Seminarr.png

ปรับโครงสร้างราคาปาล์ม ทุกฝ่ายสามารถอยู่รอด

August 7, 2019

 

Interview: คุณนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย

 

ราคาปาล์มขยับขึ้นกว่าเท่าตัว มาเป็นกิโลละกว่า 3 บาท ชาวสวนปาล์มน้ำมันยิ้มได้อีกครั้งหลังขาดทุนมาเป็นปี แต่ราคานี้ยังไม่ได้กำไร อยากให้เพิ่มเป็นกิโลละ4 บาท เพื่อให้อยู่ได้โดยไม่ต้องกู้หนี้ยืมสิน มั่นใจขึ้นหลังกรมการค้าภายในร่วมเข้ามาแก้ปัญหา ออกมาตรการที่เป็นธรรมต่อเกษตรกร แจง...หากปรับโครงสร้างราคาให้เหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งเกษตรกร โรงงาน ผู้บริโภค จะเป็นการส่งเสริมระบบปาล์มน้ำมันของไทยอย่างยั่งยืน

 

ราคาปาล์มขณะนี้ปรับขึ้นจากบาทกว่าเป็น 3 บาทกว่า

พอยิ้มได้ จากที่ขาดทุนมาเป็นปี

 

ต้นทุนที่อยู่ได้ เฉลี่ยประมาณเท่าไหร่

ถ้าตามสำนักงานเศรษฐกิจระบุอยู่ที่ 3-3.8 บาท แต่ไม่ทราบเหตุผลกลไกอย่างไร สำนักงานเศรษฐกิจไปลดต้นทุนมันลงมาอีกเหลือ 3.10 บาท ราคายิ่งถูก ต้นทุนยิ่งต่ำ เราก็ไม่ทราบว่าเอาความคิดนี้มาจากส่วนไหน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรก็ต้องรู้จักลดต้นทุนตัวเอง แต่จากที่ราคา 1.60 บาท มันไม่ไหวจริงๆ ขาดทุนมาเยอะมากเป็นปี ต้องช่วยกันเพื่อให้ระบบปาล์มมันยุติธรรมเพื่อให้เกษตรกร หรือให้สวนปาล์มอยู่คู่กับประเทศไทย ก่อนที่เราจะเลิกทำสวนปาล์ม แล้วไปซื้อน้ำมันปาล์มจากประเทศมาเลเซียหรืออินโดนีเซียมาใช้

 

ราคาที่ขึ้นมาได้เกือบ 1 เท่าตัว เกิดจากอะไร

การขึ้นมาเกือบเท่าตัวก็ยังเป็นราคาที่เกษตรกรยังไม่ได้กำไร การที่ราคาขึ้นมาดังกล่าว เพราะทุกอย่างมันต้องสอดคล้องกัน ซึ่งเราเรียกร้องมาหลายรัฐบาล หลายอธิบดี แต่พอมาถึงอธิบดีท่านวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน คือท่านวางระบบตามแบบยั่งยืนถาวรให้ ต่อไปเราไม่ต้องกลัวแล้วว่าเราจะขายปาล์มต่ำกว่าทุน มาตรการที่ออกมาข้อหนึ่งก็คือ 28% ต่อไปที่โรงงานจะมาซื้อปาล์ม บอกว่าเกษตรกรได้ 14-15% ไม่ได้แล้ว ต้องมาซื้อ 28% เท่านั้น ดังนั้น เกษตรกรก็ต้องพัฒนาคุณภาพตัวเองให้ได้ 18-20% นี่คือมาตรการระยะยาวที่กำหนดมาเป็นกฎหมายแล้ว เมื่อก่อนปล่อยให้ใช้สายปาล์มชี้วัดเองว่า 14-15% ถึงมีปัญหามาตลอด เราเรียกร้องมาตลอด 14-15% เราหมายถึงปริมาณน้ำมันที่ผลิตได้ คือปาล์ม 100 กิโลกรัมได้ 14-15 กิโลกรัม ต่อไปต้องได้ 18 กิโลกรัมเท่านั้น พอได้ 18 กิโลกรัม ทำให้ราคาปาล์มสูงขึ้น

