ศึกหนัก 'ประกัน' ยุคโควิด...จ่ายเคลมกว่า 8,000 ล้าน



แจงปัญหาจ่ายเคลมโควิดล่าช้า เหตุจากยอดเคลมพุ่งทะลักจากวันละ 300 ราย เพิ่มเป็นวันละเกือบ 2,000 ราย ทำให้เจ้าหน้าที่เคลมงานล้นมือ ทำงานไม่ทัน อีกทั้งยังต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานยื่นเคลมอย่างละเอียดรัดกุมเพื่อป้องกันการสวมรอยแจ้งเคลมที่เป็นเท็จ แนะ...เพื่อความรวดเร็ว ผู้เคลมต้องยื่นเอกสารครบถ้วนทั้งสำเนาบัตรประชาชน หน้าบัญชีธนาคาร ที่สำคัญที่สุดคือใบยืนยันผลตรวจ RT-PCR ยืนยัน...พ.ค.-ส.ค.ทั้งระบบจ่ายเคลมไปแล้วกว่า 8,000 ล้านบาท ในขณะที่เบี้ยรับอยู่ที่ 10,000 ล้าน หากสถานการณ์การระบาดยืดเยื้อยอดเบี้ยรับจะติดลบ เท่ากับขาดทุนทันที งานนี้หวังพึ่งรัฐบาลเร่งฉีดวัคซีนและออกมาตรการต่างๆ มารับมือก่อนธุรกิจประกันจะปั่นป่วน


ล่าสุดมีข่าวว่ามีบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งไม่สามารถจ่ายค่าสินไหมให้ผู้ทำประกันโควิด ทำให้มีคนไปชุมนุมร้องเรียน จริงๆ น่ากลัวขนาดนั้นไหม

ได้ตรวจสอบดูคร่าวๆ คือไม่ได้มีปัญหาเฉพาะบริษัทที่เป็นข่าว ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาบริษัทที่รับประกันภัยโควิดเจอวิกฤตเกี่ยวกับปริมาณเกณฑ์ที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ยกตัวอย่าง บริษัทนึงเคยรับเคลมวันละ 300 ราย กลายเป็นบางแห่งขึ้นไปเกือบ 2,000 ขึ้นไป 5-6 เท่า คือ 300 ก็มากเต็มทีแล้ว และช่วงนี้พนักงานที่ทำงานส่วนใหญ่ก็ work from home เวลาหน่วยงานที่รับเคลมโควิดแรกๆ ผมคิดว่าคนที่ทำงานอาจจะไม่ได้รีพอร์ตหรือมองปัญหารวมจริงๆ รายงานไปยังผู้บริหารระดับสูงว่าปริมาณมากขนาดนี้ ภายในหน่วยงานไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว มันต้องรายงานไประดับผู้ใหญ่ให้รับรู้

ต้องยอมรับว่ามีความล่าช้า ยกตัวอย่าง บางบริษัทรับสายเข้าวันนึง 3,000-4,000 ซึ่งพนักงานไม่สามารถรับมือไหว เปรียบภาพเหมือนกับบุคลากรทางการแพทย์ เหมือนกับโรงพยาบาล ถ้ามีเตียง 500 เตียง แต่ผู้ป่วยมี 3,000-4,000 ขึ้นไปพร้อมกัน แรกๆ มันปั่นป่วนหมด มันไม่ทันเพราะคนป่วยล้นเตียง ก็เกิดสภาพหาเตียงไม่ได้ในช่วงแรก และก็เป็นปัญหาจริง อันนี้ผมยอมรับ แต่ใช้เวลาสักพัก ปรับตัวระดมคนจากหน่วยงานอื่นมา จะเรียกคนมาทำงานทันทีเลยไม่ได้ ต้องเอามาฝึกด้วยว่าระบบใช้ยังไง เข้ายังไง การฝึกปัจจุบันจะเปิดคลาสฝึกก็ไม่ได้เพราะทุกคนอยู่ที่บ้าน

