TQM แต่งตัวเข้า SET...ตั้งโฮลดิ้งปลุกแบรนด์


กลุ่มบริษัททีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น (TQM Corporation) ซึ่งเป็นโฮลดิ้ง ด้วยทุนจดทะเบียน 225 ล้านบาท และเตรียมจะเพิ่มเป็น 300 ล้านบาท จากนั้นจะนำบริษัทลูก 3 แห่ง คือ ทีคิวเอ็ม อินชัวรันส์ โบรคเกอร์, ทีคิวเอ็ม ไลฟ์ อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ และแคสแมท เตรียมเข้า SET คาดอย่างเร็วภายในปี 2561 โดยผู้ถือหุ้นใหญ่พร้อมลดสัดส่วนการถือหุ้นลงมาให้เหลือไม่ต่ำกว่า 51% ต้องติดตามกันว่าจะสร้างความน่าสนใจให้กับนักลงทุนแค่ไหน

กระบวนการเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ล่าสุดเพิ่งลงนามเซ็นสัญญาแต่งตั้ง บล.ธนชาต โดย นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานกรรมการ และ นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงิน (Financial Advisor-FA) ในการนำหุ้นของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมแต่งตั้งบริษัทสำนักงานอีวาย เป็นผู้สอบบัญชี และบริษัทเบเคอร์ แอนด์ แม็คเคนซี่ เป็นที่ปรึกษากฎหมาย

นายอัญชลิน พรรณนิภา ประธานคณะกรรมการ บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่าการเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญของกลุ่มทีคิวเอ็มในการยกระดับองค์กรสู่การเป็นบริษัทมหาชนให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนและเหนือสิ่งอื่นใด คือ การมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของบริษัท ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายจะเป็นผู้นำโบรคเกอร์ประกันภัยที่ให้บริการเข้าถึงลูกค้า ให้ทุกคนเข้าถึงได้และไว้ใจได้

บริษัทเอเอสเอ็น โบรกเกอร์ (ASN) เป็นบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยในรูปแบบกึ่งฟินเทคที่เข้าไปเทรดในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค.2559 ด้วยการเสนอขายหุ้นสามัญ 130 ล้านหุ้น ในราคาพาร์หุ้นละ 0.50 บาท จัดอยู่ในหมวดธุรกิจการเงิน ปัจจุบันมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) 780 ล้านบาท แม้จะไม่ได้เข้า SET ก็ตาม แต่ก็ถือเป็นโบรกเกอร์ประกันภัยรายแรกของวงการที่ผลักดันการสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของบริษัท นอกเหนือจากความต้องการระดมทุนในการขยายธุรกิจที่เริ่มมีความหลากหลายที่เอเอสเอ็นทำทั้งนายหน้า เทเลมาร์เก็ตติ้งและสินเชื่อบุคคล

ขณะที่กลุ่มทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น ซึ่งยังไม่ระบุว่าจะเข้าไปจดอยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจใด ระหว่างอินชัวรันส์ การเงิน หรือการบริการ เบื้องต้นอาจใช้ระยะเวลาบริหารจัดการ เคลียร์ระบบทั้งหน้าบ้านหลังบ้าน เฉพาะอย่างยิ่งระบบบัญชีการเงิน รายรับ-รายจ่ายที่ต้องทำดีลดิวลิเจนซ์ เพราะดูทรงแล้ว คงไม่ใช่หลักทรัพย์ หรือหุ้นขนาดเล็กมากนัก เมื่อวัดจากปริมาณรายได้และกำไรแต่ละปี นอกเหนือจากฐานลูกค้าหลักล้านราย ซึ่งถือว่าค่อนข้างมาก

ทว่า สิ่งสำคัญ คือ ทิศทางนโยบายนับจากก่อนการเตรียมตัวจะเข้าไประดมทุนขยายธุรกิจและภายหลังเข้าตลาดฯ ไปแล้ว เพราะความเข้มงวดในการมอนิเตอร์จะต้องเพิ่มขึ้น ซึ่งความโปร่งใสและตรงไปตรงมาสำหรับการประกอบธุรกิจประกันภัย ถือว่ามีความสำคัญสูงมาก นอกเหนือจากภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือและการให้บริการทั้งก่อนและหลังขาย

ที่สำคัญ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน หุ้นในกลุ่มประกันภัย ค่อนข้างจะทรงๆนิ่งๆ แทบไม่เคลื่อนไหวมากนัก เว้นแต่จะมีประเด็นอย่างมีนัยสำคัญที่มีผลต่อราคาหุ้น

ดังนั้น คงเป็นความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของกลุ่มทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น อย่างมาก สำหรับก้าวย่างนับจากนี้ เพราะนอกจากต้องกระจายความเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ หรือเจ้าของออกไปแล้ว ยังจะต้องมีสายตาอีกจำนวนมากจับจ้องมองแบรนด์ยักษ์ใหญ่รายนี้อยู่อย่างจริงจัง

นายอัญชลิน กล่าวว่าปี 2559 ที่ผ่านมา กลุ่มทีคิวเอ็มมียอดขายเบี้ยประกันรับรวมประมาณ 9,000 ล้านบาท มีรายได้รวมจำนวน 2,289 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 186 ล้านบาท

ปี 2560 มีเป้าหมายสร้างยอดขายเบี้ยประกันภัยให้กับพันธมิตรบริษัทประกันภัยกว่า 40 แห่ง รวมจำนวน 1.02 หมื่นล้านบาท เติบโตประมาณ 13% ภายใต้กลยุทธ์ “เพื่อนคุณ 24 ชั่วโมง” เน้นการดูแลลูกค้าแบบเพื่อนที่อยู่เคียงข้างกันด้วยบริการทั้งก่อนและหลังการขยายแบบครบวงจรและเพิ่มช่องทางดิจิทัล เพื่อให้การติดต่อกับลูกค้ามีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ ไลฟ์แชตบนเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก ซึ่งที่ผ่านมาได้ผลตอบรับที่ดีเกินคาด ส่งผลให้ช่วงครึ่งปีแรก กลุ่มทีคิวเอ็มมียอดขาย 5,420 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ คิดเป็นสัดส่วน 78%เบี้ยประกันชีวิต สัดส่วน 12%และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ สัดส่วน 10%

ส่วนนโยบายในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะมุ่งเน้นบริการเชื่อมต่อกับลูกค้าแบบตัวต่อตัวผ่านเครื่องมือใหม่และแอปพลิเคชั่น เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามากขึ้นในทุกที่ทุกเวลา ซึ่งจะทำให้ยอดขายเบี้ยประกันภัยทั้งปีเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

83 views0 comments

Recent Posts

See All

RBF โชว์กำไรปี 63 โตต่อเนื่อง 46%...รายได้ทะลุกว่า 3,100 ล้านบาท

“RBF” แรงดีกำไรปี 63 โตกว่า 46% สวนกระแสภาพรวมตลาด รายได้ทะลุกว่า 3,100 ล้านบาท ควบคุมใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ คาดยอดขายปี 64 โต 10-12% ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์ แอนด

บอร์ด TPIPP ไฟเขียวเสนอผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลปี 63 อัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น

บอร์ด TPIPP ไฟเขียวเสนอผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลปี 63 อัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น คิดเป็นประมาณ 6.3% เตรียมขึ้น XD 12 มี.ค.นี้ ถือเป็นหุ้นที่จ่ายผลตอบแทนดีอย่างสม่ำเสมอ สำหรับ บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ หรือ TPIPP

For advertising please call: 02-2534691