top of page
327304.jpg

พิษโควิด-19 ทำส่งออกเดี้ยง...ชาวสวนมะม่วงดิ้นหนีตาย ขายถูกๆ โลละ 30 ในประเทศ



Interview : คุณมนตรี ศรีนิล นายกสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย


ชาวสวนจุก พิษโควิด-19 ทำมะม่วงล้นตลาด ส่งออกไม่ได้ จากที่เคยส่งออกปีละหลายหมื่นตัน สร้างรายได้ปีละ 5 พันล้านบาท กลายเป็นส่งออกแค่ 5% ของผลิตทั้งหมด ชาวสวนดิ้นหนีตาย เปลี่ยนมาขายในประเทศโดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ มะม่วงพรีเมียมเกรดส่งออกทั้งน้ำดอกไม้สีทอง มหาชนก โชคอนันต์ ลดราคาเกือบครึ่ง ขายโลละแค่ 30 บาท หวั่นถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น มีสิทธิ์ทุนหายกำไรหด ไม่มีเงินลงทุนปลูกมะม่วงในปีหน้า วอนภาครัฐเข้ามาช่วยด้านการตลาดและสินเชื่อหมุนเวียน ต่อลมหายใจจนพ้นวิกฤตรอบนี้


ตอนนี้สถานการณ์ตลาดมะม่วงไทยเป็นอย่างไร

การส่งขายมะม่วงในปีนี้ถือว่าเหนื่อยมาก นับจาก 20-30 ปีที่ผ่านมา มีปีนี้เหนื่อยที่สุดนับตั้งแต่ทำมะม่วงกันมา

ผลผลิตมะม่วงเริ่มออกมาเดือนมีนาคม

ใช่ ชาวสวนมะม่วงไทยในขณะนี้มารวมตัวกันเป็นสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย ทั้งหมดมี 23 จังหวัดที่รวมตัวกันอยู่ ตั้งแต่ภาคใต้ถึงภาคเหนือ ภาคตะวันออกไปจนถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน 23 จังหวัดมีการรวมตัวกันทั้งหมด 58 กลุ่มของ 30 ชุมชน แล้วมารวมตัวกันเป็นสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย มีการบริหารจัดการวางแผนการปลูก การผลิตอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มะม่วงออกมาเป็นระยะๆ ไม่ออกมาล้นตลาดชนกันมากมาย ขณะเดียวกัน มะม่วงไทยเรานี้ทำทั้งนอกฤดู ในฤดู มีครบทั้ง 12 เดือน ในตอนนี้ก็ได้รับผลกระทบอย่างยิ่งจากโควิด 19

สวนมะม่วงทั่วประเทศ รวมกันมากขนาดไหน

ถ้าเป็นพื้นที่ไร่ ตามตัวเลขการสำรวจของกรมส่งเสริมการเกษตร จะมีอยู่ประมาณ 1.9 ล้านไร่ แต่ที่มาอยู่ในสมาคมที่สมาคมต้องดูแลคุณภาพการผลิตเกรดพรีเมียมเพื่อการส่งออกก็จะมีประมาณกว่า 1 แสนไร่ที่เราดูแล โดยผลผลิตส่วนใหญ่ที่ส่งออกจะมีประมาณ 50-60% ของผลผลิต คือเป็นเกรดเอ ที่เราส่งออกขายอยู่ในขณะนี้หรือในอดีตที่ผ่านมา

ส่วนใหญ่ที่ส่งออกเป็นพันธุ์อะไร

จะเป็นพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง ต้นกำเนิดที่อยู่ในไทย เขาจะมีสีเหลืองสดตั้งแต่ผลยังอ่อนอยู่จนกระทั่งผลแก่เก็บเกี่ยวได้ ส่วนอีกพันธุ์ที่ส่งออกคือมหาชนก เป็นชื่อที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านพระราชทานชื่อให้ และอีกพันธุ์คือโชคอนันต์ที่ส่งออกไปยังญี่ปุ่น นี้คือ 3 สายพันธุ์หลักที่เราส่งออกไปต่างประเทศอยู่ในขณะนี้

การส่งออกมะม่วงที่ผ่านมาของไทย คิดเป็นมูลค่าเท่าไหร่

ตามตัวเลขที่เราได้รับมาจากศุลกากร เป็นมะม่วงเกรดพรีเมียม ที่เราส่งออกไปต่างประเทศ ประเทศเกาหลีใต้เป็นแหล่งใหญ่ที่เราส่งออกไปเยอะที่สุด เราส่งมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองออกไป โดยตัวเลขปี 2562 อยู่ที่ประมาณ 1.2 หมื่นตัน เป็นผลสดไม่รวมแปรรูป ส่วนญี่ปุ่นส่งออกไปประมาณ 1.5-1.7 พันตัน และยังมีอีกหลายประเทศที่ตัวเลขยังไม่ชัดเจน คือทางรัสเซีย จีน กลุ่มตะวันออกกลาง แล้วก็ทางแถบยุโรปที่เราส่งมะม่วงออกไปขายซึ่งตัวเลขยังไม่ชัดเจน ปีหนึ่งๆเราขายผลสดออกไปทางขนส่งอากาศ คิดว่าหลายหมื่นตัน และทางเรืออีกไม่ใช่น้อยทั้งแปรรูปและผลสด ตรงนี้ก็ถือเป็นรายได้สู่เกษตรกรชาวสวนมะม่วงไทยต่อปีหลายพันล้านบาท น่าจะเกิน 5 พันล้านบาท

