ธนาคารแห่งปี' 59 ชู “ธ.ก.ส.” สุดยอด!! Bank of the year 2016


กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” และ นิตยสาร “ดอกเบี้ย” ประกาศยกย่องให้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) Bank of Agriculture and Agicultural Cooperatives (BAAC) ได้รับรางวัลเกียรติยศ สุดยอดธนาคารแห่งปี 2559 หรือ Bank of the year 2016

สำหรับการมอบรางวัลแห่งความภาคภูมิใจดังกล่าว คณะกรรมการตัดสินรางวัลมีมติเป็นเอกฉันท์ หลังจากพิจารณาว่า ธ.ก.ส.เป็นธนาคารที่มีบทบาทในการช่วยเหลือภาคชนบทและเกษตรกรอย่างเต็มความสามารถตลอดปี 2559 ท่ามกลางภาวะแวดล้อมที่เป็นภัยคุกคามต่อภาคการเกษตรของไทย ไม่ว่าปัญหาภัยแล้งที่ลากยาวมาหลายปี ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำต่อเนื่อง และยังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาอุทกภัยในช่วงปลายปี ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบต่อรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร และส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ เนื่องจากภาคการเกษตรเป็นหัวใจหลักของระบบเศรษฐกิจไทย

หากก่อนที่จะเกิดผลกระทบรุนแรงมากขึ้น ธ.ก.ส. ได้ดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือหยุดยั้งการลุกลามด้วยมาตรการต่างๆ ทั้งมาตรการที่ธนาคารรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง และมาตรการสนองนโยบายของรัฐบาลที่จะได้รับการชดเชยในภายหลัง ทำให้ผู้บริหารและพนักงาน ธ.ก.ส. ต้องรับผิดชอบทำงานกันอย่างหนักเพื่อกอบกู้ชีวิตของเกษตรกรที่กำลังตกระกำลำบาก นอกเหนือจากงานที่ ธ.ก.ส.ต้องดำเนินการในธุรกิจปกติ

ขณะเดียวกัน ไม่เฉพาะการให้ความช่วยเหลือตามสถานการณ์ฉุกเฉิน หากด้วยวิสัยทัศน์การเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาชนบท ธ.ก.ส.ได้มีบทบาทสำคัญเข้าไปช่วยพัฒนาทั้งการเพิ่มเติมความรู้ในการผลิต และการหาตลาดให้กับเกษตรกร อันเป็นงานหนักในอีกหนึ่งบทบาทที่ ธ.ก.ส. ต้องดำเนินการต่อไปอย่างยาวนานอีกด้วย

ขณะที่แม้งานในความรับผิดชอบเหล่านั้นหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ธ.ก.ส.กลับยังมีการดำเนินงานเพื่อตอบแทนสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) อย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดตกบกพร่อง ด้วยการวางรูปแบบโครงสร้างการดำเนินการในระยะยาว เพื่อให้ผลการดำเนินงานในด้านนี้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการกระทำเพียงชั่วครั้งชั่วคราวแล้วจบกัน

ทั้งนี้ ผลงานโดดเด่นที่ผลักดันให้ ธ.ก.ส.ได้รับรางวัลธนาคารแห่งปีในครั้งนี้ เช่น การดำเนินการโครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอีเกษตร (SMAE) วงเงิน 7.2 หมื่นล้าน สนับสนุนให้เกษตรกรปรับตัวเป็นผู้ประกอบการ โครงการ สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินของเกษตรที่ประสบปัญหาภัยแล้งในปี 2558/2559 วงเงินรวม 6 พันล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส.ให้มีค่าใช้จ่ายไม่ต้องไปก่อหนี้นอกระบบ ซึ่งทั้ง 2 โครงการ ธนาคารดำเนินการเอง ไม่ต้องรับการอุดหนุนจากรัฐบาล

นอกจากนี้ ยังมีโครงการชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตสู้วิกฤติภัยแล้ง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ภัยแล้ง 26 จังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และลุ่มแม่น้ำแม่กลองให้มีอาชีพและรายได้ โดยที่ไม่ต้องเป็นหนี้สินเพิ่มเติม ซึ่งมีการวางกลไกทำให้เกษตรกรมีรายได้และเชื่อมโยงกับตลาดได้อย่างน่าสนใจ

ด้านโครงการสนองนโยบายรัฐบาลที่ ธ.ก.ส.ดำเนินการได้อย่างโดดเด่น และสำเร็จตามเป้าหมาย เนื่องจากในช่วงปี 2559 เป็นปีที่ ข้าว มีปัญหาหนักกว่าผลผลิตด้านอื่น ทั้งมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น หากในช่วงเก็บเกี่ยวและขาย ราคากลับตกต่ำ ทำให้หลายโครงการที่ ธ.ก.ส.รับผิดชอบเป็นการเข้าไปช่วยเหลือชาวนาที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้กับชาวนาไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 10 ไร่ มีชาวนาได้รับประโยชน์ 3.7 ล้านราย การให้ความช่วยเหลือชาวนาตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี วงเงินรวม 27,410 ล้านบาท และโครงการให้ความช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้แก่ชาวนาผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ วงเงินรวม 19,375 ล้านบาท

