Seminarr.png

สัมปทาน Duty Free ยังไม่เสรีเต็มร้อย..จับตาหลักเกณฑ์การให้คะแนนผู้เข้าประมูล

May 26, 2019


Interview: คุณรวิฐา พงศ์นุชิต

นายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย


 

สัมปทาน Duty Free ยังไม่เสรีเต็มร้อย จับตาหลักเกณฑ์การให้คะแนนผู้เข้าประมูล ยังมีช่องโหว่ รักใคร ชอบใคร เทคะแนนให้ได้เต็มที่ ส่วนผลประโยชน์ตอบแทนที่ให้กับรัฐกลับไม่ใช่ประเด็นหลัก ทำให้รายได้เข้ารัฐอาจไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ขณะที่ Pickup Counter จุดรับส่งสินค้าปลอดภาษีจากนอกสนามบินที่การท่าฯ จะเปิดให้สัมปทาน ขอให้งดสิทธิผู้ได้สัมปทาน Duty Free ในสนามบิน เพราะจะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบไม่เป็นธรรม กับผู้ประกอบการสินค้าปลอดภาษีนอกพื้นที่สนามบิน
 

มาถึงวันนี้ Duty Free เปิดประมูลเสรีแล้ว ที่เรียกร้องให้เปิดประมูลเสรีก่อนหน้านี้ ดีใจไหม

 

จริงๆแล้วจะว่าเสรีจริงก็คงไม่ถนัดนัก เพราะเมื่อก่อนหน้านั้นสัญญา Duty Free แบ่งเป็นสุวรรณภูมิและดอนเมืองและหลายๆที่ แต่ก็มีผู้ได้รับสัมปทานเจ้าเดียว การที่จะเสรีหรือไม่เสรีต้องดูที่ TOR ประกอบด้วย ถ้า TOR จำกัดคุณสมบัติ และน้ำหนักการให้คะแนนไม่เป็นธรรม จะเป็นอะไรที่ทำให้ผู้ประมูลต้องมาคิดว่าใช่สากลไหม แต่ยังดีที่เขาแยกเป็นสนามบินสุวรรณภูมิและส่วนภูมิภาคโดยเอา หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงใหม่ มารวมกันเป็นอีกหนึ่งสัมปทาน เพราะถ้าพูดกันตามจริงเชียงใหม่และภูเก็ตดี แต่หาดใหญ่ค่อนข้างขาดทุน เมื่อเอามารวมกันก็ถือว่าดี และที่สำคัญเขาแยกที่ปิกอัพ เคาน์เตอร์ ไปอีกสัญญาหนึ่ง แต่สัญญา TOR นั้นยังไม่ออก ที่สู้มาตลอดก็สู้เพื่อปิกอัพ เคาน์เตอร์แยกออกมา เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกรายที่เป็น Duty Free ในเมืองได้มีโอกาสใช้กัน เพราะปิกอัพ เคาน์เตอร์เป็นสิ่งหนึ่งของกฎหมายศุลกากร ที่ศุลกากรใช้กำกับดูแลเรื่องควบคุมสินค้าที่จะออกไปต่างประเทศว่าซื้อ Duty Free แล้ว ผู้ซื้อได้นำออกนอกราชอาณาจักรจริง ดังนั้น คุณจะเอาตรงนี้ไปให้สัมปทานรายใดรายหนึ่งไม่ได้ เพราะรายนั้นจะผูกขาด Duty Free ในเมืองไปด้วย

 

Duty Free ที่เป็นสัมปทานสรุปแล้วก็เป็น 2 สัญญา แต่เราไม่ได้ศึกษา TOR และไม่ได้สู้เรื่องนี้สุดลิ่มทิ่มประตู แต่อยากจะให้ทุกรายที่เข้าประมูลได้รับความเป็นธรรมเหมือนกัน

ที่ไม่เห็นด้วยหรือที่คิดว่าไม่เป็นธรรมมี 2 เรื่อง เรื่องที่สำคัญที่สุดคือเรื่องน้ำหนักการให้คะแนน เพราะการให้คะแนนเขาให้คะแนนไปที่ทางเทคนิคสูงถึง 80% ซึ่งมันเป็นความรู้สึกว่าคุณจะให้ใครเท่าไหร่ก็ได้ แต่คุณกลับให้คะแนนค่าผลประโยชน์ตอบแทน ทอท.เพียง 20% อันนี้คิดว่ารัฐโดยผู้ถือหุ้นของการท่าฯ เป็นกระทรวงการคลัง พอเป็นกระทรวงการคลังถือว่ารัฐขาดประโยชน์ใช่ไหม

 