ทุกปี การส่งออกมะม่วงจะแบ่งออกเป็น 3 เกรด คือเกรดหนึ่งพรีเมียม เกรดที่สองคือเกรดบีที่เราส่งลงไปทางภาคใต้ไปมาเลเซีย ผ่านไปสิงคโปร์ ไปอินโดนีเซีย ตรงนี้ไม่ใช่น้อยเป็นหลายหมื่นตัน อาจจะเป็นแสนตันด้วยซ้ำ ส่วนอีกทางหนึ่งส่งไปทางด่านของประเทศเพื่อนบ้านทางลาว เวียดนาม และไปสู่จีน ทางนั้นจะเป็นเกรดเอที่ส่งไปไม่ใช่น้อย ถือว่ามากในแต่ละปี เกรดที่สามคือเกรดซี ส่วนใหญ่จะส่งเข้าโรงงานแปรรูป แล้วขายในประเทศเป็นบางตลาดที่เรียกว่าตลาดล่าง

ช่วงเดือนมีนาคมและเดือนเมษายนถือเป็นช่วงไฮซีซันของมะม่วงไทย

ใช่ เป็นฤดูกาลของมะม่วงไทย ซึ่งมีการตอบรับจากประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้เป็นอย่างดี เนื่องจากประเทศเขาเริ่มหนาวลงมา จึงมีการออกจากบ้านเพื่อซื้อผลไม้ เช่น มะม่วงของเราไปรับประทานกันเป็นจำนวนมาก จึงเป็นไฮซีซันของเราไม่ว่าจะเป็นตลาดในประเทศ หรือเพื่อนบ้านของเรา เป็นช่วงฤดูกาลข้าวเหนียวมะม่วงของเราด้วย มะม่วงของไทยเราขายดีทุกปี

มะม่วงเก็บไม่นานก็เน่าเสียได้ ช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา ต้องทำอย่างไรเมื่อส่งออกมีปัญหา

พอเราเริ่มเจอโควิด 19 เข้ามา เราก็เริ่มมองเห็นแล้วว่าเราจะต้องเจอปัญหาในการขายแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการขายระหว่างประเทศหรือในประเทศ ซึ่งตรงกับที่เราคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด แต่ว่ากระทบมากกว่าที่เราคาดด้วยซ้ำไป แรกเริ่มเราคิดว่าน่าจะพอมีเครื่องบินส่งสินค้าเราไปได้บ้าง ทางเรือได้บ้าง แต่สุดท้ายประเทศปลายทางก็ปิดประเทศ เครื่องบินก็หยุด ถึงแม้จะมีเครื่องบินเช่าเหมาลำ แต่ผู้บริโภคก็ปิดบ้าน เพราะเขาก็ต้องรักษาตัวเขา ดังนั้น ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สามารถส่งออกมะม่วงไปต่างประเทศได้น้อยมาก ทางเครื่องบินก็มีนิดๆหน่อยๆ ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วจะไม่ถึง 10% แค่ประมาณ 5% ของผลผลิตที่มีอยู่ แล้วก็มีส่งทางเรือบ้างเป็นบางส่วน เข้าโรงงานแปรรูปเป็นบางส่วน แต่ไม่ถือว่ามาก เนื่องจากโรงงานแปรรูปแจ้งมาว่า เขาก็ไม่มีออร์เดอร์ส่งออกไปเช่นกัน รับซื้อน้อยมาก

วิธีการแก้ไขก็เลยมาคิดกับทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก็คือกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ส่วนตัวได้เข้าไปแจ้งปัญหาและหารือ เพื่อหาแนวทางแก้ไขเฉพาะหน้า ก็คือหาวิธีการประชาสัมพันธ์ให้มากที่สุด ให้คนไทยรับรู้ปัญหานี้ แต่ว่าเราก็เจอปัญหาสภาพเดียวกัน คือทางการให้คนไทยอยู่บ้านและมีการล็อกดาวน์ เราก็ควรเปลี่ยนมาขายลูกค้าที่สั่งซื้อมะม่วงจากทางออนไลน์ เกษตรกรก็พยายามขายตรงผ่านออนไลน์ให้มากที่สุด เพื่อระบายของ ดังนั้น ช่วงนี้ลูกค้าที่สั่งซื้อ ท่านก็จะได้รับมะม่วงที่เป็นสินค้าเกรดเอของเราที่เคยส่งออก แต่ตอนนี้ขายตรงส่งถึงบ้าน