อย่างไรก็ตามผมต้องขออภัยแฟนสมาชิกว่าไม่ทันจริงๆ ขีดความสามารถของบริษัทมันไม่พอ เพราะเป็นวิกฤต มันเลยจากปกติมาก มันเหมือนบุคลากรทางการแพทย์สักพักพอขยายโรงพยาบาลสนามก็ดีขึ้น แต่ละบริษัทต้องระดมคนมาฝึกอย่างหนักเพื่อรองรับตรงนี้


เป็นปัญหาทางเทคนิค ไม่ใช่มีปัญหาไม่มีเงินจ่าย

จริงๆ ด้วยระยะเวลาต้องยอมรับว่าไม่ทัน ยกตัวอย่าง เคลมปกติวันละ 300 อยู่ๆ เข้าไปเป็น 2,000 พอ 7-8 วันมันค้างอยู่ในระบบเป็นหมื่น และการตรวจสอบเอกสารเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ตรวจกันง่ายๆ เช็กผลไปที่ห้องแล็ปก็ยากเพราะช่วงนี้มีการฉ้อฉลเกิดขึ้น มีการปลอมใบแพทย์ พอเอกสารมีพิรุธก็ต้องตรวจ ก็ไม่ได้สะดวกเหมือนปกติ แต่ส่วนใหญ่ว่าถูกต้องหมดต้องรีบจ่าย


เจอพวกผสมโรงมีมากไหม

มีอยู่ แต่ไม่มาก เพียงแต่ทำให้ทุกคนสะดุดปัญหาคือทำงานไม่ทัน ต้องบอกตามตรงว่าปริมาณเคลมมันมากจริงๆ


ถึงตรงนี้มีตัวเลขไหมว่าทั้งระบบประกันวินาศภัยมีการจ่ายเงินเรื่องโควิด-19 ไม่ว่าตรวจเจอโรคหรือแพ้วัคซีน จ่ายแล้วเท่าไหร่

เราเริ่มมาหนักเดือนพฤษภาคมที่จ่ายเคลมไปประมาณ 1,000 ล้านบาท พอมิถุนายนอีก 1,000 ล้าน พอกรกฎาคมจากพันนึงเป็น 2,000 ทั้งหมด 4,000 ล้าน สิงหาคมน่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 4,000-4,500 ล้านบาท ดับเบิ้ลเหมือนกันเป็น 8,000 ล้าน พอกันยายนตัวเลขยัง 15,000 ผมคิดว่าของสิงหาคมจ่ายไม่ทันก็มาจ่ายกันยายนอีก กันยายนน่าจะ 3,000-4,000 เหมือนกัน ผมคิดว่าปริมาณขนาดนี้มันยากที่จะทำให้ทัน แต่ผมคิดว่าบริษัทต้องรักษาความน่าเชื่อถือของตัวเองตอนนี้ต้องระดมคนที่มีอยู่มาทำงานเต็มที่


ถึงขณะนี้เบี้ยที่รับมาทั้งระบบมีประมาณเท่าไหร่

ปีนี้ประมาณ 5,000-6,000 ล้าน ปีกลายประมาณ 4,000 ล้าน รวมง่ายๆ 10,000 ล้าน


ถึงตอนนี้เรียกว่าขาดทุนแล้ว

น่าจะถือว่าขาดทุนแล้ว ไม่มีแนวโน้มว่าการระบาดจะจบในระยะเวลาอันใกล้ เพราะกรมธรรม์ส่วนใหญ่มันคุ้มครองไปถึงมิถุนายนปีหน้า ความหวังเดียวว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้โดยการระดมฉีดวัคซีนหรือมาตรการอื่นๆ ตอนนี้มาตรการอื่นๆ ต้องผ่อนคลายเพราะมีปัญหาด้านเศรษฐกิจเข้ามาอีก ก็ต้องบาลานซ์เพราะเป็นความเสี่ยงนึงที่ยอดผู้ป่วยที่ลดลง เวลาเลิกหรือคลายล็อกดาวน์มันจะทำให้ยอดผู้ป่วยลดลงไหม ต้องมาเฝ้าดูกัน ก็อยากจะขอร้องให้ประชาชนร่วมมือกันระมัดระวัง


บริษัทประกันภัยจะมีนโยบายรับประกันโควิด-19 ต่อไหมเมื่อเจอคนป่วยคนติดเป็นล้านคน ตอนนี้มีนโยบายอย่างไร