คุณลองมาดูการให้น้ำหนักคะแนน 80% เป็นเรื่องของประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในเชิงธุรกิจ อันนี้ก็เป็นความรู้สึกของคนให้คะแนนถูกไหม คนนี้บอกเชี่ยวชาญ แต่อีกคนบอกไม่เชี่ยวชาญพอก็เป็นได้ คะแนนอันนี้ 15 คะแนน แต่ที่หนักคือแผนการดำเนินงาน มันก็เป็นความรู้สึกที่จับต้องไม่ได้ มันอยู่ที่ความรู้สึกของกรรมการว่าคนไหนจะให้เท่าไหร่ แผนการนี้ให้ถึง 40% แผนธุรกิจต้องเป็นประมาณการรายได้ของผู้ยื่น ประมาณการงบดุล งบประมาณการลงทุน การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ ความสามารถในการระดมทุน อันนี้ก็เป็นแผนธุรกิจของเขา แต่ก่อนที่เขาจะทำแผนธุรกิจก็ต้องได้การเติบโตของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่เขาจะประมูล เขาจะได้ข้อมูลการขายสินค้าในแต่ละช่วง แต่ละประเภท แต่ละปี ซึ่งอันนี้ไม่รู้ว่าการท่าฯ ให้เขาหรือไม่ แต่ทราบมาว่าการท่าฯ ให้เข้าไปดูในเว็บมีแค่ไหนก็แค่นั้น ซึ่งถ้าจริงอันนี้ไม่ถูกเพราะคุณมีหน้าที่ที่จะต้องให้ข้อมูล ซึ่งอันนี้ให้ถึง 25% แต่ผลตอบแทนที่เสนอให้ ทอท.ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ในนั้น 70% กลับให้น้ำหนักเพียง 20% ถ้าเป็นธรรมต้องแบบนี้ การให้คะแนนทางเทคนิค 100% ใครผ่านเรื่องเทคนิคมาแล้วก็มาสู้ที่ตัวเงินอีก 100% สู้ด้วยตัวเงินจับต้องได้ ถูกไหม คุณให้ 100 เราให้ 200 อันนี้มันใช้ดุลยพินิจไม่ได้ เพราะคุณจะให้น้ำหนักคะแนนทางเทคนิคมาบวกกับค่าผลประโยชน์ตอบแทน แล้วใครได้คะแนนสูงสุดคนนั้นได้ไป อันนี้ไม่ถูก มันไม่ใช่สากล ถ้าเราพูดอย่างนี้จะเข้าใจได้ง่าย คะแนนทางเทคนิคอยู่ที่กรรมการคนไหนจะให้ใคร รักใครชอบใครก็มีโอกาสให้ได้ แต่เป็นคะแนนสมมติ เราให้ 200 คุณให้ 100 เราได้ 20 เต็ม คุณไม่ได้ 20 เต็มก็จริง แต่คุณได้ทางเทคนิคอีก 70% ในขณะที่เราได้ 60 คุณก็ชนะอยู่ดี แต่หลวงได้เพียง 100 มันตัดประโยชน์ของหลวงทำไมคุณไม่ทำแบบสากล อันนี้เป็นอันหนึ่งที่เห็นว่าไม่เป็นธรรม ทำไมคุณไม่ทำให้เป็นสากล อันนี้ก็เป็นอันหนึ่งที่ไม่เป็นธรรม เรื่องการให้น้ำหนักคะแนนแบบนี้เหมือน 10 ปีที่แล้วเขาก็ให้แบบนี้ ไม่ได้ปรับปรุงอะไรเลย ไม่ได้ดูเป็นความสากลหรือไม่ได้ดูผลประโยชน์ตอบแทนหรือดูชีวิตความเป็นจริง

 

ส่วนเรื่องที่ 2 ที่ไม่เห็นด้วย คือเรื่องการจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ประมูล และการศึกษา TOR มานำเสนอแผนต่างๆ ซึ่งคุณให้เวลาเขาเพียง 30 วัน สำหรับแผนการหรือแผนงานใหญ่ๆ ถือว่าให้เวลาน้อยมาก อย่างน้อยต้อง 60-90 วัน ซึ่งถ้าขยายไปอีก 30-60 วัน ก็ไม่ได้ ทำให้การเข้าไปเตรียมเนื้อเตรียมตัวในสนามบินไม่ทัน ก็ไม่รู้ว่าคนที่เข้าประมูล 3-4 รายที่คุณพูดถึง เขาจะคิดแบบที่เราคิดหรือไม่ เราไม่ได้อยู่ในธุรกิจที่จะเข้าไปประมูล แต่เราอยู่ในภาพของการให้ความเป็นธรรมต่อบุคคล

 

