1653961835199.jpg

อาจแกว่งลงในกรอบ 1,650-1,600 จุดอีกครั้ง


ยังไว้ใจไม่ได้ !

ในทางเทคนิคต้องยอมรับว่าการปรับตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,700 จุด ซึ่งเป็นแนวต้านที่มีนัยสำคัญมากเนื่องจากเป็นทั้งค่าเฉลี่ย EMA 200 และเส้น Uptrend Line เดิมแล้วไม่ผ่าน ถือว่าเป็นสัญญาณการแกว่งตัวลงอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเบื้องต้นที่ 1,650 จุด ในกรณีดีที่สุด ....และ 1,600 จุดในกรณีปกติ

โดยเฉพาะในภาวะที่ Momentum ของตลาดหุ้นไทยดูแย่กว่าตลาดหุ้นโลก และภูมิภาค ซึ่งสะท้อนออกมาจากการที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนี SET ของตลาดหุ้นไทย ปรับตัวลง สวนทางกับดัชนี MSCI ACWI ของตลาดหุ้นโลก และดัชนี MSCI Asia ex Japan ตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.04% และ 1.48% ตามลำดับ ซึ่งการปรับตัวเพิ่มขึ้นดังกล่าวได้รับปัจจัยหนุนจากการที่ดัชนี VIX Index ของสหรัฐ และยุโรปปรับตัวลดลง 19.70% และ 14.44%

อย่างไรก็ดีการปรับตัวขึ้นมาของตลาดหุ้นโลก และตลาดหุ้นเอเชียยังคงไว้ใจไม่ได้ และน่าจะกลับมาเป็นปัจจัยลบกับตลาดหุ้นไทยอีกครั้งในระยะต่อไป

เนื่องจากล่าสุดดัชนี VIX Index ของสหรัฐ และยุโรปที่แม้จะปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA 25 วัน สะท้อนให้เห็น Momentum ของตลาดหุ้นสหรัฐ และยุโรปที่ยังคงอยู่ในแนวโน้มพักฐานในระยะ 1 เดือน สอดคล้องกับผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐจาก AAII ที่ระบุว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐในระยะ 6 เดือนข้างหน้ายังคงเป็นขาขึ้น หรือ Bullish จะเพิ่ม 3.3% WoW มาอยู่ที่ 33.9% แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 38.5% และต่ำกว่าสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐในระยะ 6 เดือนข้างหน้ากำลังกลับเป็นขาลง หรือ Bearish ที่ลดลง 0.4% WoW มาอยู่ที่ 35.0% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 30.5%

นอกจากนี้แนวโน้มของค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะกดดันการดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นเอเชียด้วย โดยที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี US Dollar Index ของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น 0.93% สวนทางกับดัชนี Asian Dollar Index ค่าเงินเอเชียที่อ่อนค่าลง 0.17% หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งออกมา โดยเฉพาะตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ในเดือน ก.ย.2561 ส่งผลให้ในรายงานการประชุมประจำเดือน ก.ย.2561 ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่เฟดจะส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปต่อไป เนื่องจากเฟดอาจจำเป็นต้องดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงินต่อไป แม้ในช่วงเวลาที่อัตราดอกเบี้ยกลับสู่ภาวะปกติแล้ว เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เป็นผลมาจากภาวะไร้สมดุลทางการเงิน

กลับไปยืน 1,650 จุดไม่ได้จะอันตราย : ในภาวะที่ตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ในแนวโน้มพักฐาน และนักลงทุนต่างชาติยังคงมีโอกาสขายสุทธิออกมาเพิ่มอีก หลังจากที่ในทางเทคนิค Indicator สำคัญอย่าง MACD ของดัชนี Accumulated Foreign Fund Flow ยังคงมีสัญญาณ Sell Signal อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในเชิงปัจจัยฤดูกาล หรือ Seasonality พบว่าสถิติของตลาดหุ้นไทยในเดือน ต.ค.2561 ดัชนี SET ปรับตัวลงเฉลี่ย 1.59% และนักลงทุนต่างชาติเป็นฝั่งขายสุทธิออกมาเฉลี่ย 2.7 พันล้านบาท หุ้นในกลุ่ม Market Cap ขนาดกลาง-เล็กดูน่ากังวลกว่าหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาในเชิง Relative Strength พบว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นในกลุ่มที่ Outperform ได้แก่หุ้นในกลุ่ม SET 100 และ SET 50 ขณะที่หุ้นในกลุ่มที่ Underperform ได้แก่ SETHD หรือกลุ่มหุ้นปันผลสูง และ sSET หรือหุ้นในกลุ่ม Market Cap ขนาดกลาง-เล็ก ขณะที่เมื่อไปพิจารณาในเชิงของ Valuation จะพบว่าการที่ระดับ P/E Ratio ของตลาดหุ้นไทย ณ ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 16.6 เท่า ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ต่ำค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ระดับ 16.84 เท่า และระดับ Earnings Yield Gap ของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ระดับ 3.20% ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลัง ภายใต้สมมุติฐานที่อัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีในระยะ 12 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น 0.25%

“นายหมูบิน” สามารถประเมินมูลค่าเหมาะสมในเชิงพื้นฐานของ SET ไว้ได้ที่ 1,650 จุด ซึ่งถ้า SET ปรับตัวลงไปต่ำกว่าระดับดังกล่าวถือว่าน่ากังวลในเชิง Sentiment เนื่องจากจะสามารถตีความได้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่ของตลาดหุ้นไทยยอมขายต่ำกว่ามูลค่าในเชิงพื้นฐาน ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลต่อสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในอนาคต โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งได้อย่างชัดเจน

ในส่วนของกลยุทธ์ สำหรับการลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) ใช้โอกาสที่ SET ดีดตัวขึ้นไม่ผ่าน 1,700 (+/-5) จุด เป็นโอกาสในการ “ขายทำกำไร” ในลักษณะ “Short-Against” ไปรอ “เข้าซื้อสะสม” ในหุ้น PTTGC, PTTEP, BCP, EGCO,TISCO, SCC, HMPRO, AOT และ ADVANC อีกครั้ง สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ในลักษณะ Long-Only แนะนำ “คงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นที่ระดับ 75% ของพอร์ต”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจลงทุนด้วยครับ สำหรับการพูดคุยกันระหว่างสัปดาห์นอกจากทาง Facebook ที่ www.facebook.com/wealthhuntersclub และ e-mail ที่ moobin.stockmania@gmail.com แล้ว แฟนๆยังสามารถติดตามมุมมองเกี่ยวกับการลงทุนจาก “นายหมูบิน” ได้ในรายการ ”เซียนเศรษฐกิจ” ทาง FM 101 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10.00-12.00 น.เช่นเดิมครับ

 

ภาพประกอบ : การวิเคราะห์ทิศทางตลาดหุ้นไทยในทางเทคนิครายวัน (Daily)

Source: Wealth Hunters Club

11 views