Airbnb กระทบโรงแรมในไทยไม่รุนแรงเท่าที่คิด


เป็นที่แน่นอนว่า Airbnb (แอร์บีเอ็นบี) ได้เข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดของโรงแรมในประเทศไทยไปส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ดี พบว่า แพลตฟอร์มออนไลน์นี้ซึ่งทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเป็นตัวแทนเจ้าของอยู่อาศัยที่ไม่ใช่โรงแรมปล่อยเช่าที่พักระยะสั้นให้กับนักท่องเที่ยว ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจโรงแรมในไทยรุนแรงมากดังที่มีความกังวลก่อนหน้า ตามการรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล

รายงานดังกล่าวของเจแอลแอล เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างห้องพักรวมทั้งสิ้นกว่า 11,200 ห้องในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ ประกอบด้วยที่พักในกลุ่ม Airbnb และห้องพักโรงแรม/รีสอร์ททั่วไป โดยเจแอลแอลได้วิเคราะห์แหล่งที่มาของอุปสงค์หรือกลุ่มผู้ใช้บริการ ซึ่งพิจารณาจากปัจจัยหลักๆ ที่มีผลต่อการกำหนดค่าบริการที่พัก อาทิ ทำเลที่ตั้ง ลักษณะที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวก และชื่อเสียงของที่พัก

นายจักรกริช จักรพันธุ์ ณ อยุธยา รองประธานอาวุโส ภาคพื้นเอเชีย หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม เจแอลแอล กล่าวว่า “ชัดเจนว่า สำหรับประเทศไทย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงนิยมการใช้บริการห้องพักโรงแรมรูปแบบปกติทั่วไป โดยเฉพาะโรงแรมในเครือที่เป็นที่รู้จักคุ้นเคย ซึ่งสามารถให้ความมั่นใจได้มากกว่าในแง่ของความปลอดภัยและคุณภาพการบริการ”

หนึ่งในดัชนีบ่งชี้ถึงความนิยมของนักท่องเที่ยวที่มีให้กับโรงแรมมากกว่าที่พักของ Airbnb ในประเทศไทย ได้แก่ จำนวนยอดรีวิวหรือการติชมจากผู้ใช้บริการห้องพัก ตัวอย่างเช่นกรณีของกรุงเทพฯ พบว่า โรงแรมมียอดรีวิวจากผู้เข้าพักเฉลี่ย 664.2 ครั้ง สูงกว่า Airbnb ที่มียอดรีวิวเฉลี่ยเพียงประมาณ 31.3 ครั้ง

นอกจากนี้ ค่าบริหารห้องพักของโรงแรมที่โดยเฉลี่ยถูกกว่า ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของโรงแรม

นายจักรกริชอธิบายว่า “คนส่วนใหญ่ มักเข้าใจว่า การใช้บริการที่พักของ Airbnb น่าจะถูกกว่าการเข้าพักโรงแรม ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องในกรณีของประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ แต่สำหรับประเทศไทย พบว่า การพักโรงแรมจะมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า ทำให้โรงแรมในไทยโดยทั่วไปยังคงมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงกว่าที่พักในกลุ่ม Airbnb”

แม้การเปรียบเทียบอาจไม่สามารถทำได้อย่างตรงไปตรงมามากนัก แต่โดยเฉลี่ยทั่วไป ห้องพักโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวทั้งสามเมืองที่อยู่ในรายงานครั้งนี้ พบว่ามีอัตราค่าบริการต่ำกว่าที่พักของ Airbnb โดยเฉพาะที่ภูเก็ต พบว่า ห้องพักโรงแรมมีอัตราค่าบริการเฉลี่ยต่ำกว่าที่พักของ Airbnb มากกว่าครึ่ง ส่วนในกรุงเทพฯ ค่าบริการที่พักทั้งสองประเภทไม่แตกต่างกันมากนัก โดย Airbnb จะมีค่าบริการที่พักเฉลี่ยสูงกว่าเล็กน้อย

นายพิชญุทธ วัชรวิกรม เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์ หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม เจแอลแอล กล่าวว่า “การเปรียบเทียบค่าบริการที่พักของ Airbnb กับห้องพักโรงแรมเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ง่ายนัก ประการแรก โรงแรมหลายๆ โรงแรม แม้จะเสนอห้องพักแบบเดียวกัน แต่ค่าบริการอาจมีความแตกต่างหลากหลายอัตรา รายงานของเราเลือกเฉพาะห้องพักที่เสนอค่าบริการต่ำที่สุดเข้ามาอยู่ในกลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษา นอกจากนี้ ที่พักในกลุ่มของ Airbnb มีตั้งแต่ อพาร์ทเม้นท์ บังกะโล วิลล่า ไปจนถึงบ้านทั้งหลัง ดังนั้น เฉลี่ยโดยรวมต่อหน่วยจึงมีขนาดที่ใหญ่กว่าและรองรับจำนวนผู้เข้าพักได้มากกว่าเมื่อเทียบกับห้องพักโรงแรม”

“อาจไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่า Airbnb ในประเทศไทย กำลังสร้างตลาดที่พักอีกประเภทหนึ่งเพิ่มเติมขึ้นมา ด้วยการเสนอที่พักทางเลือกให้แก่นักท่องเที่ยว และจับตลาดคนวัยทำงานรุ่นใหม่ที่ชอบแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่ตลอดเวลา และเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังมีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้น” นายพิชญุทธกล่าว

ผลการศึกษาอื่นๆ ที่น่าสนใจในรายงานของเจแอลแอล

· ในขณะที่ปัจจัยด้านชื่อเสียง ไม่ได้มีผลใดๆ มากนักต่อที่พักในกลุ่ม Airbnb แต่พบว่ามีความสำคัญค่อนข้างมากต่อโรงแรมในทั้ง 3 เมือง ทั้งนี้โดยทั่วไปโรงแรมจะมีการจัดเรทติ้งอยู่ระหว่าง 1-10 คะแนน ซึ่งจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อชื่อเสียงด้านคุณภาพของโรงแรมและความสามารถในการกำหนดอัตราค่าบริการห้องพัก โดยโรงแรมที่มีเรทติ้งสูงขึ้นทุกๆ 1 คะแนน โดยเฉลี่ยมักสามารถปรับค่าบริการห้องพักเพิ่มขึ้นได้ 13.81% สำหรับเชียงใหม่ 16.35% สำหรับกรุงเทพฯ และ 23% ในกรณีของภูเก็ต

· ในส่วนของระยะใกล้-ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยว ระบบขนส่งสาธารณะ และสนามบิน พบว่า ที่พักในกลุ่ม Airbnb และโรงแรมในเชียงใหม่ มีความแตกต่างกันอย่างมากในประเด็นนี้ ซึ่งสื่อให้เห็นว่า โรงแรมและที่พักในกลุ่ม Airbnb ที่เชียงใหม่ จับกลุ่มผู้ใช้บริการที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังมีที่พักให้บริการครอบคลุมหลายทำเลและกระจัดกระจายมากกว่า เมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ และภูเก็ต

นายจักรกริชให้ความเห็นว่า Airbnb ในขณะนี้อาจนับได้ว่าเป็นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มเติบโตในประเทศไทย แต่ไม่อาจประเมินอิทธิพลในอนาคตให้ต่ำเกินไป เนื่องจากเป็นธุรกิจที่กำลังมีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ดังจะเห็นได้จากกรณีล่าสุดที่ Airbnb ได้เข้าซื้อกิจการของ HotelTonight ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงในการเสนอโปรโมชั่นที่พักราคาพิเศษแก่ผู้ใช้บริการที่สามารถตัดสินใจจองห้องพักได้อย่างรวดเร็ว และก่อนหน้านี้ ยังได้ลงทุนใน OYO ในอินเดีย ที่จะช่วยให้ Airbnb สามารถยกระดับการสร้างประสบการณ์ให้กับนักเดินทางและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีต่างๆ ที่ธุรกิจสตาร์ทอัพด้านโรงแรมรายนี้พัฒนาขึ้น”

“ความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้ กำลังส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมรูปแบบที่มีอยู่เดิมในหลายประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นแรงผลักดันให้ภาคธุรกิจโรงแรมต้องมีความคิดริเริ่มใหม่ๆ และพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้นเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลง ดังจะเห็นตัวอย่างได้จากความเคลื่อนไหวของเชนโรงแรมใหญ่ๆ บางราย อาทิ การเข้าซื้อกิจการของ Onefinestay โดยกลุ่มแอคคอร์โฮเทล และการเข้าลงทุนใน Oasis Collections โดยกลุ่มไฮแอทโฮเทล และเมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มแมริออทได้แตกไลน์เพิ่มธุรกิจลักษณะคล้ายกันกับ Airbnb โดยใช้ชื่อ Homes & Villas by Marriott International” นายจักรกริชกล่าวสรุป

19 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691