Seminarr.png

สหรัฐฯ ระบุจีนบิดเบือนให้หยวนอ่อนค่า...ส่งผลกระทบหลายสกุลเงินในภูมิภาค

August 6, 2019

        

 

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน เพิ่มความตึงเครียดมากขึ้นจากเดิม เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสองประเทศลุกลามไปยัง“ประเด็นค่าเงิน” จากที่ก่อนหน้านี้ การตอบโต้ระหว่างกันมักจะอยู่ในขอบเขตของเรื่องภาษีและการค้าระหว่างประเทศเท่านั้น ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ล่าสุดระบุว่า “จีนเป็นผู้บิดเบือนค่าเงิน” ซึ่งนับเป็นท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้น หลังจากที่ทางการจีนปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าทะลุแนว 7 หยวนต่อดอลลาร์ฯ

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า เงินหยวนที่อาจจะมีแนวโน้มขยับอ่อนค่าได้อีกในระยะใกล้ๆ นี้ น่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันให้สกุลเงินในภูมิภาค ขยับอ่อนค่าลงตามไปด้วย โดยแรงกดดันด้านการอ่อนค่าของแต่ละสกุลเงินจะขึ้นอยู่กับ หลายองค์ประกอบ ได้แก่ 1) การพึ่งพาจีนเป็นตลาดส่งออก 2) สัดส่วนการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สูง ซึ่งจะเพิ่มความเปราะบางมากขึ้น หากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวและสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ยืดเยื้อ และ 3) ปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอ อาทิ ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และ/หรือมีทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับต่ำ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เงินรูเปียห์และเงินริงกิต เป็นสกุลเงินเอเชียที่ค่อนข้างเปราะบางต่อประเด็นเหล่านี้

 

สำหรับไทยแล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ความเปราะบางของเงินบาทต่อประเด็นเหล่านี้น่าจะอยู่ในระดับที่จำกัด เนื่องจากไทยมีปัจจัยพื้นฐานที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งดุลบัญชีเดินสะพัดที่ยังมีแนวโน้มเกินดุล และทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี หากมองในอีกด้านหนึ่ง จังหวะการเคลื่อนไหวของเงินบาทในบางช่วงที่อาจไม่อ่อนค่าสอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆ โดยเฉพาะเงินรูเปียห์ เงินริงกิต และ/หรือ เงินด่อง ย่อมมีผลทำให้ภาคการส่งออกของไทยสูญเสียแต้มต่อในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอื่นๆ ในภูมิภาค

 

Credit: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

Share on Facebook
Share on Twitter
Like this post
Please reload

1.5 x 3.jpg
Please reload

For advertising please call: 02-2534691