มองหุ้นเอเชียสดใส...เชียร์ลงทุนรับโอกาสเติบโต


นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการและประธานบริหารการลงทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย (บลจ. กสิกรไทย) ให้ความเห็นว่า สถานการณ์ลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มสดใส เนื่องจากเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียมีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับอัตราการเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนของหลายประเทศในภูมิภาคมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องและขยายตัวสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ขณะที่ระดับราคาหุ้นเอเชียยังถือว่าถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว

ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นเอเชีย (ดัชนี MSCI Asia ex. Japan) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 16 พ.ค. 2560 ตลาดหุ้นเอเชียพุ่งสูงขึ้นกว่า 19%

“ปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียมีความน่าสนใจเข้าลงทุน มาจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียที่มีอยู่สูงเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจในภูมิภาคอื่นๆ นำโดยเศรษฐกิจของประเทศจีนและอินเดีย โดย IMF คาดว่า GDP ของอินเดียปี 2560 นี้จะเติบโตอยู่ที่ 7.2% ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในโลก ขณะที่เศรษฐกิจจีนที่ออกมาในไตรมาสแรกของปี 2560 ขยายตัวดีกว่าที่คาด โดย GDP เติบโตอยู่ที่ 6.9% จากปีก่อนหน้า ด้านเศรษฐกิจเกาหลีใต้เติบโตดีขึ้นในไตรมาสแรกของปีจากการฟื้นตัวของการส่งออก รวมไปถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานที่ขยายตัวมากขึ้น

นอกจากนี้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและนโยบายการเงินของธนาคารกลางในหลายประเทศในเอเชียยังเป็นปัจจัยหนุนให้เกิดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลกำไรบริษัทจดทะเบียนสามารถขยายตัวได้สูงเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว ในขณะที่ระดับราคาหุ้นก็ยังต่ำกว่า โดยราคาหุ้นเอเชียปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจและใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในอดีต” นายนาวินกล่าว

ส่วนปัจจัยที่ผู้ลงทุนควรติดตาม ได้แก่ ปัญหาเรื่องระดับหนี้สินและราคาอสังหาฯที่อาจสะท้อนการเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน รวมไปถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ซึ่งตลาดคาดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในรอบการประชุมเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนในระยะสั้น อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายคาดว่าจะมีจำกัด เนื่องจากตลาดค่อนข้างรับรู้การปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ไปมากแล้ว

ทั้งนี้ด้วยมุมมองการลงทุนในระยะยาว บลจ.กสิกรไทยมองว่าด้วยปัจจัยบวกต่างๆ ที่กล่าวมา นับเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ลงทุนสามารถทยอยสะสมการลงทุนในหุ้นเอเชียเพิ่มเติมได้ ซึ่ง บลจ.กสิกรไทยมีกองทุนแนะนำ ได้แก่ กองทุนเปิดเค เอเชียน สมอลเลอร์ หุ้นทุน(K-ASIA) ที่เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชียที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง

กองทุน K-ASIA มีนโยบายลงทุนในหุ้นขนาดเล็กในเอเชียผ่านกองทุนหลัก Templeton ASEAN Smaller Companies Fund ซึ่งบริหารจัดการโดย Franklin Templeton Investments บริษัทจัดการกองทุนชั้นนำระดับโลกที่มีประสบการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียยาวนานกว่า 40 ปี ปัจจุบันกองทุนให้น้ำหนักการลงทุนในรายประเทศ 5 อันดับแรก ได้แก่ อินเดีย 25.18%, เกาหลีใต้ 20.26%, จีน 13.40%, ไต้หวัน 12.81% และฮ่องกง 5.63% และให้น้ำหนักการลงทุนในรายอุตสาหกรรม 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย กลุ่มไอทีและกลุ่มการเงิน

35 views0 comments