ชวนคนมีเงินเย็นมาลงทุน บสก.จุดไอเดียใหม่ ขายทรัพย์สินในมือ


ราคาที่ดินมีแต่ขึ้นกับขึ้น บรรยง บอสใหญ่ใจดีของบสก.-แนะ มีเงินเย็นๆ มาลงทุนในทรัพย์สินกับบสก. มีให้เลือกทั้งที่ดินเปล่า บ้าน คอนโดฯ อาคารพาณิชย์ แจง...ขายที่ดินพร้อมไอเดีย เช่น โครงการ “บ้านสวนสุขใจ” คัดที่ดินแปลงสวย 3 พันแปลง ให้พัฒนาเป็นบ้านสวนยุคใหม่ ใกล้เมือง รายล้อมด้วยธรรมชาติ สะดวกสบายด้วยระบบการจัดการไอทีทันสมัย ด้วยงบสบายๆ กระเป๋า พร้อมยืนยันแนวคิดบสก. “บริการด้วยใจ รับใช้สังคม” ล่าสุดบอร์ดออกแคมเปญพิเศษ ช่วยลูกหนี้ที่บสก.รับโอนมาจากแบงก์พาณิชย์ ด้วยเงื่อนไขดอกเบี้ยผ่อนปรน MLR-3 เปิดทางให้ลูกหนี้เคลียร์หนี้ได้ง่ายและเร็วขึ้น เริ่ม 1 พ.ค. นี้ สายด่วนติดต่อ 02-630-0700

นายบรรยง วิเศษมงคลชัย รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด หรือ บสก. (BAM) กล่าวในรายการ “เซียนเศรษฐกิจ” ที่จัดขึ้นโดยกองบรรณาธิการ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันตลาดหุ้นมีความผันผวนทำให้นักลงทุนน่าจะสนใจหันมาลงทุนในที่ดินกันมากขึ้น โดยที่ผ่านมาราคาที่ดินปรับขึ้นตลอด

“เท่าที่จำความได้ ผู้มีฐานะดีในตอนนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ครอบครองที่ดินไว้จากรุ่นก่อน เพราะราคาที่ดินเพิ่มค่อนข้างมาก สำหรับบสก.เองมีที่ดินอยู่ในมือเป็นทรัพย์สินรอการขายอยู่ที่ประมาณเกือบ 40,000 ล้านบาท แต่ถ้ารวมกับบ้านหรือตึกสูง บสก.จะมีทรัพย์สินประมาณ 45,000 ล้านบาท ซึ่งที่ดินเปล่าในปัจจุบันที่มีอยู่ บสก.คิดว่าจะทำอะไรดีให้เข้ากับแนวคิดของสังคมโดยที่ไม่ใช่เพียงแค่ขายที่แบบธรรมดาไม่มีสีสัน บสก.อยากขายแบบพร้อมไอเดีย หากย้อนไปเมื่อปี 2551 ในสมัยนั้นราคาน้ำมันแพง ทำให้บสก.ออกโครงการพืชพลังงาน โดยเจตนาขายที่ดินที่ปลูกพืชไร่พืชสวนให้กับเกษตรกรให้มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ช่วยส่งต่อที่ดินหลายพันไร่ไปที่เกษตรกร ทำให้ปัจจุบันเกษตรกรเหล่านี้น่าจะได้อานิสงส์จากราคาที่ดินที่ปรับขึ้นและลืมตาอ้าปากได้ ขณะเดียวกันในปี 2552 บสก.ได้ออกโครงการพออยู่พอกินกับที่ดินบสก. โดยน้อมนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงหรือการใช้ชีวิตเรียบง่ายมาทำในโครงการฯนี้ ถือว่าผู้ที่ซื้อที่ดินจากบสก.ไม่ประสบความสำเร็จมาก...

อย่างบริษัทแปลงสาธิตที่ จ.เชียงราย จำได้ว่าเป็นที่ที่สวยมาก เป็นที่เกษตรริมเมือง บสก.ขายให้ในราคาวาละ 1,000 บาท ปัจจุบันที่ดินตรงนั้นวาละประมาณ 6,000 – 7,000 บาท 6-7 ปีที่ผ่านมาที่ดินแพงขึ้น จึงอยากชวนว่าใครมีเงินเย็นมาลงทุนที่ดิน แนวทางการลงทุนอย่างหนึ่งคือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่จะได้ผลตอบแทนที่ดี จากอดีตรุ่นพ่อรุ่นแม่จนถึงรุ่นปัจจุบัน

อสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนที่ดีชนิดหนึ่ง พอมาปี 2553 – 2554 สมัยนายสุเมธ มณีวัฒนา เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บสก. ได้ทำโครงการ 1 ไร่ 1 แสน โดยเอาที่ดิน 1 ไร่มาทำรายได้กับคน 1 แสนบาทต่อปี เพื่อให้คนทำมาหากินในท้องถิ่นตัวเองโดยไม่ต้องอพยพมาขายแรงงานที่เมืองใหญ่ซึ่งก็ช่วยได้บางส่วน”

นายบรรยงกล่าวต่อด้วยว่า ที่ดินเปล่าของบสก.ที่ยังมีอยู่จำนวนมากนั้น น่าจะมีกลุ่มคนที่มีความต้องการซื้อ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการอยู่ใกล้เมืองแต่ขณะเดียวกันยังอยากใกล้ชิดธรรมชาติและยังต้องการเทคโนโลยีในการใช้ชีวิตแบบสุขสบาย เช่น คนสูงวัยอาจจะยังอยากอยู่ใกล้เมืองหรือใกล้โรงพยาบาล แต่ขณะเดียวกันก็อยากอยู่แบบสบายใกล้ธรรมชาติ สามารถเลี้ยงสัตว์ได้