ขายในราคาเท่าไหร่

เกรดเอก็ลดลงมาเกือบครึ่ง คือเราเข้าใจปัญหา ก็ไม่ได้ตั้งราคาจนสูงเกินไป เป็นราคาที่พออยู่ได้ เกษตรกรของเราก็ยังพอมีลมหายใจอยู่ได้ ที่ขายกันอยู่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่กิโลกรัมละไม่เกิน 30 บาทหรือ 30 บาทต้นๆ แต่ถ้าบวกค่ากล่องค่าส่งก็จะเพิ่มขึ้นมาอีกนิดนึง ก็ถือว่าได้ทานมะม่วงเกรดเอในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดในทุกๆปี

การขายออนไลน์ได้ผลขนาดไหน

ก็ได้รับการตอบรับที่ดี แต่ก็จะมีปัญหาบ้างเนื่องจากชาวสวนส่วนใหญ่ไม่ได้มีการเตรียมตัวหรือเตรียมการเอาไว้ ส่วนใหญ่จึงขายส่งให้กับผู้ประกอบการส่งออก หรือตลาดต่างๆที่เคยขายเป็นประจำ ก็จะมีบางกลุ่มที่มีความพร้อมที่ขายผ่านออนไลน์เอง จะมีพวกภาชนะ หีบห่อพวกกล่อง บรรจุภัณฑ์ที่เตรียมเอาไว้ พร้อมที่จะบรรจุลงกล่อง หรือวิธีการที่ถูกต้องไม่ให้มะม่วงเกิดความเสียหายระหว่างเดินทาง ก็มีส่วนน้อย แต่ส่วนใหญ่ก็พยายามจะทำให้ดีที่สุดในนาทีที่เร่งรีบ ก็ถือว่าชาวสวนได้เรียนรู้การขายผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว แต่บางครั้ง ก็สะดุด เกิดปัญหา การจัดอาจจะไม่ดี 100% อาจจะติดปัญหาการขนส่งทำให้ช้ำบ้าง เสียหายบ้าง ก็ต้องขออภัย เพราะชาวสวนยังไม่ใช่มืออาชีพตรงนี้ แต่ต่อไปคิดว่าชาวสวนจะพัฒนาจุดนี้ให้ดีขึ้นต่อไป เนื่องจากเรามองว่าจุดขายตรงนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งตลาดของชาวสวนมะม่วงไทย

อยากจะขอความช่วยเหลืออะไรบ้าง

ตรงนี้ก็เคยเสนอปัญหาไปที่กรมส่งเสริมการเกษตร แล้วก็แจ้งไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ทางผู้ใหญ่ก็รับทราบปัญหานี้แล้ว รัฐบาลก็รับทราบ คาดว่าจะได้รับการเยียวยา หรือได้รับการแก้ไขในระยะสั้น ระยะกลางและยาวต่อไป ก็เชื่อว่าปัญหาเรื่องโควิด 19 ยังไม่หมดไปง่ายๆ ก็ยังส่งผลกระทบ ถึงชาวสวนมะม่วงไทยอีกต่อไป

เรื่องสินเชื่อ เรื่องเงินหมุนเวียน

ตอนนี้มีความจำเป็นมาก เนื่องจากชาวสวนส่วนใหญ่ในตอนนี้ตกที่นั่งลำบากมาก เนื่องจากการทำสวนทุกๆ ปีนั้น จะเป็นเงินทุนหมุนเวียนมากกว่า ไม่ใช่เงินสดก็เป็นเงินสินเชื่อเข้ามาเป็นต้นทุน พอขายได้กำไรก็ไปใช้หนี้อะไรต่างๆ แล้วนำทุนใหม่เข้ามาทำ สำหรับปีนี้มองว่าการที่จะขายเอาเงินมาใช้หนี้เก่ามันยาก มันไม่พอที่จะไปทำตรงนั้น และทุนใหม่ก็ค่อนข้างจะลำบาก ดังนั้น ทางเราก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ธนาคารต่างๆ หรือ ธ.ก.ส. หรือหน่วยงานรัฐบาลทั้งหลาย ช่วยมาดูแลตรงนี้ด้วย ให้สภาพคล่องกับชาวสวนที่กำลังเกิดปัญหาในขณะนี้ ให้เขาได้มีทุนที่จะดำเนินการทำสวนได้ในปีต่อไป

ถ้าจะสั่งมะม่วง

สั่งได้หลายช่องทาง ผ่าน ธ.ก.ส.ก็ได้ ทางไปรษณีย์ก็มี ทางกรมส่งเสริมการเกษตรก็มี หรือโทร.มาที่สมาคมชาวสวนมะม่วงไทยก็ได้เช่นกันที่เบอร์ 089 816 0580 เราก็จะแบ่งออร์เดอร์กันไปตามที่สมาชิกเรายังพอจะมีมะม่วงเหลืออยู่ในขณะนี้

412 views

Comments


bottom of page