บางจากฯ ยุค 4.0


"บิ๊กบอส" ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2560 ว่า บริษัทตั้งเป้าใช้งบลงทุนประมาณ 18,500 ล้านบาท ในการขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างศูนย์นวัตกรรม Bangchak Initiative Innovation Center : BIIC เพื่อนำผลวิจัยมาต่อยอดและขยายธุรกิจใหม่ สนับสนุนเศรษฐกิจไทยยุค 4.0 อาทิ โครงการผลิตภัณฑ์ชีวภาพ Bio Product โครงการการบริหารการใช้พลังงานผ่าน Energy Storage เป็นต้น

"ด้านธุรกิจโรงกลั่นนั้นจะขยายกำลังการกลั่นเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 111,000 บาร์เรลต่อวัน หรือ 93% คาดว่าจะมีค่าการกลั่นอยู่ในระดับ 6-7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยมีโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่น (YES-R Project) ให้มีศักยภาพสูงสุด และลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม" "บอสชัยวัฒน์" ระบุ

ส่วนด้านการตลาดและการขายนั้น "บอสใหญ่" ชัยวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าจำหน่ายน้ำมันให้ได้ 530 ล้านลิตรต่อเดือน โดยเพิ่มการจำหน่ายผ่านตลาดค้าปลีก และจะขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มอีก 100 แห่ง บนถนนสายหลักในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงเปิดตาม Cluster ที่มีการจราจรสูงแต่ยังมีปั๊มน้ำมันบางจากในสัดส่วนที่ไม่มาก โดยเฉพาะบางพื้นที่ในโซนอีสานและตะวันออก เน้น Greenovative Experience รวมถึงการทำ Repositioning จับตลาดกลุ่มเกษตรกรเพิ่มเติมในถนนสายรอง และมีธุรกิจเสริมอื่นๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคผ่าน SPAR ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่จะเพิ่มอีก 55 สาขา ขยายการให้บริการอินเทอร์เน็ตเพิ่มอีก 120 สาขา และมีมุมจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชนตามนโยบายของบางจากฯ และภายในกลางปีนี้จะนำข้าวสารจากเกษตรกรไทยส่งไปขายในร้าน SPAR ที่ต่างประเทศอีกด้วย

ด้านธุรกิจไบโอฟูเอลและธุรกิจไบโอดีเซลนั้น "บิ๊กชัยวัฒน์" เผยว่า บริษัทคาดว่าจะมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 หากภาครัฐยังคงสัดส่วนการผสมผลิตภัณฑ์ B100 ในน้ำมันดีเซลที่ระดับร้อยละ 5 และมีแผนการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 710,000 ลิตรต่อวัน โดยธุรกิจเอทานอลจะผลิตเฉลี่ยที่ 130,000 ลิตรต่อวัน ขณะที่ธุรกิจไบโอฟูเอลนั้นจะพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการปรับโครงสร้างเพื่อรองรับนโยบายด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ (Biotech) ตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล

"ส่วนธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ และธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (E&P) นั้นคาดว่าจะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยมีแผนการผลิตในแหล่งน้ำมัน Galoc 2,000 บาร์เรลต่อวัน พร้อมทั้งดำเนินการสำรวจแหล่ง Mid Galoc ขณะเดียวกันยังมีมาตรการลดรายจ่ายทั้งค่าใช้จ่ายในการผลิต และค่าใช้จ่ายการบริหารอย่างต่อเนื่อง" ประธานและเอ็มดีบางจากฯ ระบุ

สำหรับการลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ Lithium Americas Corp. อีกจำนวน 50 ล้านหุ้นนั้น "บอสบางจากฯ" กล่าวว่า จะแล้วเสร็จประมาณเดือนเมษายน 2560 นี้ ในราคาหุ้นละ 0.85 เหรียญแคนาดา รวมมูลค่า 42.5 ล้านเหรียญแคนาดา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลงทุนในการพัฒนาโครงการเหมืองลิเทียม ของ Minera Exar S.A. (Cauchari Olaroz Project) ที่ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในปี 2562

"ตลอดระยะเวลากว่า 32 ปีที่ผ่านมา เราให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จากเดิมที่ดำเนินโครงการต่างๆ เฉพาะบริษัทแม่ แต่ปัจจุบันได้ขยายไปยังบริษัทในเครือ รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ตั้งแต่คู่ค้า ลูกค้า ซัปพลายเออร์ ร่วมกันแสดงความรับผิดชอบในการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการ Green Partnership ให้ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันบางจากคิดกิจกรรม หรือโครงการที่ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม ทำประโยชน์ให้กับชุมชนในพื้นที่ที่ประกอบธุรกิจ และดูแลพนักงานให้มีความสุข" ประธาน ชัยวัฒน์ ย้ำ

"บอสชัยวัฒน์" ระบุทิ้งท้ายว่า นอกจากสิ่งที่ได้ดำเนินการมาแล้วนั้น บริษัทยังได้มีการจัดตั้งบริษัท ออมสุข จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท Social Enterprise สนับสนุนให้เกษตรกรในจังหวัดเชียงรายปลูกข้าวและทำเกษตรอินทรีย์ สร้างมูลค่าเพิ่มทางการเกษตรเพื่อยกระดับชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเกษตรกร

Credit ภาพ: http://www.bangchak.co.th

0 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691