บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดขายกอง SCBOPP เน้นลงทุนในผู้ออกตราสารหนี้ที่มีคุณภาพดีทั่วโลก


นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เปิดกองทุนใหม่ 1 กองทุนซึ่งเป็นกองทุนรวมผสมที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ เครดิต ออพพอทูนิตี้ (SCBOPP) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหน่วยกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ กองทุน GAM Star Credit Opportunities: share class Institutional Accumulationในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน ซึ่งกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยจะเริ่มเสนอขายครั้งแรกตั้งแต่วันนี้ - 26 มีนาคมศกนี้ มูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท

ทั้งนี้ กองทุน GAM Star Credit Opportunities บริหารโดย GAM Fund Management Limited จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศไอร์แลนด์และอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ UCITS (Undertakings for Collective Investments in Transferrable Securities) ซึ่งถือเป็นมาตรฐานการจัดการกองทุนที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก โดยมีลักษณะเป็นกองทุนประเภท Active เน้นการบริหารเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากการเติบโตของเงินต้นในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีการจ่ายรายได้ระหว่างทางจากจำนวนเงินต้นที่แน่นอน ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หุ้นกู้ด้อยสิทธิ หุ้นบุริมสิทธิ หลักทรัพย์แปลงสภาพ และตราสารประเภท contingent capital notes(CoCos) เป็นต้น ซึ่งกองทุนหลักจะลงทุนในตราสารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไว้ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

นายสมิทธ์กล่าวถึงจุดเด่นของกองทุนดังกล่าวว่า มีการลงทุนตราสารหนี้แบบยืดหยุ่น ผสมผสานระหว่างการคัดเลือกผู้ออกตราสารที่มีคุณภาพดี ช่วยลดความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เชิงลึกถึงปัจจัยพื้นฐานรายบริษัท ช่วยเพิ่มความสามารถการลงทุนลงไปในโครงสร้างเงินทุนของบริษัท (Capital Structure) ซึ่งสามารถบริหารดูเรชั่นได้อย่างยืดหยุ่น อีกทั้งยังกระจายการลงทุนทั้งในตราสารประเภทอัตราดอกเบี้ยคงที่ และตราสารประเภทอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ช่วยลดความเสี่ยงพอร์ตจากอัตราดอกเบี้ยได้ ตลอดจนมุมมองเศรษฐกิจมหภาค เพื่อเฟ้นหาโอกาสการลงทุนที่เหนือกว่าในทุกสภาวะตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้แบบดั้งเดิม โดยตั้งเป้าผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 5% บวกผลตอบแทนสะสมของตราสาร

สำหรับผลดำเนินงานกองทุนหลักตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2554ให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยสูงถึง 9.01% ต่อปี และมีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 12.39% สูงกว่าเมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัด คือ Barclays US Aggregate Corporate Total Return Index in USD อยู่ที่ 5.08% (ที่มา : GAM Fact Sheet ข้อมูล ณ 31มกราคม 2561)

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการ ได้ที่ SCBAM Call Centerโทร.02-777-7777 กด 0 กด 6 หรือผู้สนับสนุนการขายทุกราย

4 views0 comments

Recent Posts

See All

RBF โชว์กำไรปี 63 โตต่อเนื่อง 46%...รายได้ทะลุกว่า 3,100 ล้านบาท

“RBF” แรงดีกำไรปี 63 โตกว่า 46% สวนกระแสภาพรวมตลาด รายได้ทะลุกว่า 3,100 ล้านบาท ควบคุมใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ คาดยอดขายปี 64 โต 10-12% ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์ แอนด

บอร์ด TPIPP ไฟเขียวเสนอผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลปี 63 อัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น

บอร์ด TPIPP ไฟเขียวเสนอผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลปี 63 อัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น คิดเป็นประมาณ 6.3% เตรียมขึ้น XD 12 มี.ค.นี้ ถือเป็นหุ้นที่จ่ายผลตอบแทนดีอย่างสม่ำเสมอ สำหรับ บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ หรือ TPIPP

โฮมโปร โชว์รายได้ปี 63 กวาด 61,748.99 ล้านบาท

โฮมโปร โชว์รายได้ปี 63 กวาด 61,748.99 ล้านบาท พร้อมแรงหนุนจากยอดขายออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ HMPRO เผยผลประกอบการปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้ และกำไรสุทธิจำนวน 61,748.99 ล้าน

For advertising please call: 02-2534691