นอกเหนือจากนั้น ยังมีการแบ่งเบาภาระหนี้สินเกษตรกร ผ่านโครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้กับชาวนาที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ที่มีหนี้เงินกู้ไม่เกิน 500,000 บาท โดยพักชำระต้นเงินให้เป็นระยะเวลา 2 ปี และลดดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 3 ต่อปี มีชาวนาได้รับประโยชน์จำนวน 2 ล้านราย

สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วม 41 จังหวัด 5,427 หมู่บ้านช่วงต้นเดือนตุลาคม 2559 ธ.ก.ส. ได้ดำเนินการช่วยเหลือลูกค้าเกษตรกร ด้วยการขยายเวลาชำระหนี้ออกไป 2 ปี และลดดอกเบี้ยให้ในอัตรา 3% ต่อปี รวมทั้งยกเว้นเบี้ยปรับกรณีชำระไม่ตรงกำหนดให้ด้วย

อย่างไรก็ดี ด้วยปัญหาภัยธรรมชาติที่ทำให้เกษตรกรเกิดความเสียหายซ้ำซาก ปี 2559 เป็นปีที่ ธ.ก.ส.ดำเนินการให้โครงการประกันภัยข้าวนาปีมีความจริงจังมากขึ้น มีการทำความเข้าใจกับเกษตรกรจนทำให้เกิดการซื้อประกันภัยเพิ่มสูงขึ้นกว่าทุกปี โดยมีชาวนาทำประกันภัยพิบัติมากเป็นประวัติการณ์ถึง 27 ล้านไร่ คิดเป็นเกษตรกร 1.56 ล้านราย ซึ่งรัฐบาลและ ธ.ก.ส. อุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยแทนเกษตรกรส่วนหนึ่งรวมแล้วเป็นเงินราว 3 พันล้านบาท จากภัยธรรมชาติทั้งภัยแล้งและอุทกภัยที่เกิดขึ้นส่งผลให้ชาวนาได้รับเงินชดเชย ลดภาระของรัฐบาลในการเอางบประมาณแผ่นดินไปช่วยเหลือลงได้มาก

ส่วนทางด้านกิจกรรมตอบแทนสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ธ.ก.ส.จัดทำเป็นโครงการระยะยาวต่อเนื่องกันหลายปี โดยมีการดำเนินการในปีก่อนหน้านี้แล้วและยังดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการธนาคารความดี และโครงการโรงเรียนธนาคาร ที่ส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้การออมการบริหารเงินอย่างถูกต้อง เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้ เป็นกำลังที่สำคัญของประเทศชาติ การการสร้างให้ธนาคารเป็นองค์การสีเขียว (Green Bank) มีการประหยัดพลังงาน การรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนากระบวนการทำงานและผลิตภัณฑ์บริการที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานร่วมกับเกษตรกรและเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน โดยได้สนับสนุนชุมชนให้มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม รักษ์ป่า รักษ์น้ำ รักษ์ดิน รักษ์อากาศ รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมทางสังคม การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ นอกจากนี้ยังจัดทำโครงการธนาคารต้นไม้ และโครงการเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างกลไกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย

การดำเนินการช่วยเหลือภาคประชาชน ที่ส่งผลต่อการค้ำจุนเศรษฐกิจไทย และยังดำเนินการประสบความสำเร็จในทุกด้าน รวมทั้งการไม่ลืมตอบแทนสังคม ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นภายใต้การขับเคลื่อนของ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. ลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ตลอดจนคณะกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน ธ.ก.ส.ทุกคน ส่งผลให้ ธ.ก.ส.มีคุณสมบัติครบถ้วน สมควรแก่การยกย่องให้ได้รับรางวัลเกียรติยศ ธนาคารแห่งปี 2559 หรือ Bank of the year 2016 อย่างที่สุดแล้ว

เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้จัดงานมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2559 (SOE Award 2016) และได้มอบรางวัลอันทรงเกียรติให้กับ ธ.ก.ส.ถึง 4 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจดีเด่น รางวัลการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสดีเด่น รางวัลการดำเนินงานเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น และ รางวัลประชารัฐวิสาหกิจดีเด่น ซึ่งรางวัลทั้งหมดน่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึง “คุณค่า” ของ ธ.ก.ส. ธนาคารที่จะยืนหยัดอยู่เพื่อการพัฒนาชนบทและเกษตรกรไทย...

อนึ่ง สำหรับผลงานทั้งหมดที่ส่งผลให้ ธ.ก.ส.ได้รับรางวัลครั้งนี้โดยละเอียด สามารถติดตามได้จาก นิยสาร “ดอกเบี้ย” ที่กำลังจะออกวางจำแหน่ายในเร็วๆ นี้

0 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691