top of page
295899.jpg

JLL วิเคราะห์แนวโน้มตลาดอสังหาฯ เอเชียแปซิฟิกปี 2566


กรุงเทพฯ 22 ธันวาคม 2565 - ปัจจัยด้านลบหลายประการส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและมีแนวโน้มที่ไม่สดใส แต่นั่นไม่ได้หยุดการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียแปซิฟิก อย่างไรก็ดี ภาคอสังหาริมทรัพย์จะพบกับบทพิสูจน์ว่า จะมีความยืดหยุ่นพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้มากน้อยเพียงใด ในภาวะที่ผู้ซื้อ ผู้ขาย และนักลงทุนมีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจใดๆ รอการฟื้นตัวของตลาด ที่คาดว่าจะเริ่มเห็นได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566

การลงทุนซื้อขายมีแนวโน้มลดลงต่อจากปี 2565

การลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคโดยรวมสำหรับทั้งปี 2565 นี้ ประเมินว่ามีมูลค่าปรับตัวลดลงจากปี 2564 ราว 25% ส่วนปี 2566 คาดว่ามูลค่าจะปรับลดลงอีกในกรอบที่แคบลงระหว่าง 5-10% แต่การคาดการณ์นี้อาจพลิกผันได้ หากสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้คลี่คลายลงในปีหน้า ซึ่งจะทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนซื้อขายเพิ่มขึ้น

อสังหากลุ่มโรงงาน-โกดังให้เช่า เนื้อหอม

โรงงาน โลจิสติกส์หรือโกดัง เป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2566 การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้จะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น 36,000 ล้านดอลลาร์ และจะมีซัพพลายใหม่เกิดขึ้นอีกเกือบ 26 ล้านตารางเมตรเพื่อรองรับความต้องการที่กำลังขยายตัว

ภาคธุรกิจโรงแรมเริ่มฟื้นตัว แต่สถานการณ์ยังไม่นิ่ง

ภาคธุรกิจโรงแรมแม้จะเริ่มฟื้นจากโควิด ปัจจัยบวกที่เห็นในปีนี้และจะส่งผลดีต่อไปในปีหน้าได้แก่ การเปิดประเทศ และความพยายามของรัฐบาลของประเทศต่างๆ ในการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว ตลอดรวมจนถึงการอ่อนตัวของสกุลเงินท้องถิ่นที่สร้างความน่าดึงดูดใจแก่นักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีค่าเงินแข็งกว่า แต่ยังต้องรอดูสถานการณ์ต่อ การแข่งขันอาจสูงได้หากโรงแรมที่เคยชะลอการก่อสร้าง หรือปิดปรับปรุงกลับเข้ามาในตลาดพร้อมๆ กัน ในส่วนของการลงทุน คาดว่าปี 2566 การซื้อขายโรงแรมในภูมิภาคจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก 6% จากปี 2565 ที่มีมูลค่าการลงทุนซื้อขายสูงขึ้น 10-15%

Work from home ไม่ได้ทำให้บริษัทต่างๆ เลิกใช้ออฟฟิศ

ผลการสำรวจความคิดเห็นโดย JLL เผยให้เห็นว่า 77% ของผู้บริหาร/เจ้าที่ที่ดูแลงานด้านสถานประกอบการของบริษัทต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิก มองว่า ออฟฟิศสำนักงานจะยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกลยุทธ์ทางธุรกิจในระยะยาวขององค์กร และมุ่งเน้นความต้องการมีออฟฟิศในอาคารสำนักงานเกรดพรีเมี่ยมที่เชื่อว่าจะรองรับความต้องการในระยะยาวขององค์กรได้ดีกว่า

กระแส Net Zero มาแรง

มีบริษัท/องค์กรจำนวนมาก ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยปริมาณคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) บริษัทเหล่านี้ต้องการมีออฟฟิศในอาคารเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น งานวิจัยของ JLL ซึ่งครอบคลุมตลาดอาคารสำนักงานเกรดเอใน 11 หัวเมืองหลักของเอเชีย เผยให้เห็นว่า อาคารที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอาคารเขียวสามารถมีค่าเช่าสูงกว่าอาคารที่ไม่มีการรับรองได้มากถึง 28% ซึ่งแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในปีหน้า

ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://www.jll.co.th/en/trends-and-insights/research/asia-pacific-outlook-2023-confronting-challenges-selective-opportunities

18 views
bottom of page