป็นประธานสมาคมธนาคารไทย ตอนนั้นเราก็ส่งเรื่องให้กับทางนายกรัฐมนตรีว่าทำอย่างไรถึงจะแก้กฎหมาย แก้กฎระเบียบ ในการเอื้ออำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติมีการทำการค้าและการลงทุนที่ทันกับเหตุการณ์ในการเปลี่ยนแปลงของโลก ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วมันจะติดระเบียบข้อนี้ข้อนั้นซึ่งมันล้าสมัยมาก ซึ่งส่วนตัวหวังว่าทีมเศรษฐกิจใหม่ จะนำเอาไปขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้นมา

สิ่งที่ภาคเอกชนจะไปร่วมมือกับทีมเศรษฐกิจใหม่มีอะไรเร่งด่วนบ้างไหม หรือต้องทำทุกอย่างไปพร้อมกันหมดเลย

คิดว่าเรื่องที่ต้องทำทั้งเร่งด่วนและต้องทำในอนาคตก็คือ ทำอย่างไรถึงจะไม่ให้เกิดวิกฤตทางด้านเศรษฐกิจที่จะกลายมาเป็นวิกฤตทางด้านสังคม นั่นก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับสภาพคล่อง ในขณะเดียวกันก็ต้องช่วยภาคแรงงานให้อยู่ได้ และอีกเรื่องหนึ่งที่นักลงทุนในต่างประเทศและสถานทูตแต่ละประเทศมีความห่วงใยคือเสถียรภาพการเมืองของไทยว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคต ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราต้องสร้างความมั่นใจและมีความชัดเจนให้กับชาวต่างชาติและชาวไทยด้วย ขณะนี้ก็มีการปรับคณะรัฐมนตรีที่ท่านดอน ปรมัตถ์วินัย ขึ้นมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายต่างประเทศ ส่วนตัวคิดว่าท่านก็เหมาะสมเพราะภาษาก็ดี และท่านเข้าใจเรื่องของต่างประเทศอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้เราก็มีเรื่องมากมายที่ท่านจะต้องช่วยทางรัฐบาลให้มีความชัดเจนกับต่างประเทศ

For advertising please call: 02-2534691