ศึกบิ๊กโบรกเกอร์เดือด...ทีมบุญพรฮึดฟ้องกลับ


หยวนต้า ตอบโต้ เมย์แบงก์กิมเอ็ง เตรียมยื่นฟ้องกลับ ระบุเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ซึ่งทำให้บล.หยวนต้าเสียหาย ยืนยันประกอบธุรกิจโปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาล

เป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่ราวเดือนมีนาคม 2560 นับจากที่ บุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์ ลาออกและย้ายออกจาก บล.เมย์ แบงก์กิมเอ็ง มาเป็นผู้บริหารอันดับหนึ่งที่ บล.หยวนต้า ซึ่งถือว่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวครั้งสำคัญสำหรับวงการโบรกเกอร์ไทย เพราะปรากฏว่า มีการย้ายออกตามของผู้บริหารระดับเฮดมาจนถึงบรรดาเจ้าหน้าที่มาร์เก็ตติ้ง จากบล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ตามมาอยู้ใต้เงา บล.หยวนต้ากับ บุญพร ด้วย ไม่เพียงเท่านั้นยังมี ผู้บริหารพนักงาน มาร์เก็ตติ้งจากโบรกเกอร์อื่นๆ ที่รู้ข่าวคราวของหยวนต้าที่กลับมาลงทุนในไทยรอบนี้แบบทุ่มทุนสร้าง จึงได้ขอย้ายมาอยู่กับบุญพรด้วยเป็นจำนวนมาก

แน่นอน การย้ายมาของ บุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์ และทีมงาน ที่เคยทำอยู่ บล.เมย์แบงกิ์มเอ็ง เกือบ 20 ปี ย่อมส่งผลให้ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับหนึ่งมานานในธุรกิจชนิดเทียมทาน ต้องเสียส่วนแบ่งไปไม่มากก็น้อย แม้ว่า ทีมบุญพร ที่ตามกันออกมาอยู่ บล.หยวนต้า จะถูกแช่ฟรีซ นาน 6 เดือน นับจากเดือนมีนาคมตามกฎกติกามารยาท แต่เมื่อเริ่มทำงานได้ในราวไตรมาส 3/2560 บล.หยวนต้า ก็เก็บกินมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จากโบรกเกอร์อันดับรองบ๊วย กลายมาเป็น โบรกเกอร์ ที่ครองมารเก็ตแชร์ระดับ ท็อป 10 และ ท็อป 5 ขณะที่วอลุ่มของเมย์แบงก์กิมเอ็งที่เคยครองความเป็นที่ 1 หดลงๆ

เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ทำให้ฝ่าย เมย์แบงก์กิมเอ็ง ฟ้องร้องฝั่ง หยวนต้า เมื่อ 15 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่า ม.ล. ปานเทพ เทวกุล ผู้ถือหุ้น ได้ทำหนังสือแจ้งส่งตรงถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. พร้อมกับส่งสำเนาหนังสือถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อขอให้ตรวจสอบการกระทำของ บล.หยวนต้า รวมทั้งกรรมการผู้บริหาร และพนักงาน ประกอบด้วย 1.นางบุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์ 2.นายภูริภัทร เขียวบริบูรณ์ 3.นางสาวสิทธิพร แสงพุ่ง 4.นายภูษิต แก้วมงคลศรี 5.นายอติ อติกุล และ บล. หยวนต้า รวมไปถึงคณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วย 1.นายชาญศักดิ์ ธนเตชา 2.นางบุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์ 3.Mrs. Ai Khim Tay 4.Mr. Pei-San Tan 5.Mr. Cheow Kheng Ong 6.Mr. Chi-Chang Chen 7.นายภูษิต แก้งมงคลศรี 8.Mr. Tai-Yuan Tai 9.Mr. Ronald Anthony Ooi Thean Yat ว่าเป็นพฤติการณ์ที่เข้าข่ายความผิดมูลฐานฟอกเงินหรือไม่?

ทั้งนี้ในฝ่ายของ เมย์แบงก์กิมเอ็งผู้ร้องทุกข์ตั้งข้อสงสัยว่า หยวนต้า ได้นำข้อมูลภายในของ เมย์แบงก์กิมเอ็ง จาก นางบุญพร นายภูริภัทร นางสาวสิทธิพร นายภูษิต และ นายอติ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจของตนเอง ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อเมย์แบงก์กิมเอ็งโดยตรง โดยตามขาวมีการระบุด้วยว่า ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2560 พบว่ามีลูกค้าจำนวนมากกว่า 261 ราย ได้ย้ายบัญชีการลงทุนซื้อขายหุ้น ออกจากเมย์แบงก์กิมเอ็งไปยัง หยวนต้า เป็นมูลค่ารวมประมาณ 3,040.65 ล้านบาท จนทำให้ เมย์แบงก์กิมเอ็งได้รับความเสียหายในโอกาสประกอบธุรกิจคิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 555 ล้านบาท และส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาสที่ 2/2560 มีกำไรสุทธิเพียง 119.04 ล้านบาท ลดลง 61.10 ล้านบาท หรือลดลง 33.92% เมื่อเปรียบเทียบกับผลประกอบการช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 180.14 ล้านบาท

