ธ.ก.ส.บูรณาการนโยบายรัฐบาล จัดเมนูฟื้นฟูอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย


ธ.ก.ส.ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี จัดเมนูอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้ผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ควบคู่การจัดตั้งทีมหมอประชารัฐสุขใจคอยดูแล ติดตามช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด และรายงานผลการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยหลุดพ้นวงจรหนี้และความยากจนอย่างถาวร

วันนี้ (5 มีนาคม 2561) นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง นายสุรพงศ์ นิลพันธุ์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมประชุมมอบนโยบายและลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน โครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบสำหรับผู้มีรายได้น้อยและตรวจเยี่ยมการเปิดตัวโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและพบปะกับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการ เพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนในอนาคต ณ ตลาดกลางการเกษตรท่ายาง (หนองบ้วย) อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกล่าวภายหลังการมอบสินเชื่อรายย่อยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ตัวแทนเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และลูกค้าธนาคารออมสินว่า รัฐบาลมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยดำเนินมาตรการหลายรูปแบบเพื่อเข้าไปแก้ปัญหาอย่างครบวงจร ซึ่งในส่วนของผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ 11.4 ล้านคน รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้แสดงความประสงค์ในการเลือกประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ โดยจัดทำเมนูอาชีพที่หลากหลายในแต่ละพื้นที่ มีการจัดฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะในการประกอบอาชีพตามความสนใจและความถนัด และมีการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อเป็นหัวขบวนในการรับซื้อผลผลิตและการจ้างงาน ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ สามารถยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของตนเองได้อย่างแน่นอน

ด้านนายสุรพงศ์ นิลพันธุ์ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า การดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ได้ประสานความร่วมมือกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น กองทุนหมู่บ้าน เปิดจุดบริการแจ้งความประสงค์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตถึงในชุมชน เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยได้รับความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยมีผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่แสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่าน ธ.ก.ส. แล้วจำนวน 3.72 ล้านราย เป็นเกษตรกร 3.46 ล้านราย และผู้ประกอบอาชีพอื่น 2.6 แสนราย ซึ่งในจังหวัดเพชรบุรีมีผู้แจ้งความประสงค์แล้ว 7,583 ราย เป็นเกษตรกร 6,786 ราย ผู้ประกอบอาชีพอื่น 797 ราย ซึ่งแนวทางการดำเนินงานโครงการในจังหวัดเพชรบุรี ธ.ก.ส. ได้จัดทำตัวอย่างเมนูอาชีพที่เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการ SME เกษตร ที่เป็นหัวขบวนในการรับซื้อผลผลิตจากผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพในชุมชน เช่น สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด และสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจส่งเสริมให้สมาชิกปลูกกล้วยหอมทอง เพื่อส่งออกไปจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ห้างหุ้นส่วนจำกัด กรกต อินเตอร์เนชั่นนอล ผู้ออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์จากงานหัตถกรรมพื้นบ้านสู่ศิลปะที่มีคุณค่าและมูลค่าสูง ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลไร่มะขาม ที่ส่งเสริมให้สมาชิกผลิตข้าวอินทรีย์ มาตรฐานGAP เพื่อนำมาแปรรูปจำหน่ายเป็นข้าวหอมตรา “รอยยิ้มชาวนา” และ การผลิตสินค้าจากวัสดุเหลือใช้ เป็นเครื่องออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ “ตาลต้านตึง” ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลช่องสะแก เป็นต้น โดยได้นำมาจัดแสดงเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้มีรายได้น้อยให้ลุกขึ้นมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองในวันนี้

นายสุรพงศ์กล่าวต่อไปว่า การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ตามนโยบายของรัฐบาลในครั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้กำหนดแนวทางการเข้าไปช่วยเหลือแบบครบวงจรผ่าน 3 มาตรการ 9 โครงการ ประกอบด้วย มาตรการลดภาระหนี้สิน ได้แก่ 1) โครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของผู้มีรายได้น้อยในระบบ ธ.ก.ส. มีเกษตรกรได้รับความช่วยเหลือแล้ว 535,137 ราย 2)โครงการชำระดีมีคืน โดยคืนดอกเบี้ยให้กับเกษตรกร 30% จำนวน 2.3 ล้านราย 3)โครงการสินเชื่อแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน ระยะที่ 3 มีเกษตรกรเข้าร่วม 350,000 ราย วงเงิน 19,000 ล้านบาท 4)โครงการสินเชื่อกองทุนหมู่บ้านฯ และสินเชื่อสถาบันการเงินชุมชน เพื่อแก้ไขและป้องกันหนี้นอกระบบจำนวน 10,000 ราย วงเงิน 1,000 ล้านบาท 5)โครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน ระยะที่ 2 จำนวน 200,000 ราย วงเงิน 10,000 ล้านบาท มาตรการพัฒนาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ได้แก่ 1)โครงการสินเชื่อชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อพัฒนาอาชีพของผู้มีรายได้น้อย (XYZ) เป้าหมาย 384,000 ราย วงเงิน 45,000 ล้านบาท (3 ปี) 2)โครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาอาชีพผู้มีรายได้น้อยเป้าหมาย 400,000 ราย วงเงิน 20,000 ล้านบาท มาตรการพัฒนาตนเอง ได้แก่ 1) โครงการให้ความรู้ทางการเงินแก่เกษตรกรลูกค้าที่มีรายได้น้อย 2)โครงการส่งเสริมการออม ผ่านเงินฝากกองทุนทวีสุข

นอกจากนี้ เพื่อให้งานขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ธ.ก.ส.ได้แต่งตั้งผู้ดูแลผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (Account Officer: AO) คอยให้คำแนะนำช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ติดตามการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตเป็นรายบุคคล โดยในส่วนของ ธ.ก.ส. สาขาจะร่วมกับทีมหมอประชารัฐสุขใจ (ปรจ.) เข้าไปพบปะผู้มีรายได้น้อยทุกราย มีการจัดทีมลงพื้นที่สัมภาษณ์เป็นรายบุคคลเพื่อวิเคราะห์แนวทางการพัฒนา ประสานงานและบูรณาการกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม จัดตั้งห้อง War Room และ Call Center เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและรายงานคณะทำงานเป็นระยะอีกด้วย

6 views0 comments