เอวอนถอนตัวจากไทย


จดหมายเวียนจากผู้บริหารเอวอนประเทศไทย ไปยังผู้จำหน่ายอิสระเอวอนประเทศไทยว่า เอวอนประเทศไทยจะปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม นี้เป็นต้นไป ทำเอาใจหายกันทั้งวงการขายตรงเครื่องสำอาง ที่จะไม่มีชื่อเครื่องสำอางขายตรงในตำนานนี้ในประเทศไทยอีกต่อไป

เป็นการส่งท้ายปีเก่า รับปีใหม่ที่หดหู่ ไม่รื่นเริงสุขสดใสเหมือน 38 ปีในอดีต

เอวอนเข้าเมืองไทยในปี 1978 (พ.ศ. 2521) ในชื่อ Avon Cosmetics Thailand Company Limited ชื่อภาษาไทย บริษัท เอวอนคอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด สำนักงานใหญ่อยู่ที่หัวมุมถนนรามคำแหงขาเข้าแยกจากถนนพระราม 9

แต่ปัจจุบันได้ย้ายไปรวมกับโรงงานและคลังสินค้าที่ ถนนพัฒนาชนบท 3 คลองสองต้นนุ่น ลาดกระบัง

หลังจากเกิดปัญหาทางการเงินในบริษัทแม่ ส่งผลกระทบให้มีการปลดคนงานและลดคาใช้จ่ายลง

การขายทรัพย์สินที่ดินทำเลทองที่มีราคาสูงมาชดเชย แล้วย้ายไปอยู่โรงงานและคลังสินค้าถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลดต้นทุน

เอวอนเคยเป็นบริษัทเครื่องสำอางที่ใหญ่อันดับ 5 ของโลก ในยุครุ่งเรืองสุดขีด เอวอนมีตัวแทนขายทั่วโลกอยู่ถึง 6.5 ล้านคน

ข้อมูลล่าสุด เอวอนมีบริษัทสาขาอยู่ใน 73 ประเทศ ทั่วโลก ทุกทวีป

แต่นับตั้งแต่ 31 ธันวาคมศกนี้ไปแล้ว ข้อมูลเปลี่ยน จะเหลือ 72 ประเทศ โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ เอวอน ประเทศไทย ได้ยืนยันว่า เอวอนปิดกิจการในไทย มีผล 31 ธ.ค.นี้ ชดเชยพนักงานทุกคนตามกฎหมาย ยังสั่งซื้อสินค้าได้ถึง 25 พ.ย.นี้

น่าเสียดายที่เอวอนต้องเสียที่มั่นสุดท้ายในเอเชียไปอีกแห่ง ทั้งๆ ที่ตั้งความหวังไว้กับประเทศไทยสูงมาก

ในปี 2514 เอวอนหันมาให้ความสำคัญแก่บริษัทสาขาคือเอวอนคอสเมติกส์ประเทศไทยมากเป็นพิเศษ หลังจากถอนตัวจากเกาหลีใต้และเวียดนาม

แม้ว่า ยอดขายของเอวอนในประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับการขายตรงมากกว่าขายในร้านและคอร์นเนอร์ตามห้างสรรพสินค้า โดยยอดขายตรงมีสัดส่วนถึง 60% ของยอดขายทั้งหมด

เอวอนประเทศไทยมุ่งหวังว่าจะฟื้นฟูยอดขายทั้งในประเทศและในภูมิภาค โดยให้เป็นศูนย์เชื่อมโยงกับชาติเอเชียแปซิฟิกอื่นๆ โดยเฉพาะย่านอาเซียนที่มีจำนวนผู้บริโภคมากพอๆ กับยุโรป

ยุทธศาสตร์การตลาดของเอวอนไทยนั้น เสริมความแข็งแกร่งของ 3 ตลาด นอกเหนือจากตลาดขายตรงที่ไปได้ดีอยู่แล้ว

