AWC หุ้นน้องใหม่ดูแพง
- Sep 25, 2019
- 1 min read
หุ้น แอสเสท เวิรด์ คอร์ป หรือ AWC มาตามนัด ประกาแต่งตั้ง 6 อันเดอร์ไรต์ตามขั้นตอนก่อน ขายหุ้นสามัญต่อประชาชนครั้งแรก หรือหุ้นไอพีโอ ระหว่าง 25-27 กันยายน เป็นที่เรียบร้อย เตรียมรอเคาะในกระดาน 10 ตุลาคม 2562 ซึ่งคาดว่านักลงทุนจะได้หุ้นที่ราคาต่ำกว่าจอง เนื่องจาก การตั้งราคา IPO ที่ราคา 6 บาทต่อหุ้นแพงหูฉี่ ต่อให้เป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำด้านไลฟ์สไตล์ครบวงจรอันดับหนึ่งในประเทศไทยก็ตาม
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป หรือ AWC ที่ประกาศตัวเป็นบริษัทพัฒนาและบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในเครือ TCC Group ได้ลงนามในสัญญาแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร และบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายสำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก เป็นที่เรียบร้อยแล้วตามกระบวนการ ซึ่งทำให้การขายหุ้นไอพีโอดำเนินต่อไปได้และลุล่วงไปในระกว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2562
สำหรับหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 8,000 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มจำนวนไม่เกิน 6,957 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 22.47 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินจำนวนไม่เกิน 1,043 ล้านหุ้น (Overallotment Option หรือ Greenshoe) โดยกำหนดราคาขายหุ้น IPO ที่ 6.00 บาทต่อหุ้น
ด้วยชื่อเสียงว่าเป็นหุ้นเจ้าสัวเจริญ ทำให้มั่นใจว่า การขาย IPO อย่างไรก็หมด แต่สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่สนใจหุ้นนี้จริงๆ อาจจะได้หุ้นที่ราคาถูกกว่า 6 บาทที่เป็นราคาจอง เพราะมองกันว่าผู้ถือหุ้น และที่ปรึกษากำหนดราคาที่ แพงเกินเหตุ เมื่อเทียบกับ PE กว่า 200 เท่า ในภาวะที่ตลาดหุ้นกำลังเปราะบาง นักลงทุนติดหุ้นบนดอย ไม่มีเงินมาซื้อ หรือถ้าจะเอาเงินมาซื้อหุ้นก็มีหุ้นในตลาดมากมายที่ให้เลือกช็อปได้ในราคาที่ถูกกว่าปัจจัยพื้นฐานที่ดีกว่า คนที่อาจจะต้องเจ็บตัวคือนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนบุคคลที่จองซื้อหุ้นที่ราคาไอพีโอ หากหุ้นเข้าตลาดแล้วต่ำจอง
อย่างไรก็ตามเจ้าของเดิม ที่กำหนดหุ้นเข้าตลาดและตั้งราคาขายไม่ต้องคิดมาก เพราะยังไงก็มีผู้รับประกันการจำหน่ายอีก 8 บริษัท ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) บริษัท หลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) และบริษัท หลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย)
นอกจากนี้ มีนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศและในต่างประเทศประเภท Cornerstone Investor จำนวน 13 ราย ได้แก่ บลจ.บัวหลวง บลจ.เอ็มเอฟซี บลจ.กสิกรไทย บลจ.ไทยพาณิชย์ บลจ.ทิสโก้ บลจ.กรุงไทย บลจ.วรรณ บลจ.ธนชาต บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย) บมจ.เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต GIC Private Limited Maitri Asset Management และ Affin Hwang Asset Management Berhad ได้ตกลงจองซื้อหุ้น AWC ที่เสนอขายครั้งนี้ เป็นจำนวนรวม 3,454,000,000 หุ้น หรือประมาณร้อยละ 50 ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายในครั้งนี้ (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) ที่ราคา 6.00 บาทต่อหุ้น ไว้แล้ว
ด้านผู้บริหาร AWC ระบุว่า การระดมทุนครั้งนี้ของ บริษัทมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อยอดความสำเร็จในการผลักดันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรในประเทศไทย ในกลุ่มโรงแรมและการบริการ และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ เพื่อเป็นเงินทุนในการเข้าซื้อกิจการที่เป็นเจ้าของของทรัพย์สินตามสัญญาซื้อขายหุ้นปี 2562 ซึ่งจะเป็นโครงการใหม่ๆ ที่เข้ามาเสริมในพอร์ตฟอลิโอของ AWC หลัง IPO รวมทั้งนำไปลงทุนพัฒนา และปรับปรุงทรัพย์สินของบริษัทฯ และ/หรือ บริษัทย่อย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนให้กับบริษัทและผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น
นอกจากนี้บางส่วนจะใช้ในการชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยส่วนใหญ่ AWC เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน (Freehold) ถึง 90% เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย โดยเตรียมเข้าซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 10 ตุลาคม 2562






Comments