top of page
347550.jpg

ASIAN กำไร H1/64 พีคที่ 508 ลบ. โตกว่า 25%..ปันผลระหว่างกาล 0.25 บ./หุ้น : เชื่อแนวโน้ม H2/64 ยังสวย

ASIAN กำไร H1/64 พีคอยู่ที่ 508 ลบ. โตกว่า 25% ปันผลระหว่างกาล 0.25 บ./หุ้น

เชื่อแนวโน้ม H2/64 ยังสวย หนุนรายได้ทั้งปีโต 10% ตามแผน


“เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น” เผยงบปี Q2/64 กำไรอยู่ที่ 293 ลบ. มีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 2,501 ลบ. ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นนิวไฮอยู่ที่ 20.8% หนุนครึ่งปีกำไรพีคแรง 25.5% อยู่ที่ 508 ลบ. โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 4,596 ลบ. ผลจากความสำเร็จของกลุ่มอาหารแช่เยือกแข็งและธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงจากการส่งออกมีความโดดเด่นมาก และอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าหนุน ประเมินแนวโน้มธุรกิจ H2/64 ยังดีต่อเนื่อง หนุนรายได้ทั้งปีโต 10% ตามแผน


นายเอกกมล ประสพผลสุจริต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงินบริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN ผู้ประกอบธุรกิจแปรรูปสัตว์น้ำแช่แข็ง จำหน่ายและส่งออก ทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัท และผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้า และผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง เปิดเผยว่า ผลประกอบการในงวดครึ่งปีแรก มีกำไรสุทธิรวม 508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103 ล้านบาท หรือ 25.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 405 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายรวม 4,596 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 605 ล้านบาท หรือ 15.16% โดยมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 876 ล้านบาท หรือ 19.1% สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 664 ล้านบาท หรือ 16.6%

สำหรับผลประกอบการของบริษัทในงวดไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 293 ล้านบาท ลดลง 7 ล้านบาท หรือลดลง 2.33% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 300 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 2,501 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 496 ล้านบาท หรือ 24.47% เทียบกับปีก่อนหน้ารายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 2,005 ล้านบาท จากยอดขายของกลุ่มธุรกิจอาหารแช่เยือกแข็งเติบโตสูงสุดและธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

กำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุดอยู่ที่ 521 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 378 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 20.8% ซึ่งทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการ เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.9% โดยอัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นจากยอดขายกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารแช่เยือกแข็ง รวมทั้ง ได้รับปัจจัยบวกจากเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ และจากยอดขายกลุ่มอาหารกุ้งเพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์น้ำ

โดยยอดขายกลุ่มอาหารแช่เยือกแข็งเติบโตสูงสุดอยู่ที่ 880 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดขายกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงอยู่ที่ 1,122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% และคิดเป็นสัดส่วน 44% ของยอดขายรวมของกลุ่มบริษัท กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์น้ำอยู่ที่ 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% กลุ่มผลิตภัณฑ์ทูน่าอยู่ที่ 172 ล้านบาท ลดลงราว 19%

“ผลประกอบการไตรมาสนี้ออกมาเป็นที่น่าพอใจ เราเห็นภาพว่าภาวะเศรษฐกิจโลกกระเตื้องขึ้นด้วยแรงขับเคลื่อนจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและจีนฟื้นตัว ซึ่ง ASIAN ก็ได้รับอานิสงส์ โดยได้รับคำสั่งซื้อในกลุ่มสินค้าอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ และยุโรปก็เติบโตด้วยเช่นกัน” นายเอกกมล กล่าว

ขณะที่การแพร่ระบาดรอบใหม่ในประเทศไทยตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงปัจจุบัน ASIAN ยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ยังช่วยสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับจังหวัดที่ ASIAN ประกอบกิจการอยู่ เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงอีกด้วย

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท กำหนดให้จ่ายเงินปันผลในวันที่ 9 กันยายน 2564 โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 24 สิงหาคม 2564

สำหรับภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2564 บริษัทฯ มองว่ายอดขายยังคงมีทิศทางการเติบโตที่ค่อนข้างดี ทั้งในส่วนของธุรกิจอาหารแช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยงที่ขยายตัว ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับความต้องการผู้บรโภคที่เพิ่มสูงขึ้น และกำลังซื้อที่เริ่มฟื้นตัว ทำให้ในปัจจุบันกลุ่มลูกค้ายังคงมีการส่งคำซื้อเข้ามาเพิ่มมากขึ้น โดย ASIAN ยังคงคาดการณ์ว่ารายได้หลักทั้งปีจะยังคงสามารถเติบโตได้ราว 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นทั้งปีที่คาดการณ์ไม่ต่ำกว่า 17% สวนทางกับความตึงเครียดจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในประเทศ จากการที่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเติบโต และความต้องการในกลุ่มอาหารแช่เยือกแข็งในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรปฟื้นตัว ซึ่งบริษัทฯยังคงจัดสรรงบการลงทุนสำหรับปีนี้ตามแผน ที่ 400 ล้านบาท เพื่อเป้าหมายการเติบโตในระยะยาว และทำให้สถานะของ ASIAN แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเพิ่มมาตรการเพื่อความต่อเนื่องและปลอดภัยในการประกอบธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์ดำเนินงานปัจจุบัน โดยเน้นย้ำมาตรการป้องกันการระบาดอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มลูกค้า ปัจจุบันบริษัทฯ มีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่มากกว่า 75% ของยอดขายรวม โดยสินค้าส่งออกได้แก่ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง อาหารแช่เยือกแข็งรวมถึงอาหารพร้อมปรุงแช่เยือกแข็ง และทูน่า ขณะที่ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ระดับ 32-33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือเป็นปัจจัยบวก และส่งผลดีต่อเนื่องในไตรมาส 3 ปีนี้

10 views

Commentaires


bottom of page