 

แล้วก็ต้องไปดูความสมดุลอย่างอื่นในลดการสต๊อกน้ำมันปาล์ม จะลดได้อย่างไร ตอนนี้กระทรวงพลังงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน กำหนดมาตรฐานให้แล้ว คือกำหนดให้จากบี 7 เป็น บี 10 บี 20 แล้ว ตัวนี้สามารถลดสต็อกน้ำมันปาล์มที่ว่าเกินอยู่ 5 แสนตัน ต่อไปจะสมดุล จะทำให้ราคาปาล์มดีขึ้น ตรงนี้ต้องว่ากันตามเหตุตามผล

 

ที่ช่วยซื้อไปป้อนโรงไฟฟ้า

ตัวนี้คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อก่อนก็แก้ปัญหาอย่างนี้ พอราคาปาล์มต่ำ รัฐก็เข้าแทรกแซง อย่างนี้มันก็แก้ไม่จบ แต่ตอนนี้มันน่าจะจบ พร้อมมาตรการต่างๆที่มา เป็นกฎหมาย และเป็นมาตรการระยะยาว ถ้าอย่างนี้เกษตรกรสวนปาล์มน่าจะมีโอกาสที่ขายปาล์มไม่ต่ำกว่าทุน

 

ราคาที่อยากได้

ที่จริงเราเรียกร้องกันมานานว่าเกษตรกรควรขายปาล์มไม่ต่ำกว่า 4 บาท เพื่อให้เราอยู่ได้ ไม่ได้ร่ำรวย ไม่ต้องไปกู้ธ.ก.ส.มาใช้ มีเงินส่งลูกเรียน มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อย่างนี้

 

เลิกสวนปาล์มไปทำอย่างอื่นได้ไหม

ไม่มีหรอก การเกษตรจะมีอะไร ประเทศไทยเหมาะมากกับปาล์มน้ำมัน พื้นที่ประเทศไทยมีอีกเยอะ ถ้าเราทำระบบปาล์มให้ดีขึ้น คือให้ความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน ไม่ปล่อยให้เกษตรกรขาดทุนเจ้าเดียวหรือฝ่ายเดียว โรงงานก็ต้องรู้ว่าเกษตรกรทำผลผลิตให้ท่าน แล้วท่านไปทำกำไรเท่าไหร่ แล้วให้เกษตรกรเท่าไหร่ ซึ่งเป็นที่มาที่ไปของ คือการทำโครงสร้างของราคาแบบยั่งยืน ตอนนี้กำลังประชุมกันอยู่ กำลังทำ ถ้าทำได้ แล้วมีพ.ร.บ.ก็จะแก้ปัญหาได้ อย่าง พ.ร.บ.นี่เราทำมา 4 ปี แต่ก็โดนพับไว้ ไม่มีผลอะไร เห็นว่ารัฐบาลใหม่นี้จะหยิบเข้ามาในครม.ใหม่ แล้วมายกร่างใหม่ คือนำยกร่างเดิมมาแก้ไขปรับปรุงให้ได้รับความเป็นธรรมทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร โรงงาน ผู้บริโภค ทุกคนต้องได้รับความยุติธรรม อย่างไปบังคับให้เขาขายในราคาสูง คือมันไม่ถูกต้อง พอเอามาจัดโปรโมชัน แทนที่ราคาสมควรจะเป็นเท่าไหร่ พอจัดเป็นโปรโมชัน เอาราคาโปรโมชันไปต่อรองกับโรงงานสกัดเพื่อจะลดราคา พอเกษตรกรขาดทุนก็ออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกโปรโมชัน คุณขายในราคาที่คุณซื้อมาเท่าไหร่ สมควรจะเอากำไรเท่าไหร่ แต่พอไปขายต่ำจากจัดโปรโมชัน เอาราคาโปรโมชันมาลดราคากับเกษตรกร ดังนั้นเกษตรกรจึงเหลือราคา 1.60 บาท

Share on Facebook
Share on Twitter
Like this post
Please reload

1.5 x 3.jpg
Please reload

For advertising please call: 02-2534691