รายงานสถานการณ์น้ำมันประจำวันที่ 16 พ.ค. 60


ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มราวร้อยละ 2 หลังซาอุดิอาระเบียและรัสเซียต้องการยืดข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตออกไป

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มร้อยละ 2 หลังซาอุดิอาระเบียและรัสเซียมีท่าทีสนับสนุนการขยายระยะเวลาการลดกำลังผลิตน้ำมันดิบลง โดยให้ความเห็นว่า การปรับลดกำลังการผลิตควรขยายระยะเวลาไปจนถึง มี.ค. 61 เพื่อให้อุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินในตลาดกลับสู่สภาวะสมดุล และรักษาราคาน้ำมันดิบไม่ให้ตกต่ำลง

- นาย Khalid al-Falih รัฐมนตรีพลังงานซาอุดิอาระเบีย และนาย Alexander Novak รัฐมนตรีพลังงานรัสเซีย คาดว่าในการประชุมระหว่างผู้ผลิตในกลุ่มและนอกกลุ่มโอเปก ในวันที่ 25 พ.ค. เพื่อหารือเกี่ยวกับการขยายเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันจากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในเดือนมิ.ย. จะขยายระยะเวลาออกไป เพื่อให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังโลกซึ่งสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ย 5 ปีลดลง โดยคาดหวังประเทศอื่นๆควรปรับลดกำลังการผลิตด้วยเช่นกันเพื่อให้ตลาดกลับสู่ภาวะสมดุลโดยเร็วที่สุด

- อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกังวลต่อปริมาณน้ำมันดิบจากทางสหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และไม่มีทีท่าจะปรับลดกำลังการผลิตลง โดยกำลังการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ตั้งแต่กลางปี 2558 อยู่ที่ระดับสูงกว่า 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 9.31 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมถึงการขุดเจาะน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีการใช้งานในสหรัฐ เพิ่มสู่ระดับ 712 แท่นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ เม.ย. 58

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล้กน้อย เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในเอเชียโดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นจากโรงกลั่นที่ยังทำการปิดซ่อมบำรุงอยู่

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับสูง ในขณะที่อุปสงค์ทรงตัว อย่างไรก็ตามตลาดได้รับแรงหนุนจากปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซลจากประเทศจีนในเดือนเ เม.ย. ลดลงจากเดือนก่อนหน้า

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

การขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกมีแนวโน้มเป็นไปได้มากขึ้น หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มโอเปกหลายประเทศ รวมถึง ซาอุดิอาระเบีย อิรัก และแอลจีเรียสนับสนุนให้มีการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 นอกจากนี้ ข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 เริ่มเห็นผล หลังสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกในเดือนเม.ย. ปรับลดลง 1.12 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา มาอยู่ที่ระดับ 23.93 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังอัตราการกลั่นยังคงทรงตัวในระดับสูง เพื่อรองรับความต้องการใช้ในช่วงฤดูกาลขับขี่ โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 5 พ.ค. 2560 ปรับลดลง 5.2 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 522.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้

ตลาดยังคงกังวลกับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น จากการเปิดดำเนินการของแหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara และ El Feel กำลังการผลิตรวมกันราว 420,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้กำลังการผลิตล่าสุดของลิเบียปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 800,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2557 และสูงกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาราว 30,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันของลิเบียคาดว่าจะอยู่ระหว่าง 1.1 – 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากสถานการณ์ภายในประเทศสงบลง

Source: หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์

9 views0 comments