นั่นคือตลาดทีวีดิจิทัล ตลาดออนไลน์ และตลาดขายปลีกในร้านประเภทโมเดิร์นเทรด

ได้มีการแต่งตั้ง นิเทศ ปาเตล มาเป็นผู้จัดการภาคเอเชีย แปซิฟิก (President of Asia Pacific region) เพื่อดูแลงานขายตามยุทธศาสตร์ใหม่นี้

ตลาดทีวีดิจิทัลเป็นตลาดที่เติบโตเร็วและมีศักยภาพมากในประเทศไทย ซึ่งเอวอนหวังว่าจะยกระดับการเข้าถึงแบรนด์ (brand awareness) ได้ดียิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันยังมีเคเบิ้ลทีวีและเว็บไซต์ของเอวอนเองเพื่อเสริมงานขายให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ถือเป็นสื่อหลากหลาย (multi medias) ในอันที่จะนำเอวอนกลับคืนมาสู่ความเป็นผู้นำในเมืองไทยอีกครั้ง หลังจากเป็นผู้นำในการขายตรงเครื่องสำอางในยุคบุกเบิกเมื่อ 38 ปีก่อน

แต่ความเสื่อมของแบรนด์จากคดีสินบนอื้อฉาวในจีนที่ทำให้เอวอนต้องจ่ายค่าเสียหายถึง 135 ล้านดอลลาร์สหรัฐ.ทำให้เอวอนบอบช้ำซ้ำซ้อน

เสียเปรียบแบรนด์ที่สดกว่า และใหม่กว่า

ไทยกับอินโดนีเซียถือเป็นที่มั่นอันแข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ของเอวอน แต่หลังจากข่าวสินบนอื้อฉาวในจีนแพร่กระจาย ฐานะของเอวอนตกต่ำลง จนถึงขนาดมีข่าวลือว่าเอวอนจะถอนตัวจากจีน

ยิ่งเมื่อถอนตัวจากเกาหลีใต้และเวียดนาม ก็ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเอวอนดูตกต่ำลง

การที่มีคู่แข่งเจ้าถิ่นอันแข็งแกร่ง ทั้งมิสทีนและกิฟฟารีน และเครื่องสำอางราคาต่ำกว่าที่เป็นแบรนด์เล็กแบรนด์น้อยอีกมากมาย ซ้ำมีคู่แข่งจากตลาดโลกที่เข้ามาในระยะเวลาใกล้เคียงกันคือยูนิลีเวอร์และแอมเวย์ ทำให้เอวอนไม่สามารถปลุกยอดขายในประเทศไทยให้ฟื้นคืนได้ดังหวัง จนในที่สุดต้องอำลาประเทศไทยไปในสิ้นปีนี้

เอวอนบริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกาและอเมริกาเหนือเริ่มส่ออาการไม่สู้ดีนักตั้งแต่ปี 2555-2556

จนถึงมิถุนายน 2557 อาการทรุดหนักถึงขนาดปลดพนักงานประจำในอเมริกาเหนือ 600 อัตรา อันยังผลให้สามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ 50-51 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,500-1,600 ล้านบาท)

ทั้งนี้ หลังจากขาดทุนต่อเนื่องมาถึง 6 ไตรมาส รวมแล้ว 168 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นขาดทุน 38 เซนต์ต่อหุ้น เนื่องจากยอดขายในตลาดอเมริกาเหนือลดลงถึง22%

สาเหตุหลักของการขาดทุนมาจากยอดขายที่ถูกเครื่องสำอางราคาถูกกว่าตีตลาด โดยเริ่มจากปี 2552 เป็นต้นมาและสะสมมาจนถึงวันนี้

น่าใจหายที่แบรนด์ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของความงาม รุ่นคุณแม่ยังสาว รุ่นน้า รุ่นอาสาว จะต้องจากไป หลังจากอยู่กับคนไทยมาถึง 38 ปี

เท่ากับครึ่งชีวิตของอายุขัยคนไทย โดยครบรอบปีที่ 38 เดือนตุลาคมนี้....จะไปแล้วไปลับ หรือจะกลับมาอีก ไม่มีใครให้คำตอบได้ในวันนี้

0 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691