“บสก.ทำโครงการบ้านสวนสุขใจโดยนำแปลงที่ดินสวยประมาณ 3,000 แปลงมาให้เลือก ทางบสก.มีการสร้างแปลงตัวอย่างออกมาให้เห็นว่าโครงการบ้านสวนสุขใจเป็นอย่างไร ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ สำหรับแปลงสาธิตตัวอย่างที่ทำเสร็จแล้วมีที่กรุงเทพฯ เขาใหญ่ และเชียงใหม่ โดยที่กรุงเทพฯเปิดตัวแล้วที่หมู่บ้านเมืองเอกรังสิต เป็นบ้านหลังเล็กที่มีเทคโนโลยีครบวงจรทั้งการสั่งเปิดปิดน้ำ-ไฟ ดูกล้องวงจรปิดได้ 24 ชั่วโมงจากโทรศัพท์มือถือ ในสวนก็จัดรูปแบบพืชกินได้ และเพื่อเป็นการประหยัดพลังงานจึงได้มีการติดตั้งโซล่าเซลส์ใช้พลังงานไฟฟ้าในการรดน้ำต้นไม้เพื่อให้สุขสบายยิ่งขึ้น...

“แปลงสาธิตที่บสก.ทำทั้งบ้าน สวน ระบบต่างๆ ประมาณ 1.6 ล้านบาท โดยตัวบ้านสร้างไม่ใหญ่ 60-70 ตารางเมตร หรือ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก ใช้เงินประมาณ 600,000 บาท สวนอีกประมาณ 600,000 บาท และเทคโนโลยีต่างๆ ประมาณ 400,000 บาท ส่วนระบบช่วยผ่อนชำระทางบสก.มีแคมเปญเงินผ่อนอยู่แต่เป็นช่วงเดือนพฤษภาคม 2561 นี้ ถ้าไม่เกิน 2 ล้านบาท สามารถผ่อนได้ โดยใช้ดอกเบี้ย MRR -3 ใน 3 ปีแรก”

ทั้งนี้ นายบรรยง ยังกล่าวถึงทรัพย์ NPL ที่บสก.รับซื้อรับโอนจากระบบสถาบันการเงินมาตลอดตั้งแต่ตั้งองค์กรนี้ตั้งขึ้นมากว่า 20 ปี ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาบสก.มีหลักในการบริหารและการให้บริการตามสโลแกนของบสก. คือ บริการด้วยใจ รับใช้สังคม โดยที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นลูกหนี้ หรือการบริหารจัดการทรัพย์สินอย่างที่ดินและบ้าน

“ด้านลูกค้าก็จะดูแลเปรียบเสมือนเป็นลูกค้าดีในตอนที่ไปกู้กับสถาบันการเงินในตอนแรก เช่น ไปกู้บ้านในสมัย 9 ปีที่แล้วกับแบงก์ ทางแบงก์เสนอดอกเบี้ยในเงื่อนไขคงที่ 3 ปีแรก 3% แต่เมื่อเป็นหนี้เสียทางระบบแบงก์พาณิชย์จะมีการคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระที่มีการคิดดอกเบี้ยในปริมาณที่สูงกว่าเดิมสำหรับลูกค้าหนี้เสีย เมื่อความสามารถการผ่อนชำระไม่ไหวแล้วยังมาเจอกับดอกเบี้ยผิดนัดชำระก็ยิ่งทำให้การผ่อนชำระไม่ไหว ยิ่งขึ้น จึงมีการโอนหนี้มาให้บสก. ซึ่งถ้าบสก.ยังใช้คอนเซปต์เดิม คือการลงโทษโดยการใช้ดอกเบี้ยค่าปรับผิดนัดชำระสูงกับลูกหนี้ก็จะยิ่งทำให้ลูกค้าผ่อนไม่ไหว เราจึงเลือกที่จะดูแลลูกค้าโดยเปรียบเสมือนเป็นลูกค้าที่ดีในสมัยก่อนตอนที่ไปกู้กับแบงก์พาณิชย์ บสก.จึงได้ออกแคมเปญเริ่มในช่วงเดือนพฤษภาคม 2561 นี้ว่า ลูกค้าที่เป็นลูกหนี้จากแบงก์พาณิชย์แล้วโอนมาที่บสก. ให้กลับมาเจรจากับบสก.โดยจะคิดดอกเบี้ย MLR -3 คือ ช่วยให้ลูกค้ามีความสามารถในการผ่อนชำระและได้บ้านคืนกลับไป สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติไม่เป็นหนี้เป็นสิน จะมีการพูดคุยกันถึงระยะเวลาในการผ่อนชำระว่าจะนานได้ขนาดไหน ซึ่งทางบสก.รับฟังทุกปัญหา โดยแคมเปญนี้ทางบอร์ดคณะกรรมการของบสก.ได้อนุมัติมีผลเมื่อวันศุกร์ที่ 6 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา…

“ผู้ที่สนใจหรือต้องการสอบถามรายละเอียด ทางบสก.มีสำนักงานอยู่ 24 แห่งทั่วประเทศ อย่าง เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พิษณุโลก อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช ชุมพร หรือ สุราษฎร์ธานี หรือสามารถติดต่อไปที่ Call Center 02-630-0700”

94 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691