ถามว่าการที่เขาไปจับมือกับต่างชาติ ซึ่งหลายคนพูดว่าทำไมคุณเอาต่างชาติมาทำธุรกิจหรือมาแข่งขันในประเทศไทยกับคนไทย แต่ในความเห็นของเราการที่คนไทย ไป Joint Venture กับต่างชาติมันดีตรงที่เราได้เทคโนโลยี เราได้ระบบการควบคุมที่เขาล้ำหน้ากว่าเมืองไทยเยอะมาก ระบบต่างๆ ถ้านำมาใช้จะทำให้กรมศุลกากรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบต้องพัฒนาตัวเองให้ทันเขา หมายความว่าเราได้เรียนรู้จากเขา และจะทำอย่างไรให้กำกับดูแลได้เพื่อที่จะมาใช้กับกิจการอื่นๆของเรา ราชการของเราไม่ว่าจะเป็นกรมต่างๆ กรมสรรพสามิตก็มาเกี่ยวข้องเหมือนกัน เนื่องจากมีเหล้าและบุหรี่ด้วย สรรพากรเก็บตามหลังได้ แต่เทคนิคต่างๆที่เขาจะนำมาใช้นั้นกรมศุลกากรต้องเรียนรู้ ประเทศก็จะได้อยู่ดี

 

เราเห็นว่าทั้ง 2 เรื่องนี้ เป็นวิธีการหรือกระบวนการมากกว่าที่ตั้งขึ้นมา คือรายเดิมหรือรายไหนก็แล้วแต่ที่มีความชำนาญในพื้นที่เขาก็ได้ไป มีความรู้สึกว่าล็อกไปแล้ว หลายคนมีความรู้สึกแบบนั้น เราเองก็รู้สึก แต่ว่าเราพูดมากไปก็ไม่ได้เพราะเราไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย เราดูแค่เรื่องความเป็นธรรมของทุกฝ่าย แต่การที่เขาทำแบบนี้มันค้านความรู้สึกของคนทั่วไป ก่อนที่จะออก TOR เรากับสมาคมค้าปลีกได้ทำหนังสือเสนอแนะไปยังนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคม การท่าฯ แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น สิ่งที่เราต้องตามเกี่ยวกับเรื่องของการปิกอัพ เคาน์เตอร์ หรือจุดส่งมอบสินค้าที่เสนอไปว่า การท่าฯ ควรทำเอง การท่าฯ บอกไม่ใช่เรื่องของเขา เขาไม่ทำ ถ้าไม่ทำไม่เป็นไร แต่คุณควรจะบอกว่าคุณมีพื้นที่สำหรับจุดส่งมอบสินค้ากว้างใหญ่ไพศาลแค่ไหน แล้วคุณอยากได้ค่าเช่าเท่าไหร่ และคุณอยากได้ค่า Free ที่ใครก็ตามนำสินค้ามาจุดส่งมอบ คุณจะคิดกี่เปอร์เซ็นต์ก็บอกมา เราอยากให้ผู้ประกอบการ Duty Free ในเมืองรวมกันเป็นสมาคมเข้ามาอยู่ในสมาคมนี้ และก็เลือกกันเองว่าให้ใครเป็นนายกสมาคม คุณจะมีมาตรการควบคุมอย่างไรและนำเสนอไป อันนี้จะเป็นธรรม เพื่อไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบ เดี๋ยวเขาก็กำกับดูแลกันเอง การท่าฯ ไม่ต้องยุ่งกับเขา แต่ถ้า การท่าฯ ไม่พอใจวิธีนี้การท่าฯ อาจจะบอกว่าไม่เอา จะเปิดเป็นสัมปทาน ถ้าจะเป็นสัมปทานก็ได้ แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าใครก็ตามที่ประกอบการ Duty Free อยู่ในปัจจุบันไม่ว่าจะในเมืองหรือจะเป็นสัมปทานหรือจะเป็นร่างทรงก็ไม่ได้ ต้องให้คนอื่นไปทำ เพราะถ้าคุณจำได้เวลาซื้อของใน Duty Free ในเมืองมันจะใส่ถุงใสมา ก็จะรู้ว่าใครขายอะไรดีและสิ่งนั้นราคาเท่าไหร่และคู่แข่งมีโปรโมชันอะไร เพราะฉะนั้นใครที่ได้สัมปทานจุดส่งมอบสินค้าจะได้เปรียบคู่แข่งในด้านข้อมูล เราก็เห็นว่ามันไม่ควร แต่ยังไม่เห็น TOR ที่การท่าฯ ออกมาสำหรับจุดส่งมอบสินค้า ก็รอ TOR จุดส่งมอบสินค้าออกมาก่อนจะได้คุยกันต่อ

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Like this post
Please reload

1.5 x 3.jpg
Please reload

For advertising please call: 02-2534691