YLG แนะหาจังหวะเก็งกำไรช่วงทองปรับฐานระยะสั้น...พบ 2 ปัจจัยฉุดทอง ราคาโลหะเงินดิ่ง-ดอลลาร์แข็ง

วายแอลจีเผยทองคำมีสัญญาณปรับตัวลดลงในระยะสั้นหลังมีปัจจัยลบฉุด ทั้งราคาโลหะเงินดิ่งรับเหตุการณ์นักลงทุนรายย่อยดันราคาก่อนจะถูกสะกัดด้วยมาตรการเรียกหลักประกันเพิ่มส่งผลให้ราคาโลหะเงินปรับลดลง ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าหลังสหรัฐได้รับวัคซีนโควิด-19 ในอัตราสูงกว่าฝั่งสหภาพยุโรป แนะใช้จังหวะทองพักฐานเข้าซื้อเพื่อทำกำไรจากการดีดตัวระยะสั้น สามารถเข้าทะยอยซื้อได้ ที่แนวรับ 1,818 -1,800 หรือประมาณ 25,800 - 25,550 บาทต่อบาททองคำ แนวต้านอยู่ที่ 1,856 -1,875 หรือ 26,400 -26,650 บาทต่อบาททองคำ ล่าสุดตามเทรนด์ตลาดโลกเพิ่มทางเลือกนักลงทุน เปิดให้บริการลงทุนในโลหะเงิน ผ่าน Silver Online Futures ชี้เป็นตลาดขนาดใหญ่ เหตุแร่เงินมีผู้ซื้อเพื่อนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรมทั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องประดับทั่วโลก

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาด TFEX เปิดเผยว่า ในช่วงต้นเดือน กุมภาพันธ์ 2564 ราคาทองคำในตลาดโลกค่อนข้างแกว่งตัว และมีทิศทางปรับฐานในระยะสั้น สาเหตุหลักมาจากการได้รับผลกระทบจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่กลับมาแข็งค่าอย่างต่อเนื่องนับแต่ต้นปี 2564 หลังจากที่เคยอ่อนค่าอย่างหนักในปี 2563 เนื่องจากสถานการณ์การควบคุมการระบาดของ COVID-19 ในสหรัฐมีปัจจัยบวกเรื่องของการส่งมอบวัคซีนได้ในจำนวนมาก ในขณะที่สหภาพยุโรปกลับมีข่าวการเลื่อนการส่งมอบวัคซีนออกไปจึงทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า รวมถึงนักลงทุนยังเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินปลอดภัย


นอกจากนี้ปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาทองคำปรับลดลงมาจาก Chicago Mercantile Exchange (CME) ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์และสัญญาฟิวเจอร์สขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศเรียกเพิ่มอัตราวางหลักประกันเ (maintenance margin) เพื่อสะกัดการปั่นราคาของกลุ่มนักลงทุนรายย่อยในตลาด หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวเกี่ยวกับนักลงทุนรายย่อยที่เข้าไปดันราคาหุ้น Gamestop ได้เข้ามาดันราคาโลหะเงิน อย่างไรก็ดีหลังจาก CME ได้ประกาศการเพิ่มเงินวางหลักประกันทำให้ราคาโลหะเงินปรับลดลงมาหลังจากที่ก่อนหน้าได้พุ่งขึ้นไปทำสถิติสูงสุดในรอบ 8 ปี ปรากฎการณ์นี้จึงส่งผลต่อราคาทองคำเช่นกัน อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่านักลงทุนรายย่อยจะเริ่มเบนเข็มออกจากการเข้าไปดันราคาโลหะเงินแล้วแต่ก็ยังต้องจับตามองว่าราคาโลหะเงินจะปรับลดลงต่อหรือไม่ ส่วนมาตรการวางหลักประกันเพิ่มนั้นเชื่อว่าจะเกิดขึ้นแค่ในระยะสั้น


ทั้งนี้แม้ราคาทองคำจะมีแนวโน้มพักฐานในระยะสั้นแต่ระยะยาวยังมีสัญญาณไปต่อ โดยระหว่างวันก็มีการเคลื่อนไหวขึ้นลงค่อนข้างกว้าง จึงเป็นโอกาสให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรระยะสั้นได้ แต่ต้องตั้งจุดตัดขาดทุน ในช่วงสั้นๆจะยังเห็นการปรับตัวลงอยู่ สำหรับนักลงทุนระยะกลางระยะยาวสามารถทะยอยซื้อได้ถ้าหากปรับลงมาที่แนวรับ 1,818 -1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือประมาณ 25,800 - 25,550 บาทต่อบาททองคำ ส่วนแนวต้านที่สามารถขายทำกำไรระยะสั้นอยู่ที่ 1,856 -1,875 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 26,400 -26,650 บาทต่อบาททองคำ


ล่าสุด YLG ได้เพิ่มทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนในโลหะเงิน ผ่าน TFEX Silver ผ่านการลงทุนซิลเวอร์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส(Silver Online Futures) ที่เป็นการซื้อขายโลหะเงินล่วงหน้าในรูปแบบดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปัจจุบันตลาด Silver Online Futures ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก เนื่องจากโลหะเงินเป็นแร่ที่มีความจำเป็นต่อหลายอุตสาหกรรม และมีขนาดตลาดที่ใหญ่มีผู้ซื้อเพื่อนำไปใช้ในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องประดับทั่วโลก สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนทองคำและโลหะเงินในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สามารถดูรายละเอียดได้ทาง www.ylgfutures.co.th หรือ โทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-687-9999

0 views0 comments

Recent Posts

See All

RBF โชว์กำไรปี 63 โตต่อเนื่อง 46%...รายได้ทะลุกว่า 3,100 ล้านบาท

“RBF” แรงดีกำไรปี 63 โตกว่า 46% สวนกระแสภาพรวมตลาด รายได้ทะลุกว่า 3,100 ล้านบาท ควบคุมใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ คาดยอดขายปี 64 โต 10-12% ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์ แอนด

บอร์ด TPIPP ไฟเขียวเสนอผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลปี 63 อัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น

บอร์ด TPIPP ไฟเขียวเสนอผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลปี 63 อัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น คิดเป็นประมาณ 6.3% เตรียมขึ้น XD 12 มี.ค.นี้ ถือเป็นหุ้นที่จ่ายผลตอบแทนดีอย่างสม่ำเสมอ สำหรับ บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ หรือ TPIPP

โฮมโปร โชว์รายได้ปี 63 กวาด 61,748.99 ล้านบาท

โฮมโปร โชว์รายได้ปี 63 กวาด 61,748.99 ล้านบาท พร้อมแรงหนุนจากยอดขายออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ HMPRO เผยผลประกอบการปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้ และกำไรสุทธิจำนวน 61,748.99 ล้าน

For advertising please call: 02-2534691