top of page
347550.jpg

เลิกธุรกิจเก่าทำธุรกิจใหม่ DOD ปรับโครงสร้างเคลียร์สถานะขาดทุน

นายธนิน ศรีเศรษฐี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค หรือ DOD เปิดเผยว่าตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจมีการชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมาจนฉุดกำลังซื้อของผู้บริโภค

DOD จึงเริ่มมีการวางแผนในการปรับโครงการธุรกิจใหม่ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทจึงเห็นควรว่าต้องมีการหยุดการดำเนินงานของบริษัทย่อยทั้ง 2 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจเครื่องสำอางและธุรกิจเครือข่าย ทั้งนี้เพื่อหยุดการขาดทุน

จากนั้น เพิ่มไลน์ธุรกิจเกี่ยวกับโรงสกัด เพื่อเน้นสารสกัดจากกัญชง พืชกระท่อม และพืชสมุนไพรไทย เพื่อให้ส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจหลักแทน ซึ่งการดำเนินกลยุทธ์ Backward Integration จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มบริษัทได้อย่างมั่นคง โดยจะผลักดันให้ DOD ก้าวสู่ New S-curve เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในการเติบโตครั้งใหม่ ซึ่งนั่นก็รวมถึงมีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้สอดรับการปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้หลังจากภาครัฐได้ประกาศปลดล็อกให้กัญชง สามารถขออนุญาตปลูก ผลิต นำเข้าเมล็ดพันธุ์ ครอบครอง และจำหน่ายได้อย่างเสรี DOD ได้เล็งเห็นโอกาสในการลงทุนดังกล่าว จากความเชี่ยวชาญของ DOD ในด้านการพัฒนาวิจัยคิดค้นสูตรนวัตกรรมและการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งมีจุดแข็งและความพร้อมด้านโรงสกัดวัตถุดิบ ทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) ที่ค้นคว้าวิจัยนวัตกรรมและพัฒนาสารสกัดพืชสมุนไพร สู่การต่อยอดไปยังการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีอยู่แล้ว และสามารถต่อยอดธุรกิจใหม่อย่าง ธุรกิจโรงสกัดสารสกัดจากกัญชง-กัญชา พืชกระท่อม และพืชสมุนไพรไทย ภายใต้ “บริษัท สยาม เฮอเบิล เทค ” (SHT) โดยมีทุนจดทะเบียน 260 ล้านบาท ส่งผลให้ในช่วงปีที่ผ่านมา DOD สามารถตอกย้ำการเป็นผู้พัฒนาและต่อยอดในการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ได้อย่างครบวงจรแบบ One Stop Service Solution ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ

จากแผนการวางกลยุทธ์การปรับโมเดลธุรกิจ และการต่อยอดธุรกิจโรงสกัด ในช่วงปีที่ผ่านมา เพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ New S-Cure อย่างเต็มรูปแบบในปี 2565 โดยกลยุทธ์การลงทุน สู่ New S-Cure คือตั้งงบสำหรับการลงทุน (CAPEX) ไว้ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งมาจากกระแสเงินสดของกิจการเป็นหลัก

ด้านนางสาวสุวารินทร์ ก้อนทอง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน “DOD” กล่าวว่า แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างรุนแรงจาก COVID-19 จนส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในปี 2564 ทำให้มีรายได้จากการขายจำนวน 1,015.32 ล้านบาท ลดลง 62.01 ล้านบาท หรือลดลงในอัตราร้อยละ 5.76 และกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 307.78 ล้านบาท ลดลง 46.45 ล้านบาท หรือลดลงในอัตราร้อยละ 13.11 อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังมีกำไรสำหรับปีจากการดำเนินงานต่อเนื่องลดลงจาก 290.78 ล้านบาท เป็น 233.11 คิดเป็นอัตราร้อยละ 19.83 แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงสูงและเปราะบางทำให้บริษัทได้ประเมินความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงเห็นควรว่าต้องมีการหยุดการดำเนินงานของบริษัทย่อย 2 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจเครื่องสำอางและธุรกิจเครือข่ายซึ่งการดำเนินการดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญทำให้กำไรส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 49.79 ล้านบาท ลดลงในอัตราร้อยละ 64.75 เทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทเล็งเห็นว่าการปรับโครงสร้างองค์กรในครั้งนี้จะส่งผลให้บริษัทมีการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

นางสาวสุวารินทร์ ระบุว่าฐานะทางการเงินของบริษัทยังมีสภาพคล่องและความมั่นคงทางการเงินในระดับที่แข็งแกร่ง พิจารณาได้จากอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) เท่ากับ 2.42 เท่า และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio) เท่ากับ 0.29 เท่า

19 views

Comments


bottom of page