ก็ปรับผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามสถิติที่เพิ่มขึ้น ต้องยอมรับว่าที่ขายเจอจ่ายจบแรกๆ เป็นสถิติเก่าของปีก่อนซึ่งผู้ป่วยมันน้อย ตอนนี้ผู้ป่วยขนาดนี้เบี้ยมันไม่พอ หลายบริษัทก็หยุดขายไปแล้ว ถ้ายังมีขายอยู่ก็พวกโคม่าเสียชีวิต แต่เบี้ยก็แพงขึ้นแล้วเพราะตายวันนึงก็ 200 กว่า ผลที่เกิดขึ้นคือ ผลิตภัณฑ์บางอย่างต้องเลิกไป ที่ยังขายอยู่อาจจะลดการคุ้มครองหรือปรับเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น แต่หน้าที่หลักตอนนี้จ่ายเคลมให้ทันเพราะผู้เอาประกันเดือดร้อนจริงๆ จะมีการประชุมหาทางเร่งมือกันเพื่อทำงานให้ทันกับยอดเคลมที่เพิ่มขึ้น


ยังไหวอยู่กับที่ขายเบี้ยกันไป

มันไม่ใช่สถานการณ์ที่เราสบายๆ บางบริษัทอาจจะต้องเพิ่มทุนเข้ามาแล้วเพราะเงินมันออกทุกวัน มันเร็วด้วย เข้าเร็วออกเร็ว ไม่เหมือนอย่างอื่นที่ต้องประเมินราคา ยังมีเวลาให้เราทำงานได้ยาว แต่โควิดติดวันนี้เอกสารครบ 15 วันต้องจ่ายให้ทันแล้ว ทุกคนต้องเร่งหน้าบ้าน ต้องบริการลูกค้าให้ทัน หลังบ้านต้องเตรียมสภาพคล่องมาจ่ายเคลมให้พอ เพราะ คปภ.ยังดูแลอยู่ ใครมีปัญหาก็เข้ามาแอกชั่นทันที


ธุรกิจประกันภัยนอกจากเจอศึกนี้แล้วยังเจอเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีด้วยใช่ไหม

ถูก เศรษฐกิจอย่างนี้ลูกค้าก็หายไปเยอะ พวกโรงแรม รถทัวร์ รถบรรทุก ตอนนี้ยังมาเจอเคลมเรื่องน้ำท่วมอีก ก็เป็นที่หนักใจว่าจะเกิดภาวะน้ำท่วมบ่อยแค่ไหน เพราะที่บางปูก็หนักอยู่ คืนเดียวน้ำเข้านิคมอุตสาหกรรม ความเสียหายสูงมาก ก็เป็นอีกด้านนึงที่เราเตรียมรับมือ แต่ไม่เป็นไร เป็นอาชีพที่ต้องบริหารความเสี่ยง เป็นเรื่องปกติที่ต้องเจออยู่แล้ว ก็ให้ประชาชนมั่นใจ และขอความร่วมมือให้ดูคำแนะนำทั้งหลายที่ผมออกคู่มือไปว่าต้องเตรียมเอกสารอะไร ก็ขอให้ครบตามนั้น เจอจ่ายจบผมย้ำถ้ามีผลตรวจ RT-PCR มีบัตรประชาชน สำเนา และหน้าบัญชีธนาคาร ผลตรวจ RT-PCR สำคัญที่สุด ใบแพทย์หรือผล Antigen Test Kit ไม่ต้องสนใจแล้ว ท่านต้องมี RT-PCR บางคนไม่มีเอกสารก็ต้องติดต่อกลับไปกลับมาทำให้ล่าช้า ตอนนี้ให้เขาแยกว่าอันไหนเอกสารไม่ครบไม่ถูกต้องก็แยกไปกองนึง อันไหนครบต้องรีบจ่าย ก็ขอความร่วมมือ สมาคมออกคู่มือว่าท่านต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างเตรียมให้ครบตามนี้จะได้ไม่มีปัญหา เพราะช่วงนี้การติดต่อกลับไปกลับมามันลำบาก




7 views0 comments