เคล็ดลับความสำเร็จผู้หญิงยุคใหม่...ทำยังไงถึงได้เป็น CEO


เพิ่งจะผ่านพ้นวันสตรีสากล 8 มีนาคมมาไม่นาน เลยเก็บตกเอาเรื่องผู้หญิงๆ มาฝาก

ในโอกาสวันสตรีสากล ที่ผ่านมามีการสัมภาษณ์ CEO หญิงของโลกเก็บข้อมูลแล้วประมวลผลวิจัยออกมาโดย คอร์น เฟอร์รี่ (บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กรและบุคลากรชั้นนำระดับโลก) น่าสนใจดี

การวิจัยนี้ ไล่เก็บข้อมูลมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2560 โดยสัมภาษณ์ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรที่เป็นผู้หญิง 57 คน จาก 41 บริษัทที่มีรายชื่อใน Fortune 1000 Companies และ บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ 16 แห่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ (Rockefeller Foundation) ที่ทำ

โครงการ “100x25 initiative" ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้าง CEO หญิงให้อยู่ใน 100 บริษัทชั้นนำที่อยู่ใน Fortune 500 ให้ได้ภายในปีค.ศ. 2025 หรือ ปี พ.ศ.2568

ปัจจุบันมีผู้บริหารหญิงถึง 94 คนในบริษัทชั้นนำที่อยู่ในกลุ่ม Fortune 500

แทนที่จะพยายามค้นหาว่า เพราะเหตุใดผู้หญิงส่วนใหญ่จึงไม่ได้เป็นผู้บริหาร ให้หันมาให้ความสำคัญกับคุณสมบัติที่เป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้บริหารหญิง ไม่ว่าจะเป็น ประสบการณ์ ความสามารถ รวมถึงอุปนิสัยและแรงผลักดัน

CEO หญิงทั้ง 57 คน เผยโรดแมปสำหรับผู้หญิงในการก้าวสู่ความสำเร็จในฐานะผู้บริหารระดับสูงสุดของบริษัท ทำให้เห็นถึง “เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ” 6 ประการที่ผู้บริหารหญิงทุกคนมีเหมือนๆ กัน คือ

1. ผู้บริหารหญิงเหล่านี้ทำงานหนักกว่าและยาวนานกว่าเพื่อจะได้ขึ้นสู่ระดับสูงสุด – ผู้บริหารหญิงโดยเฉลี่ยมีอายุมากกว่าผู้บริหารชายในระดับเดียวกันราว 4 ปี และผ่านตำแหน่งงาน หน้าที่รับผิดชอบ จำนวนบริษัท และธุรกิจที่มากกว่า

2. พวกเธอถูกผลักดันโดยความมุ่งมั่นในเป้าหมายและผลลัพธ์ในเชิงธุรกิจ – ผู้บริหารหญิงมากกว่า 2 ใน 3 จากการสัมภาษณ์และการประเมิน กล่าวว่า พวกเธอมีแรงผลักดันจากความมุ่งมั่นในเป้าหมาย และความศรัทธาต่อบริษัทมีผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน พนักงาน และโลกรอบตัวเธอ โดยราว 1 ใน 4 ชี้ว่าการสร้างวัฒนธรรมเชิงบวกถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่พวกเธอภาคภูมิใจที่สุด

3. อุปนิสัยที่แตกต่างส่งผลถึงความสำเร็จของผู้หญิงในการไต่สู่ตำแหน่งผู้บริหาร – อุปนิสัยและความสามารถที่ถูกระบุถึงหลายครั้งในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ความกล้าหาญ การกล้าเสี่ยง ความยืดหยุ่น ความฉับไว และการจัดการกับความคลุมเครือ

4. การทำงานโดยอาศัยการรวมพลังของทีมงาน – เห็นได้ชัดว่าคะแนนด้าน “ความเป็นมนุษย์ที่มีความเข้าอกเข้าใจและมีเมตตา” ที่สูงมากกว่าเกณฑ์มาตรฐาน การไม่ชอบยกยอปอปั้นตัวเอง การแสดงความชื่นชมในตัวผู้อื่น และการแบ่งปันความดีความชอบแก่คนอื่น โดยผู้บริหารหญิงมักส่งเสริมผู้อื่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

5. ผู้หญิงเหล่านี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการเป็นผู้บริหารสูงสุด แม้จะมีศักยภาพที่โดดเด่นชัดเจน – กว่า 2 ใน 3 ของพวกเธอเหล่านี้กล่าวว่า ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เป็นผู้บริหารจนกระทั่งเจ้านายกระตุ้นและส่งเสริมว่าเธอทำได้ เพราะพวกเธอมักจะให้ความสำคัญกับการทำงานให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจและการแสวงหาความท้าทายใหม่ๆ มากกว่าจะมัวพะวงถึงความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่

6. ผู้หญิงเหล่านี้ต่างมีการศึกษาในสาขา STEM และการเงิน ที่ช่วยส่งเสริมความสำเร็จในการทำงาน – ในช่วงเริ่มต้นการทำงาน กว่า 60% ของผู้หญิงเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญในเรื่อง STEM หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และ คณิตศาสตร์ (40%) หรือ ธุรกิจ/การเงิน/เศรษฐศาสตร์ (19%) อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้พวกเธอสามารถสร้างผลลัพธ์ที่แม่นยำและคาดการณ์ได้แน่นอน ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อความสำเร็จทางธุรกิจ

นอกจากนี้ Mentor ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ขาดไม่ได้ในการผลักดันและส่งเสริมให้ผู้หญิงสามารถก้าวไปสู่การเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร

จะเห็นว่าในโลกสมัยใหม่ แต่หลายประเทศในโลกนี้ก็ยังคงต้องมีกระบวนการรณรงค์ เพื่อให้ความสำคัญในการผลักดันผู้หญิงขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงหรือ CEO ขององค์กรมากๆ

แต่ที่ไทย ผู้หญิงไทยนับว่าโชคดีมากๆ ที่ได้รับโอกาส ได้รับการยอมรับ จะเห็นว่าหลายสิบปีมานี้ผู้หญิงไทยสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดขององค์กร กันมากขึ้นเป็นลำดับ ไม่เพียงแต่ในภาคเอกชนทั้งแบงก์พาณิชย์ บริษัทห้างร้านก็มีผู้หญิงเป็น CEO ไม่ใช่น้อย แม้แต่ภาคราชการ การเมือง ผู้หญิงไทยก้าวขึ้นมามาบทบาทมากขึ้น

สมัยก่อน การมีปลัดอำเภอ มีกำนันแหนบทองที่เป็นหญิงผู้หญิงขึ้นมาสักคนนี่จะฮือฮามาก แต่เดี๋ยวนี้อย่าว่าแต่ปลัด/กำนันเลย ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายกรัฐมนตรีหญิงก็มีมาแล้ว

แม้จะต้องใช้พลังพิสูจน์ฝีมือ แต่โดยรวมถือว่าผู้หญิงไทยได้รับการสนับสนุนการยอมรับให้ทำหน้าที่ในระดับผู้นำเป็นอย่างดี

36 views0 comments