ราคาน้ำตาลโลกพุ่งพรวด..ไทยมีพอกิน-ไม่แพง!


ราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกขยับพรวดพราด 18-21 เซนต์ต่อปอนด์ เพิ่มขึ้นเกือบ 100% สิริวุทธิ์ เสียมภักดี ยืนยัน ปริมาณน้ำตาลในไทยไม่ขาดแคลนและราคาไม่ปรับตัวตามเพราะมีโควตา ก เป็นตัวช่วย ส่วนผลผลิตน้ำตาลทรายปี 59-60 คาดว่าอยู่ที่ 92-95 ล้านตัน

นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย กล่าวในรายการ “เซียนเศรษฐกิจ” ที่จัดโดยกองบรรณาธิการ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ถึงราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ปรับขึ้นมา ทำให้ราคาน้ำตาลส่งออกของไทยดีขึ้นตามไปด้วย โดยในปี 2559 ที่ผ่านมาราคาส่งออกอยู่ที่ประมาณ 11-12 เซนต์ต่อปอนด์ แต่ในต้นปี 2560 นี้ราคาวูบวาบขึ้นไปถึง 18-21 เซนต์ต่อปอนด์ในบางช่วงเวลา

“จริงๆ แล้ววิธีการซื้อขายน้ำตาลโดยธรรมชาติเป็นการซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้าทั้งสิ้น เช่น ฤดูกาลนี้ที่ผลิตกันอยู่ขายหมดแล้ว กรณีที่ราคาน้ำตาลดีในปีนี้เป็นราคาที่จะต้องมีการซื้อขายกันและส่งออกน้ำตาลในปีหน้า ก็เป็นธรรมเนียมในการขายน้ำตาล

สำหรับราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ปรับขึ้นมาขณะนี้ ผู้ส่งออกก็ยังมีส่วนได้ เพราะการปรับขึ้นมาของราคาน้ำตาลก็ต้องมีการปรับราคาเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ต้องบอกว่าต้นทุนของการผลิตน้ำตาลก็เป็นต้นทุนของปีที่แล้ว สำหรับปีนี้ก็เป็นต้นทุนของปีหน้า เช่น ปีนี้ราคาอ้อยเบื้องต้น 1,050 บาท ถ้าบวก C.C.S (Commercial Cane Sugar : อัตราราคาอ้อยที่ผันแปรไปตามคุณภาพ หรือความหวาน) ขึ้นอีกประมาณ 80 C.C.S โดย 1 C.C.S มีราคาประมาณ 60 บาท ใครที่ผลิตน้ำตาลแล้วมีค่าความหวานเกินกว่าก็ได้ราคาเพิ่มขึ้นไป เพราะฉะนั้นเป็นผลดีต่อชาวไร่”

ส่วนผลผลิตของฤดูกาล 2559 - 2560 นั้น นายสิริวุทธิ์ กล่าวว่ามองดูแล้วเหมือนจะดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่ที่ผ่านมาตอนต้นปี 2559 มีผลกระทบเรื่องของภัยแล้งค่อนข้างมาก ทำให้ผลผลิตอ้อยไม่ค่อยดี มีต้นอ้อยที่ตายไปจำนวนมาก ต่อมาในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2559 ปริมาณมากทำให้อ้อยที่ตายหรือที่กำลังจะตายได้น้ำ พลิกฟื้นกลับมาดีขึ้น

“ถือว่าอ้อยเริ่มดีกว่าปีก่อนมากเพราะมีฝนตกกระจายทั่ว แต่ยังกลัวอีกแบบว่าถ้ายังตกแบบนี้เรื่อยๆแบบ 2 อาทิตย์หยุดตกก็อาจจะไม่ดี เพราะช่วงนี้เป็นฤดูหีบซื้อไม่ต้องการฝน ถ้าฝนยังตกจะมีประเด็นคือจะมีโคลนหรือทรายเข้ามาจะทำให้เปอร์เซ็นต์ความหวานหรือเปอร์เซ็นต์ของการผลิตน้ำตาลต่ำลงไป ช่วงนี้เป็นช่วงแล้งก็แล้งไป พอพ้นจากช่วงนี้ไปก็ค่อยมีฝนเข้ามา”

นอกจากนี้ นายสิริวุทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีที่ราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ย 20 เซนต์ต่อปอนด์ว่า จะไม่มีผลกระทบต่อราคาน้ำตาลทรายในส่วนที่บริโภคภายในประเทศไทย เพราะยังมี พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลควบคุมอยู่

“เรายังไม่มีการปรับเปลี่ยนพ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล เรายังมีโควตา ก ข ค อยู่ โดยโควตา ก คือ โควตาน้ำตาลทรายขาวที่ขายในประเทศ ราคาจะอยู่ในการควบคุม ออกจากมือโรงงานน้ำตาลก็อยู่ที่ราคาประมาณ 14 บาทต่อกิโลกรัม บวกค่าการตลาด บวกกับส่วนต่างของยี่ปั๊ว ทำให้ก่อนถึงมือผู้บริโภคก็รวมเป็นกว่า 23 บาท ก็ต้องเรียนว่าราคาน้ำตาลที่บริโภคในประเทศจะไม่เปลี่ยนแปลงจนกว่าจะมีการปรับโครงสร้างและลอยตัวน้ำตาลเมื่อไหร่ถึงจะค่อยมาคิดว่าจะได้รับผลกระทบมากน้อยอย่างไร…

สำหรับโควตา ข เป็นน้ำตาลทรายดิบ ขายในประเทศไม่ได้ ต้องส่งออกอย่างเดียว การที่มีโควตา ข ก็เพื่อให้เกษตรกรเป็นผู้ขาย เพื่อที่จะได้เช็คราคาว่าโรงงานน้ำตาลที่ขายน้ำตาลไม่ได้ขายเพื่อเอาเปรียบ ราคาน้ำตาลทรายของโควตา ข เป็นราคาที่นำมายึดกับราคาขายน้ำตาลดิบส่งออก ส่วนโควตา ค เป็นน้ำตาลที่ผลิตออกมาและมีแบ่งสัดส่วนเป็น ก หรือ ข แล้ว ที่เหลือก็จะเป็นโควตา ค ก็จะอยู่ในรูปน้ำตาลทรายดิบหรือน้ำตาลทรายขาวก็ได้ แต่ขายในประเทศไม่ได้ ต้องขายส่งออกได้เพียงอย่างเดียว”

ทั้งนี้ นายสิริวุทธิ์ยืนยันด้วยว่าน้ำตาลในประเทศจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน แม้ราคาในตลาดโลกจะปรับสูงขึ้นหรือเกิดภัยแล้ง เพราะยังมีจำนวนผลผลิตที่เพียงพอ โดยผลผลิตของปี 59-60 จะไม่น้อยกว่าฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา ซึ่งมีผลผลิตจะดีกว่าประมาณ 92-93 ล้านตัน ส่วนฤดูกาลผลิตปีนี้อาจจะสูงขึ้นมาถึง 95 ล้านตัน

7 views0 comments