1653961835199.jpg

ขึ้นต่อยังมองเป็นโอกาสในการขายทำกำไร

วิ่งรับเลือกตั้ง ! การยืนปิดเหนือ 1,700 จุดได้อย่างมั่นคงของ SET ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ทิศทางของตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ในกรอบของการปรับตัวขึ้นได้อยู่ โดยมีจุดหมุน และ Cut Loss ที่สำคัญสำหรับการลงทุนในระยะไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ที่บริเวณ 1,690 จุด และมีเป้าหมายที่ 1,730 และ 1,750 จุดตามลำดับ ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ยังคงเป็นแนวโน้มของการเลือกตั้งที่มีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งกฎหมายทั้งสองฉบับจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนดเวลา 90 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังได้รับปัจจัยหนุนจากการที่จีนได้ตอบรับคำเชิญของสหรัฐในการเจรจาการค้ารอบใหม่เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทระหว่างทั้งสองประเทศ

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในเชิง Valuation จะพบว่าการขยับขึ้นมาของตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับ Trailing PE ของ SET ณ ระดับปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 17.03 เท่า ซึ่งอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังที่ระดับ 16.8 เท่า และส่งผลให้ระดับ Earning Yield Gap ของ SET ณ ระดับปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3.02% กลับมาเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลัง เป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน

นอกจากนี้หากเทียบกับปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสงครามการค้าสหรัฐและจีน, ความเสี่ยงจากวิกฤติค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ที่ทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว และความผันผวนราคาน้ำมันตลาดโลก ในเชิง Tactical “นายหมูบิน” ยังคงมองว่าการปรับขึ้นต่อของ SET ยังคงเป็นโอกาสขายทำกำไรที่แนวต้านมากกว่าการซื้อ

ตลาดหุ้นสหรัฐ และยุโรปยังดูดีกว่า : อีกสาเหตุที่ “นายหมูบิน” มองว่าการดีดตัวขึ้นต่อของ SET เป็นโอกาสขายมากว่าซื้อ เนื่องจาก “นายหมูบิน” มองว่าในกรอบของการแกว่งตัวขึ้น Performance ของตลาดหุ้นไทย จะต่ำกว่าตลาดหุ้นสหรัฐ และยุโรปที่ดูมี Momentum ที่ดีกว่า สะท้อนออกมาจากดัชนี Relative Strength Indicator ซึ่งเป็นดัชนีที่ใช้เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของตลาดหุ้นแต่ละประเทศกับดัชนีอ้างอิง World Equity Index โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าตลาดหุ้นที่ Outperform ยังคงเป็นตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรป ที่ดัชนี Relative Strength Indicator เปลี่ยนแปลง +0.20% และ +0.56% ขณะที่ตลาดหุ้นที่Underperform ได้แก่ Asia ex Japan, ญี่ปุ่น, จีน และไทย ที่ดัชนี Relative Strength Indicator เปลี่ยนแปลง -2.42%, -0.62%, -2.73 และ -0.23% ตามลำดับ

สอดคล้องกับทิศทางของดัชนี VIX Index ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางสถิติเป็นลบ หรือ Negative Correlation กับทิศทางของตลาดหุ้นของสหรัฐและยุโรป ที่ในสัปดาห์ที่ผ่านลดลง 5.54%, และ 11.37% ตามลำดับ โดยที่ตลาดหุ้นสหรัฐได้รับปัจจัยหนุนจากการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ฉบับใหม่ระหว่างสหรัฐและแคนาดานั้น ได้ปรากฏให้เห็นความคืบหน้า รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือน ส.ค.2561 โดยเพิ่มขึ้น 201,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 191,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานยังคงอยู่ที่ระดับ 3.9% ในเดือน ส.ค. 2561

ขณะที่ในฝั่งของยุโรป ได้รับปัจจัยหนุนจากความหวังที่ว่าอังกฤษจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (EU) เกี่ยวกับการแยกตัวออกจาก EU (Brexit) ภายใน 6-8 สัปดาห์นี้ รวมถึงนักลงทุนได้คลายความกังวลหลังจากที่ Giovanni Tria รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอิตาลีออกมากล่าวว่ามีเป้าหมายในการกำหนดงบประมาณไม่เกิน 1.6% ของ GDP ซึ่งสอดคล้องกับกฎการคลังของสหภาพยุโรปที่ไม่ให้งบประมาณขาดดุลมากกว่า 3% ของ GDP

ในส่วนของกลยุทธ์ สำหรับการลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) : ใช้โอกาสที่ SET ดีดตัวขึ้นไม่ผ่าน 1,750 (+/-5) จุด เป็นโอกาสในการ “ขายทำกำไร” ในลักษณะ “Short-Against” ไปรอ “เข้าซื้อสะสม” ในหุ้น PTTGC, PTTEP, BCP, EGCO,TISCO, SCC, HMPRO, AOT และ ADVANC อีกครั้ง สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ในลักษณะ Long-Only แนะนำ “คงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นที่ระดับ 75% ของพอร์ต”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจลงทุนด้วยครับ สำหรับการพูดคุยกันระหว่างสัปดาห์นอกจากทาง Facebook ที่ www.facebook.com/wealthhuntersclub และ e-mail ที่ moobin.stockmania@gmail.com แล้ว แฟนๆยังสามารถติดตามมุมมองเกี่ยวกับการลงทุนจาก “ “นายหมูบิน” ” ได้ในรายการ ”เซียนเศรษฐกิจ” ทาง FM 101 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10.00-12.00 น.เช่นเดิมครับ

 

ภาพประกอบ : การวิเคราะห์ทิศทางตลาดหุ้นไทยในทางเทคนิครายวัน (Daily)

Source: Wealth Hunters Club

23 views