ฝ่าย เมย์แบงก์กิมเอ็ง ระบุด้วยว่า มีข้อสงสัยหลายประการคือ 1.มีการกระทำความผิดที่วางแผนไว้ล่วงหน้า โดยร่วมกันเป็นขบวนการ เพื่อให้ได้ข้อมูลทางการค้าที่สำคัญและเป็นความลับทางธุรกิจไป และถือว่าเป็นทรัพย์สินอันสำคัญของเมย์แบงก์กิมเอ็ง ซึ่งน่าจะเข้าข่ายความผิดฐานลักทรัพย์ 2.มีการร่วมกันกระทำการใดๆ เพื่อมิให้เกิดการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม และมีผลเป็นการทำลาย ทำให้เสียหาย ขัดขวาง กีดกัน หรือจำกัดการประกอบธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์ MBKET เพื่อมิให้สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ หรือ ต้องล้มเลิกการประกอบธุรกิจ ซึ่งน่าจะเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542

จากที่ก่อนหน้านั้น บล.หยวนต้า ถูก บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งในคดีดำหมายเลข พ.2831/2560 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2560 โดยมีนายมนตรี ศรไพศาล เป็นผู้รับมอบอำนาจจากกิมเอ็ง ในฐานะโจทก์ และนางบุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์ ตกเป็นจำเลยที่ 1 ในข้อหาหรือฐานความผิดละเมิด เรียกค่าเสียหาย 578 ล้านบาท

ทางฝ่าย บุญพร และผู้บริหาร บล.หยวนต้า ได้กล่าวยืนยันเช่นกันว่า ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ที่เป็นการกระทำที่ผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ได้มีการดึงลูกค้า นำข้อมูลลูกค้าจากเมย์แบงก์มาใช้ และนับจากออกจากเมย์แบงก์กิมเอ็งมาก็ได้เริ่มงานจริงๆก็คือ 6 เดือนหลังจากนั้น ตามกฎกติกา ขณะที่พนักงาน โดยเฉพาะมาร์เก็ตติ้งเอง ต่างก็ยอมรับซัฟเฟอร์กับการย้ายค่ายมาหยวนต้าด้วยซ้ำ เพราะต้องหยุดงานพักงานก่อนเริ่มงานในที่ใหม่ ทำให้ขาดรายได้กันไป แต่ทุกคนต่างพร้อมมากันเพราะมั่นใจว่า อนาคตจะดีกว่า และมั่นใจในหัวหน้าทีมชุดบุญพร และไม่เคยนำข้อมูลความลับมาใช้ตามที่ถูกกล่าวอ้าง

อย่างไรก็ตามทางฝ่ายนางบุญพรและทีมหยวนตา ได้ตอบโต้กลับแต่อย่างใด โดยกล่าวว่าต้องเร่งสร้างบ้านใหม่หยวนต้า ไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง โดยย้ำว่ามั่นใจในความถูกต้องของตัวเอง

นางบุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์ ยืนยันว่า บริษัทได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด มีการนำส่งงบการเงินและรายงานข้อมูลสำคัญตามกฎหมายกำหนด และมีสำนักงาน ก.ล.ต. และสำนักงาน ปปง. มาตรวจสอบตามแผนงานอย่างสม่ำเสมอ พร้อมยืนยันบริษัทมีการทำงานอย่างโปร่งใส ไม่มีพฤติกรรมใดใดที่เข้าข่ายเป็นการฟอกเงิน และบริษัทมีนโยบาย ขั้นตอน ระเบียบการทำงานที่มีมาตรฐานเป็นไปตามกฎหมายกำหนด และเป็นความพยายามดิสเครดิตทำให้นักลงทุนสับสน

จนกระทั่งล่าสุด มีข่าวว่า เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2560 ม.ล. ปานเทพ ในฐานะผู้ถือหุ้น เมย์แบงก์กิมเอ็ง เข้ายื่นหนังสือต่อผู้บังคับการปราบปราม ให้ตรวจสอบผู้บริหาร หยวนต้า และมีการกล่าวหาคณะกรรมการ คณะผู้บริหารของบริษัท ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายอาญา ปรากฏว่า ฝ่ายหยวนต้า ได้ออกโรงโต้กลับแล้ว

ทั้งนี้ ฝ่าย หยวนต้า ชี้แจงว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง นางบุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์ และคณะผู้บริหารของบริษัท ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาล ไม่ได้มีการลักทรัพย์หรือนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการประกอบธุรกิจตามที่ถูกกล่าวอ้าง บริษัทเป็นสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีการปฏิบัติงานและทำธุรกิจตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด ขอให้ลูกค้าและนักลงทุนมั่นใจ

ทีมบุญพร ได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า มีกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีกลุ่มเดิมที่พยายามสร้างกระแสข่าวที่ไม่เป็นความจริงให้สาธารณชนเข้าใจผิด เพื่อทำลายชื่อเสียงของบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นข่าวเดิมที่ยื่นร้องต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2560 และจากการตรวจสอบ ปปง. ไม่ได้รับคดีดังกล่าว

“บริษัทได้ใช้สิทธิ์ทางกฏหมายในการฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลที่ดำเนินการดังกล่าวแล้ว พร้อมเตรียมแจ้งความตรวจสอบเพิ่มเติมขยายผล ผู้อยู่เบื้องหลังและมีส่วนร่วมในการกระทำผิดดังกล่าว เพื่อมุ่งหวังผลประโยชน์ทางธุรกิจต่อไป

กลุ่มธุรกิจทางการเงินหยวนต้าขอยืนยันความโปร่งใสในการประกอบธุรกิจ ขอให้มั่นใจในการประกอบธุรกิจอย่างมืออาชีพ พร้อมให้การสนับสนุนทางธุรกิจและความสนับสนุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจที่เพิ่มขึ้น และขอยืนยันว่าเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหา ใส่ความดังกล่าว จะไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อลูกค้าทุกท่าน และพนักงานของบริษัท ตลอดจนจะเร่งดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อหาข้อยุติโดยเร็ว”

228 views0 comments