สมโภชน์ ยืนยันไม่เคยขายหุ้น EA....กระแสเงินสดพุ่งพร้อมขยายการลงทุน เตรียมสร้างโรงงานแบตเตอรี่เฟส 1


“สมโภชน์ อาหุนัย” ยืนยันไม่เคยขายหุ้น EA ตามที่โดนกุข่าวเท็จ ตรวจสอบแล้วพบเหตุหุ้นทรุดจากการเทขายกองทุนระยะยาวพร้อมกับนักลงทุนรายใหญ่ 1-2 ราย ทำชอร์ตเซล ตอกย้ำพื้นฐานแกร่ง เตรียมเงินสำหรับลงทุนปี 2561-2562 ที่ต้องใช้ราว 2.6 หมื่นล้านบาทไว้พร้อม ไร้แผนเพิ่มทุน ระบุกระแสเงินสดจากการดำเนินงานจะมาจากการขายไฟฟ้าเฉพาะปีนี้ไม่ต่ำกว่า 8 พันล้าน ยืนยันเดินหน้าแผนขยายธุรกิจเต็มกำลัง มั่นใจเทคโนโลยีแบตปลอดภัยจากไฟไหม้แน่นอน นักวิเคราะห์มองราคาหุ้นต่างกันเหตุจากความเข้าใจธุรกิจใหม่ไม่เท่ากัน

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า “จากการที่ราคาหุ้นของบริษัทปรับลดลงอย่างต่อเนื่องและมีการขายออกมาจำนวนมากตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม เป็นต้นมานั้น บริษัทได้ปิดสมุดทะเบียนเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นแล้ว พบว่า กลุ่มผู้ที่ขายหุ้นออกมามากเป็นพิเศษคือ กองทุนหุ้นระยะยาวของ บลจ.สองแห่ง โดยแห่งที่ 1 ขายออกมากว่า 32 ล้านหุ้น และแห่งที่ 2 ขายออกมาอีกกว่า 9.7 ล้านหุ้น และยังมีการขายชอร์ตเซลอีกจำนวนรวมกว่า 48.9 ล้านหุ้น โดยเฉพาะจากบุคคลธรรมดา 2 รายที่มีจำนวนหุ้นสูงถึง 12 ล้านหุ้น จึงเกิดผลทางจิตวิทยา ประกอบกับมีการปล่อยข่าวลือด้านลบมากมาย เช่น ผมและครอบครัวขายหุ้นทิ้ง มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง มีคดีฟ้องร้องกัน ทุจริตฉ้อโกงหอบเงินหนีไปทางไต้หวัน ผู้บริหารถูกยิง บริษัทมีปัญหาการเงินจนอาจจะเพิ่มทุน ผลประกอบการปี 2560 ต่ำกว่าที่คาด และจะแย่ลงอีกเพราะจะมีค่าใช้จ่าย R&D และการเริ่มธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกมาก โครงการแบตเตอรี่ทำไม่ได้จริง พื้นที่ที่จะทำโรงงานติดปัญหาเป็นพื้นที่สีเขียว นักวิเคราะห์บางรายออกบทวิเคราะห์ให้ราคาต่ำมาก เป็นต้น”

“ผมขอชี้แจงในประเด็นสำคัญ ๆ ว่า ผมและครอบครัวไม่ได้มีการขายหุ้นออกมาแม้แต่หุ้นเดียว รวมถึงผู้บริหารหลักๆ ทุกคน ก็ไม่ได้มีการขายหุ้นออกมาเช่นกัน อีกทั้งข่าวลือทั้งหลายก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และถือโอกาสชี้แจงว่า บริษัทมีแผนการลงทุนโครงการสำคัญๆ ในช่วงปี 2561-2562 โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท ในขณะที่บริษัทจะมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเข้ามาในปีนี้ประมาณ 8 พันล้าน และปีหน้าคาดว่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้าน ซึ่งหลักๆ มาจากรายได้การขายไฟฟ้า จึงเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายลงทุน ด้านการกู้ยืมระยะยาวจะมีเพียงบางส่วนเท่านั้น และคาดว่าก้อนใหญ่จะเป็นต้นปีหน้า สำหรับในปีนี้งบประมาณส่วนใหญ่เกือบ 1.8 หมื่นล้านบาท เป็นการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลม จ.ชัยภูมิ ขนาดกำลังการผลิต 260 เมกะวัตต์ ซึ่งได้รับเครดิต จากซัพพลายเออร์ให้ชำระเงินส่วนใหญ่กว่า 1 หมื่นล้านบาท ในเดือนมี.ค. ปีหน้า จึงไม่กระทบกับแผนการจัดการด้านการเงินแต่อย่างใด สำหรับความคืบหน้าโครงการเป็นไปด้วยดี กังหันลมชุดแรกมาถึงแล้วเมื่อวันที่ 14 มีนาคม และจะนำไปติดตั้งทันที จึงมั่นใจว่าโครงการจะแล้วเสร็จและ COD ได้ปลายปีนี้”

นอกจากนี้ในปี 2561 จะเริ่มลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่เฟสแรกขนาด 1 กิ๊กะวัตต์ โดยจะใช้เงินลงทุนราว 4พันล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นค่าเครื่องจักร และอุปกรณ์ ซึ่งบริษัทได้ทำการสั่งซื้อเครื่องจักรที่เป็นหัวใจสำคัญไปเรียบร้อยแล้ว และจะลงทุนระบบสาธารณูปโภคไว้เผื่อสำหรับรองรับการก่อสร้างโรงงานทั้งหมด 50 กิ๊กะวัตต์ด้วย และได้ยื่นขอรับการส่งเสริมภายใต้พรบ.EEC จึงไม่มีปัญหาเรื่องผังเมืองตามที่เป็นข่าวลือแต่อย่างใด

ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างโรงงานได้ในช่วงกลางปี 2561 นี้ และจะแล้วเสร็จประมาณไตรมาสที่ 2 ปี 2562 จากนั้นจะมีเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์เฟสแรก แบตเตอรี่จากโรงงานแห่งนี้ใช้เทคโนโลยีที่ป้องกันการเกิดไฟไหม้ จึงมีความปลอดภัยสูง และจะนำไปใช้กับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเป็นหลักซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ที่มีความต้องการสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างประเทศ ส่วนเฟสที่สองอีก 49 กิ๊กะวัตต์นั้น จะยังคงมุ่งเน้นเป้าหมายอุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเป็นหลัก และสามารถรองรับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตได้ ซึ่งจะมีการจัดโครงสร้างการลงทุนร่วมกับพันธมิตรโดยเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน

เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น หลายประเทศทั่วโลกมีการประกาศนโยบายและแผนการลงทุนผลิตแบตเตอรี่เพื่อนำมาใช้ในโรงไฟฟ้าและยานยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ สอดคล้องกับทิศทางที่บริษัทวางแผนไว้ บริษัทได้ศึกษาล่วงหน้าเกือบ 2 ปีแล้ว จึงมีความพร้อมและได้รับเลือกให้เป็น Quick Win Projectภายใต้โมเดลไทยแลนด์ 4.0 และได้รับการสนับสนุนจาก EECทุกๆ ด้าน ซึ่งผลสำเร็จของโรงงานแบตเตอรี่แห่งนี้นอกจากจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเพราะแบตเตอรี่คิดเป็นสัดส่วนถึง 40-50% ของต้นทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบันไทยมีการผลิตรถยนต์ถึงปีละประมาณ 2ล้านคัน และส่งออกกว่า 1.1 ล้านคัน มูลค่ารวมกว่า 8.9 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 6.6% ของจีดีพี ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญอันดับที่ 1 ของอาเซียน และอันดับที่ 12ของโลก มีการจ้างงานจากอุตสาหกรรมนี้ถึงกว่า 5.5 แสนคน การเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยีจากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงนี้ย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นสาระสำคัญ บริษัทมองเห็นโอกาสอันสำคัญนี้ และพร้อมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งนอกจากจะสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่แล้ว บริษัทยังได้ทำการออกแบบรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นฝีมือของคนไทย 100% ด้วยงบประมาณการทำ R&D ในปี 2560 เพียง 11.21 ล้านบาท เท่านั้นซึ่งเป็นมูลค่าเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการพัฒนารถยนต์ของผู้ผลิตรายอื่น พร้อมทั้งลงทุนทำสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและมีเป้าหมายติดตั้งรวมทั้งสิ้น 1,000 สถานีทั่วประเทศภายในปีนี้

“การที่นักวิเคราะห์แต่ละรายมีความเห็นด้านราคาหุ้นแตกต่างกันระหว่าง 27 – 110 บาทนั้น เป็นเหตุจากความรู้ความเข้าใจ และความเชื่อมั่นในธุรกิจของบริษัทที่ไม่เท่ากัน ซึ่งบริษัทยินดีให้ข้อมูลโดยเท่าเทียมกัน ส่วนที่ปรากฎกระแสข่าวลือต่างๆ ซึ่งรวมถึงลือว่า ผมและภรรยา รวมทั้งครอบครัวขายหุ้น EAออกมาในช่วงที่ผ่านมานั้น ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ผมขอให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ มั่นใจได้ว่าผมและผู้บริหารตลอดจนพนักงานทุกคนจะร่วมกันมุ่งมั่นทำงานตามแผนงานต่างๆ เพื่อทำให้ EA เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคตต่อไป” นายสมโภชน์ อาหุนัย กล่าวในที่สุด

15 views0 comments

Recent Posts

See All

'อนันดา' เคาะผลตอบแทนหุ้นกู้ฯ 1 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 4.40% และ 2 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 5.20% ต่อปี

‘อนันดา’ เคาะผลตอบแทนหุ้นกู้ฯ 1 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 4.40% และ 2 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 5.20% ต่อปี เสนอขายระหว่างวันที่ 5-6 และ 9-10 สิงหาคม ผ่าน 6 สถาบันการเงิน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน

STECH พร้อมลั่นระฆังเทรดวันแรก 23 ก.ค.นี้

STECH พร้อมลั่นระฆังเทรดวันแรก 23 ก.ค.นี้ ชูเป็นหุ้นเติบโต มั่นใจกระแสตอบรับเยี่ยม "บมจ.สยามเทคนิคคอนกรีต" หรือ STECH พร้อมเทรดวันแรกบนกระดาน SET 23 ก.ค.นี้ มั่นใจ นักลงทุนจะให้การตอบรับ ชูศักยภาพการเ

แสนสิริเตรียมออกหุ้นกู้ นำทุนเสริมแกร่งรับแผนธุรกิจครึ่งหลังปี 64

แสนสิริเตรียมออกหุ้นกู้ นำทุนเสริมแกร่งรับแผนธุรกิจครึ่งหลังปี 64 ตอบรับความต้องการนักลงทุนที่ให้ความเชื่อมั่นในหุ้นกู้ SIRI ในรอบที่ผ่านมา จากยอด Oversubscribe พุ่งไปเกือบ 4,000 ล้านบาท 10 สถาบันการเ